ถึงการตกรอบลีกคัพ ว่าเป็นเรื่องดีสำหรับการล่าแชมป์ลีกหรือไม่
“หลายคนบอกแบบนี้ ว่าถ้าคุณไม่มีเกมแชมเปี้ยนส์ ลีก และตกรอบแรกของ คาราบาว คัพ คุณจะมีเวลาโฟกัสกับการเล่นในลีกมากขึ้น แต่ว่ามันไม่ใช่ หน้าที่ของเราก็คือลงสนามในทุก ๆ นัดที่ต้องเล่น และเอาชนะในทุก ๆ แมตช์ ไม่ว่ารายการไหนเราก็อยากจะคว้าแชมป์ นั่นคือสิ่งที่เราพยายามทำมาโดยตลอด ผมไม่คิดว่าจะเป็นเรื่องดีอะไรกับการตกรอบ อย่างไรก็ตามหากเข้ารอบไป เราก็จะเจอกับงานหนักอย่างแน่นอนในอีกสองรอบถัดไป ช่วงเดือนมกราคม เราต้องเล่นรอบรองชนะเลิศสองนัดซึ่ง จะเป็นโปรแกรมที่ชุกมาก แต่อย่างไรก็ตามเราก็อยากจะไปให้ถึงตรงนั้น ในเกมล่าสุดทั้งสองทีมก็แสดงให้เห็นแล้วว่าไม่ได้มาเล่นรายการนี้ขำ ๆ พวกเราต่างต้องการชัยชนะ มันคือเกมบอลถ้วยอย่างแท้จริง เดิมพันคือชนะเข้ารอบแพ้ตกรอบ ผมชอบอารมณ์ของเกมแบบนี้ ดังนั้นอย่ามาบอกกว่าเป็นเรื่องดีที่เราตกรอบ เพราะมันไม่โอเคเลย"
ถึงช่วงโปรแกรมหนักในสัปดาห์นี้
“เราเตรียมรับมือตั้งแต่เบรกทีมชาติครั้งก่อนแล้ว ว่าเราต้องเจองานหนักขนาดไหน เราเจอกับทั้ง ท็อตแน่ม , เปแอสเช , เซาธ์แฮมป์ตัน เชลซี ตอนนี้เรามาครึ่งทางแล้ว ซึ่งต้องบอกว่าเราทำได้ดีมาก การเล่นของเราเยี่ยมยอด แต่ว่าเราก็ยังดีได้มากกว่านี้ เกมกับ เชลซี นั้นไม่ใช่เกมที่ง่ายโดยเฉพาะการไปเยือนพวกเขา จากนั้นเราต้องไปที่ เนเปิลส์ ที่ไม่ใช่งานง่ายต่อด้วยการเจอกับ แมน ซิตี้ ที่รอเราอยู่หลังจากนั้น เราชนะพวกเขามาเมื่อปีก่อนก็จริง แต่ว่ามันไม่เคยเป็นงานง่ายอยู่แล้วกับการเจอทีมระดับนี้ ผมบอกไม่ได้เหมือนกันว่าจบช่วงโปรแกรมโหดขนาดนี้ มันจะมีผลอย่างไรกับเราในช่วงที่เหลือของซีซั่น ซึ่งเราก็ต้องรอดูกัน"
ถึงแรงจูงใจในการเอาชนะ เชลซี ในวันนี้
“แน่นอน เราอยากเอาชนะพวกเขา เราต้องการกลับมา การแพ้เป็นสิ่งที่สามารถเกิดขึ้นได้ สำคัญก็คือคุณต้องกลับมาให้เร็วที่สุด การซ้อมของเราในวันนี้เราเน้นไปที่การเรียนรู้คู่แข่งมากกว่า การกลับมาจากความพ่ายแพ้เป็นสิ่งสำคัญของทุกวงการกีฬา ซึ่งเป็นสิ่งที่ท้าทายผมมากที่สุด ผมรักความท้าทายนี้ และผมหวังว่าเราจะทำได้”
ถึงการหยุด เอเด็น อาซาร์
“ความคิดที่ดีที่สุดก็คืออย่าให้เขาได้บอล ทุกคนต่างรู้ดีถึงความเก่งกาจของเขาและมันไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะตัดเขาออกจากเกม สิ่งสำคัญก็คือเราต้องเล่นเกมรับกันให้ดีกว่านี้ อย่างประตูล่าสุดที่เขาทำได้ เราก็ควรจะหยุดเขาได้เช่นกัน เขาผ่านมาได้หนึ่งคนก็ต้องมีคนคอยซ้อน เราต้องทำให้ดีกว่านี้ เขาเป็นนักเตะที่อันตรายและปีนี้ก็เพิ่มการยิงประตูที่เฉียบขาดมากยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามไม่มีนักเตะคนไหนที่ไม่มีใครหยุดได้ แม้ว่าเขาจะเป็นผู้เล่นที่หยุดได้ยาก แต่ไม่ใช่ว่าจะหยุดไม่ได้ เราต้องไม่เปิดโอกาสให้เขาเล่นมากเกินไป ให้ผมยกตัวอย่าง ซาดิโอ มาเน่ ถ้าคุณเปิดพื้นที่ให้เขาเล่นได้แบบนั้น ก็ไม่มีใครหยุดเขาได้เหมือนกัน มันอยู่ที่การเล่นเกมรับ และการประสานงาน เราต้องทำให้ดีกว่าเกมเมื่อวันพุธ"
ถึงการพ่ายแพ้นัดแรก ว่าจะส่งผลอะไรหรือไม่
ไม่มีใครอยากจะแพ้ มันเป็นความรู้สึกที่แย่มาก มันไม่ใช่เรื่องแปลกกับความพ่ายแพ้ แต่ว่าไม่มีใครอยากให้มันเกิด ยิ่งกับเกมที่เรามีโอกาสแล้วทำไม่ได้ เมื่อคุณพลาด เมื่อคุณทำไม่ได้ คู่แข่งก็เล่นงานคุณได้เช่นกัน เราไม่พอใจกับความพ่ายแพ้ แต่ว่ามันก็คงไม่ส่งผลระยะยาว เราต้องกลับมาสู่เกมของเราอีกครั้ง เราจะได้เจอกับ เชลซี อีกครั้ง และนั่นเป็นสิ่งที่เราทำงานอย่างหนักในช่วงหลายวันที่ผ่านมานั่นก็คือการเอาชนะพวกเขา”
ถึงอาการบาดเจ็บของ ฟาน ไดค์
“เฟอร์จิล เป็นนักเตะระดับโลก ถ้าหากว่าคุณไม่มีนักเตะระดับโลกลงสนามมันก็ไม่ใช่เรื่องดีหรอก ข่าวดีก็คือ เดยัน ลอฟเรน กลับมาลงสนามได้แล้วเป็นครั้งแรกในรอบ 10 สัปดาห์ ก่อนหน้านี้เขายังซ้อมแทบไม่ได้ด้วยซ้ำ มันเป็นเรื่องที่ดีสำหรับเรา หรือจะเป็น โจเอล มาติป ที่เจ็บมานานก็กลับมาได้แล้ว เช่นเดียวกับนักเตะในตำแหน่งแบ็กสองฝั่งของพวกเรา นี่เป็นสิ่งที่ผมมองว่าสำคัญมากกับการที่พวกเขาเหล่านี้หายเจ็บ มันเป็นเรื่องที่มาก่อนฟอร์มการเล่นของพวกเขาอีกนะ แต่ละคนทำได้ดีมาก ถ้าหากว่า เฟอร์จิล ฟิต เขาก็จะได้ลงเล่น แต่ว่าถ้าหากเขาไม่ไหวเราก็ต้องสู้ อย่าลืมสิก่อนหน้านี้เราก็ลงสนามโดยไม่มีเขาเราก็ยังทำได้ ถ้าเป็นไปได้ผมก็อยากให้เขาพร้อม แต่ถ้าไม่ เราก็ต้องหาทางออก ก็ต้องมาดูกันก่อนเกมว่าเขาจะไหวหรือไม่” ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม