แนะนำ กิเก้ เซเตียน กุนซือคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า

แนะนำ กิเก้ เซเตียน กุนซือคนใหม่ของ บาร์เซโลน่า

ถือว่าเป็นเรื่องที่เซอร์ไพร์สมากพอสมควรที่ บาร์เซโลน่า ประกาศแต่งตั้งกุนซือที่นามว่า กิเก้ เซเตียน เข้ามารับหน้าที่แทน เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ที่พึ่งถูกประกาศปลดออกจากตำแหน่งไป

ซึ่งเชื่อว่าแฟนบอลหลายคนยังคงตั้งข้อสงสัยว่าชายที่ชื่อ เซเตียน คนนี้คือใคร ผ่านประสบการณ์คุมทีมมามากขนาดไหน ถึงขนาดที่บอร์บริหารของ บาร์เซโลน่า กล้าที่จะฝากความหวังไว้ด้วย

ว่าแล้ววันนี้ ขอบสนาม ของเราจะพาไปรู้จักกกับกุนซือคนนี้ให้มากขึ้น ว่าในอดีต กิเก้ เซเตียน เคยผ่านการคุมทีมอะไรมาบ้าง และผลงานอะไรบ้างที่พอจับต้องได้ …

จุดเริ่มต้นนักเตะอาชีพ

กิเก้ เซเตียน เริ่มเทิร์นโปรในบทบาทนักฟุตบอลอาชีพตั้งแต่อายุเพียง 19 ปี กับสโมสร ราซิ่ง ซานตานเดร์ สโมสรถิ่นฐานบ้านเกิดในสเปน ซึ่งตำแหน่งถนัดของเขาคือมิดฟิลด์ตัวกลาง โดยเจ้าตัวค้าแข้งยาวกับสโมสรแห่งนี้ถึง 8 ปีเต็ม ก่อนที่จะย้ายไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ กับ แอต.มาดริด ในฤดูกาล 1985 ทิ้งสถิติการลงสนามกับ ราซิ่ง 205 นัด ยิง 43 ประตู

ซึ่งภายหลังย้ายออกจากสโมสรปลุกปั้นขึ้นมา เซเตียน ก็พเนจรไปค้าแข้งกับ แอต.มาดริด ในช่วงปี 1985-88 ต่อด้วยการย้ายไปร่วมทัพ โลโกรนเยส ในปี 1988-92 ก่อนที่จะกลับมายังรังเกิดอย่าง ราซิ่ง อีกครั้ง และอยู่ค้าแข้งที่นี่อีกกว่า 4 ปี พร้อมผลงานที่ยอดเยี่ยมอีกครั้งด้วยการกระหน่ำไป 25 ประตู จากการลงสนาม 124 นัด แต่ทว่าสุดท้ายก็ต้องแยกทางกันอีกครั้งใน หลังจบฤดูกาล 1996 

โดยภายหลังย้ายออกา ราซิ่ง เป็นครั้งที่ 2 ก็เป็น เลบันเต้ ที่ได้ลายเซ็นของ เซเตียน ไปครองครอง และนี่คือสโมสร และหน้าปีปฎิทินสุดท้ายในฐานะนักฟุตบอลอาชีพของเขา หลังโลดแล่นไล่หวดลูกหนังมานานกว่า 19 ปี

ผลงานกับทีมชาติ

กิเก้ เซเตียน  ติดทีมชาติสเปน ไปทั้งสิ้น 3 นัดด้วยกัน ซึ่งเกิดขึ้นในช่วงปี 1985 โดยทั้ง 3 นัดดังกล่าวล้วนแล้วแต่เป็นเพียงเกมกระชับมิตรเพียงเท่านั้น โดยนัดแรกเจ้าตัวถูกส่งลงสนามเป็นตัวจริง ในนัดอุ่นเครื่องที่พบกับ ออสเตรีย ในวันที่ 20 พฤศจิกายน 1985 ส่วนอีก 2 นัด ก็เกิดขึ้นติดต่อกันเลยในเกมลับแข้งกับ บัลแกเรีย และสหภาพโซเวียต

ซึ่งเจ้าตัวมีชื่อติดทัพ “กระทิงดุ” ลุยศึกฟุตบอลโลก 1986 ที่ประเทศเม็กซิโก ด้วย แต่ทว่าไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยแม้แต่วินาทีเดียว ซึ่งนั้นคือทัวร์นาเมนต์เดียว ที่เจ้าตัวมีชื่อติดทีมชาติ เพราะหลังจากนั้นเขาก็ได้หายไปจากสารบบทีมชาติไปเลย

เดินทางสายกุนซือ

ภายหลังประกาศแขวนสตั๊ดไป 5 ปี กิเก้ เซเตียน ก็กลับมามีบทบาทกับวงการฟุตบอลอีกครั้งในฐานะกุนซือ ซึ่งสโมสรที่เจ้าตัวได้จับงานโค้ชนั้นก็คือ ราซิ่ง ซานตานเดร์ สโมสรแจ้งเกิดสมัยเป็นนักเตะของเขานั้นเอง ซึ่งก็คุมทีมได้เพียงฤดูกาลเดียวนั้นก็คือซีซั่น 2011-02 โดยคุมทีมไปทั้งสิ้น 35 นัด แบ่งเป็นชนะ 18 นัด เสมอ 10 นัด และแพ้ 7 นัด

ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ตระเวนคุมทีมในสเปน ซึ่งส่วนมากจะเป็นทีมในระดับล่าง หรืออย่างปี 2006 ก็กระโดดไปรับงานกุนซือทีมชาติกินี แต่ก็อยู่ได้ไม่นานก็ออกมาคุมทีมในระดับสโมสรอีกครั้งไม่ว่าจะเป็น โลโกรนเยส อดีตต้นสังกัดเก่า และ ลูโก้ สโมสรในลีกล่างของสเปน

เริ่มมีชื่อเสียงในสเปน

ช่วงเดือนตุลาคม 2015 เซเตียน ได้เซ็นสัญญาเป็นกุนซือของ ลาส ปัลมาส ซึ่งสถานะของทีมในตอนนั้นคือต้องดิ้นรนหนีการตกชั้นให้ได้ ซึ่งเจ้าตัวทำได้อย่างยอดเยี่ยมพาทีมจบอันดับ 11 ส่วนซีซั่นที่ 2 กับ ลาส ปัลมาส เจ้าตัวอยู่ไม่ทันจบฤดูกาล เพราะในช่วงเดือนมกราคม 2017  เข้าตัดสินใจอำลาทีมไป โดยให้เหตุผลว่ามีข้อขัดแย้งบางอย่างกับบอร์ดบริหารของทีม ซึ่งคาดว่าจะเป็นในเรื่องของสัญญาฉบับใหม่

แจ้งเกิดกับ เรอัล เบติส 

ด้วยฝีมือคุมทีมที่เริ่มเป็นที่รู้จักในวงการฟุตบอลสเปนทำให้ กิเก้ เซเตียน ว่างงานได้ไม่นานเพราะในช่วงเดือนกรกฎาคม 2017 เจ้าตัวได้เข้ารับตำแหน่งกุนซือ เรอัล เบติส ซึ่งเพียงฤดูกาลแรกเจ้าตัวก็สร้างเซอไพร์สด้วยการพาทีมจบอันดับที่ 6 ของตารางคะแนน พร้อมกับพาทีมไปลุยศึกยูโรปาลีก ในซีซั่นถัดไป

โดยปีที่ 2 กับ เบติส อาจไม่ได้สวยงามเหมือนกับขวบปีแรก เซเตียน พาทีมจบอันดับ 10 ในลาลีกา สเปน พร้อมกับตกรอบ 32 ทีม ในศึกยูโรปา ลีก โดยเป็นการพ่ายให้กับ แรนส์ ในสกอร์รวม 4-6 ส่วนในศึกโกปา เดล เรย์ สามารถพาทีมไปได้ถึงรอบรองชนะเลิศ แต่ทว่าก็ต้องพ่ายให้กับ บาเลนเซีย ไปในที่สุด

ซึ่งบทสรุปสุดท้ายเมื่อสิ้นสุดฤดูกาล 2018-19 เซเตียน ได้แยกทางกับ เรอัล เบติส ทั้งที่เหลือสัญญาด้วยกันอีก 1 ปี ทำให้เขาว่างงานตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

โอกาสครั้งสำคัญ

กลางดึกของวันที่ 13 มกราคม 2020 บาร์เซโลน่า ได้ทำการประกาสปลด เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ ออกจากตำแหน่งกุนศือของทีม ซึ่งในอีกไม่กี่ชั่วโมงต่อมา สโมสรก็ได้ประกาศต่อเลยว่า กิเก้ เซเตียน ชายวัย 61 ปี จะมาเป็นกุนซือคนใหม่ของทีมพร้อมกับเซ็นสัญญา 2 ปีครึ่ง

ซึ่งผลงานต่อจากนี้ของ บาร์เซโลน่า จะดีขึ้นหรือไม่ และผลงานของ เซเตียน จะตอบโจทย์ของสโมสรได้ดีขนาดไหน อีกไม่นานแฟนบอลอย่างเราๆ คงได้ยลโฉมกัน

RELATED NEWS