5 เรื่องหลัง กีเก้ เซเตียน กุมบังเหียน บาร์เซโลน่า

5 เรื่องหลัง กีเก้ เซเตียน กุมบังเหียน บาร์เซโลน่า

ถือว่าเปิดตัวได้น่าประทับใจสำหรับ กีเก้ เซเตียน กุนซือ บาร์เซโลน่า ป้ายแดง ที่ลงคุมทีมนัดแรก พาทีมเฉือนชนะ กรานาด้า ไป 1-0 แม้ว่าประตูที่เกิดขึ้นอาจจะได้มาเพียงลูกเดียว แต่ฟอร์มการเล่นกลับมาให้กลิ่นไอความเป็น บาร์เซโลน่า ในแบบที่เคยเป็นอีกครั้ง เชื่อว่าสาวก บาร์เซโลน่า ไม่ผิดหวังกับการอยู่ดูอย่างแน่นอน และนี่คือความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นกับ บาร์เซโลน่า หลัง กีเก้ เซเตียน มาคุมทีม

1. เดินหน้าบุก

ทำเอาแฟนบอล บาร์เซโลน่า ปลื้มใจ เมื่อได้เห็นฟอร์มการเล่นที่คุ้นชินตากลับมาอีกครั้ง หลังจากที่ผ่านมาทรงบอลเหมือนยานอนหลับมานาน โดยเกมกับ กรานาด้า ซึ่งเป็นการคุมทีมเกมแรกของ กีเก้ เจ้าตัวก็จัดหนัก ด้วยการจัดแผนมาเดินหน้าบุกอย่างต่อเนื่อง เซร์จี้ โรแบร์โต้ ประจำการแบ็กขวาเติมเกมรุกริมเส้นฝั่งขวา แบ็กซ้ายใช้ จอร์ดี้ อัลบา เติมเกมรุกริมเส้นสุดสะเด่า ถูกอกถูกใจคนดู เดินหน้าพับสนามบุกเต็มอัตราศึก นักเตะแต่ละคนดูมีแพสชั่น มีพลังและกระหายชัยชนะมากกว่าที่เคยเป็น วิ่งกันเป็นม้าคึกทีเดียว อย่างไรก็ตามอาจจะต้องปรับจูนในเรื่องการจบสกอร์อีกนิด โดย บาร์เซโลน่า ได้โอกาสส่องไปถึง 18 ครั้ง ตรงกรอบ 6 ประตู ได้มาเพียง 1 ประตูเท่านั้น

2. ให้โอกาสดาวรุ่ง

สิ่งที่เห็นได้ชัดเจนสำหรับการเปลี่ยนแปลงในยุค กีเก้ คือการให้โอกาสดาวรุ่งดังที่เขาลั่นวาจาไว้เมื่อวันเข้ารับตำแหน่ง ซึ่งหลายปีที่ผ่านมา บาร์เซโลน่า เน้นซื้อเข้ามากกว่าดันเด็กจากอคาเดมี่ขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ ทั้งนี้นอกจาก อันซู ฟาติ ที่ได้รับโอกาสลงเล่นเป็นตัวจริงในช่วงที่ หลุยส์ ซัวเรซ ฟื้นฟูร่างกาย กีเก้ ยังส่ง ริกิ ปูอิก และ การ์เลส เปเรซ ดาวรุ่งจาก ลา มาเซีย ลงสนามในเกมพบ กรานาด้า มาสัมผัสเกมลีกเล่นร่วมกับรุ่นพี่ชุดใหญ่อีกด้วย ทำให้บรรยากาศเดิม ๆ กลับมาอีกครั้ง เด็ก ๆ ลา มาเซีย ได้โอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเอง ซึ่งหากพวกเขาดีจริงการันตีได้ว่ามีอนาคตในทีมชุดใหญ่อย่างแน่นอน

3. เน้นการครองบอล

สถิติเปอร์เซ็นต์การครองบอลที่แฟนบอลเห็นแล้วต้องร้องโอ้โห เพราะเกมกับ กรานาด้า ทำให้ กีเก้ ขึ้นแท่นเป็นโค้ชคนที่ 2 นับตั้งแต่ฤดูกาล 2005/2006 ต่อจาก เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่สามารถคุมทีมแล้วทีมมีเปอร์เซ็นต์การครองบอลที่สูงถึง 82.6% ซึ่งทางด้าน เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เคยทำไว้สูงสุดที่ 84% เรียกได้ว่าพวกเขาไม่ปล่อยให้คู่แข่งได้ครองบอลเลยแม้แต่น้อย ถ้าไม่เข้ามาแย่งก็เคาะบอลกันไปเรื่อยรอจังหวะสวย ๆ ค่อยเข้าทำ

4. ติกิ-ตากา คัมแบ็ก

สำหรับ เซเตียน เป็นกุนซือที่ชื่นชอบฟุตบอลเกมรุกที่มีสีสัน และเน้นการครองบอล แผนโปรดของเขาคือ 4-2-3-1 อยู่แล้ว จึงไม่น่าแปลกที่ บาร์เซโลน่า สามารถเล่นได้ตามแบบแผนที่วางไว้ตั้งแต่นัดแรก เพราะนี่คือดีเอ็นเอ บาร์เซโลน่า มาแต่ไหนแต่ไร การต่อบอลระยะสั้นแบบ ติกิ-ตากา ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้ง ต่อบอลกันเพลินตา และเอาชัวร์ ซึ่งการันตีด้วยตัวเลขผ่านบอล 1005 ครั้ง แม่นยำถึง 91% เลยทีเดียว นับว่าเริ่มต้นได้สวย แฟนบอลได้เห็น บาร์เซโลน่า สไตล์อีกครั้งหลังจากห่างหายไปนาน

5. แฟนบอลกลับมาเชื่อมั่น

ผลการแข่งขันนัดแรกอาจไม่ได้ยิงถล่มคู่แข่งยับเยิน เนื่องจากยังขาดความเฉียบขาดในพื้นที่สุดท้าย แต่ทรงบอลในนัดแรกที่ กีเก้ คุม เรียกศรัทธาสาวกอาซูลกราน่า กลับมาได้มากทีเดียว ทรงบอลที่เพลินตาสวยงาม เกมบุกที่เร้าใจ ดูแล้วไม่ง่วงอีกต่อไป อย่างไรก็ตามนี่เป็นเพียงการเริ่มต้นเท่านั้น ยังเพิ่งผ่านแค่นัดแรก ฤดูกาลยังอีกยาวไกล และ กีเก้ เองก็ยังมีงานให้ทำอีกหลายจุด เพื่อพา บาร์เซโลน่า กลับมาเป็น บาร์เซโลน่า ที่ทรงบอลสวยงามชวนดูอีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีความท้าทายในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก รอเขาอยู่ ซึ่งเขาจะทำได้มากน้อยขนาดไหน สาวก บาร์เซโลน่า ก็ต้องรอชมและเชียร์ให้กำลังใจกันต่อไป

– เปี๊ยกบางใหญ่ –

RELATED NEWS