ไทยลีกสนไหม! 5 โค้ชซามูไรฝีมือดีที่กำลังว่างงาน

ไทยลีกสนไหม! 5 โค้ชซามูไรฝีมือดีที่กำลังว่างงาน

การต่อสัญญากับอากิระ นิชิโนะ ของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯในการกุมบังเหียนทีมชาติไทยไปอีก 2 ปี ย่อมบ่งบอกถึงความไว้เนื้อเชื่อใจที่มีแต่กุนซือสายเลือดบูชิโดะ หลังสอบผ่านในการคุมทีมชุด 23 ปี ในการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย 2020

แน่นอนว่าชื่อเสียงของนิชิโนะซังที่มาปูทางไว้ในแดนสยาม ทำให้กุนซือจากแดนอาทิย์อุทัยย่อมได้รับการชายตามองจากทีมในเมืองไทยพอสมควร พิสูจน์ได้จากการที่ทีมในไทยลีก เชียงราย ยูไนเต็ด และ สมุทรปราการ ซิตี้ เลือก มาซามิ ทากิ อดีตโค้ชเยาวชนเซเรโซ โอซาก้า เข้ามาทำทีม และ มาซาทาดะ อิชิอิ ที่โผล่มารับจ็อบต่างแดนเป็นหนแรก ทั้งที่ผ่านการทำทีมในเจลีก กับคาชิม่า แอนท์เลอร์ส และโอมิยะ อาร์ดิจา

ขอบสนามอยากหยิบยก 5 จอมวางหมากฝีมือดี มีคุณภาพแต่ว่างงาน เพื่อมีทีมลูกหนังไทยบางสโมสรที่อยากจะลิ้มลองตาราลูกหนังแดนซามูไร

1.ยาฮิโระ คาซามะ

ก่อนที่คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ จะผงาดเป็นแชมป์เจลีก 2 สมัยในช่วงปี 2017 และ 2018 ภายใต้การทำทีมโทรุ โอนิกิ เกรมิโอแห่งคานากาวะมีผู้ชายที่ยาฮิโระ คาซามะ ระหว่างปี 2012-2016  ที่มาเปลี่ยนแปลงระบบการเล่นของทีมกลายเป็นบอลเกมรุกเพรสซิ่งสูงและบีบให้ผู้เล่นฝ่ายตรงข้าม เซตเกมกันไม่ได้ แล้วต้องมาสาดบอลยาวแทน มันเป็นสูตรสำเร็จของทีม คาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ทว่าในเวลานั้นทีมไร้ความสำเร็จ ผลงานไม่ต่อเนื่อง ทำให้ ยาฮิโระ คาซามะ ไขก็อกลาออกมา ก่อนจะไปรับเผือกร้อนคุมนาโงย่า แกรมปัส ที่ตกชั้นหล่นไปเล่นในเจ2 ในปี 2017 และใช้เวลา 1 ปีพาทีมกลับขึ้นเจลีกได้สำเร็จ

แต่สิ่งที่ คาซามะ ทำกับนาโงย่า มันแตกต่างกับฟรอนตาเล่ คือคุณภาพผู้เล่นญี่ปุ่นที่ต่างแตกกันสิ้นเชิง มันจึงทำให้ทีมมีผลงานไม่สวยหรูในเจลีก 2018 และต้องมาดิ้นรนหนีการตกชั้นในเกมนัดสุดท้าย เมื่อเข้าปี 2019 นาโงย่า ยังมีสถานะไม่ต่างจากเดิมคือจมอยู่ช่วงท้ายตาราง แถม คาซามะ ยังไปมีปัญหากับลูกทีมตัวเองอย่างรุนแรงในช่วงกลางเดือนกันยายน จนทำให้ทีมมีผลงานที่ย่ำแย่เหมือนเล่นไล่โค้ชท้ายที่สุดผู้บริหารนาโงย่า จึงต้องยกเลิกสัญญากับ คาซามะไปในที่สุด

2.ฮิโรชิ นานามิ

ไอดอลของชุนซูเกะ นางามูระ ที่เล่นเท้าซ้ายและสวมหมายเลข 10 ให้ทีมชาติญี่ปุ่น ฮิโรชิ นานามิ คือตำนานของสโมสรจูบิโล่ อิวาตะ เขาสวมสตั๊ดวาดลวดลายให้สโมสรยาวนาน 10 ปี กระทั่งในวันที่ทีมรักตกต่ำหล่นไปเล่นในเจ2 เขาไม่รีรอที่จะเสนอตัวเองเพื่อมารับจ็อบเป็นกุนซือ แม้ว่าจะโดนสบประมาทว่าเป็นมือใหม่ก็ตาม เขาใช้เวลา 1 ปี 3 เดือนพาทีมเลื่อนชั้นกลับสู่เจลีกในฐานะรองแชมป์เจ 2 ในซีซั่น 2015 โดยที่มีกองหน้าที่ชื่อว่า เจย์ โบธรอยด์ เป็นกำลังสำคัญ

จูบิโล่ ภายใต้การคุมทีมโดย นานามิ เน้นบอลฉาบฉวย สั้นยาวสลัด ไม่ได้ไปเล่นเพรสซิ่ง เนื่องจากคุณภาพนักเตะไม่ได้อยู่ในระดับเกรดเอ ปี2016-2018 สโมสรเอาตัวรอดในเจลีก 3 ปีติด ทว่านานามิ เริ่มหมดแรงจูงใจในการทำทีมแท็คติกเดิมๆคือแข่งจับทางได้หมด แถมผู้เล่นต่างชาติที่ใช้งานก็ไม่ตอบโจทย์ช่วยทีมไม่ได้เลย

สุดท้ายเขาจึงลาออกจากการคุมทีมเมื่อจบเลกแรกปี 2019 และทีมรักของเขาก็มีอันต้องตกชั้นไปเล่นเจ2 อีกครั้ง

3.โก โออิวะ

อดีตลูกทีมอาร์แซน เวนเกอร์ที่นาโงย่า แกรมปัส และ อดีตผู้ช่วยมาซาทาดะ อิชิอิ ที่คาชิม่า แอนท์เลอร์ส ก่อนที่จะกลายมาเป็นกุนซือที่นำสโมสรแห่งอิบรารากิ เข้าป้ายเป็นแชมป์เอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีกในปี 2018 จนได้รางวัลโค้ชยอดเยี่ยมแห่งปีของเอเอฟซี ในปีเดียวกัน

โก โออิวะ ได้รับการยอมรับในเรื่องของการจัดวางแท็คติกเกมรับแน่น เกมรุกอันตรายในเรื่องการเข้าทำ แต่สิ่งที่เขาไม่ประสบความสำเร็จ คือเรื่องการตัดสินใจเปลี่ยนตัวที่คิดช้าทำช้า แอนท์เลอร์ส คือทีมที่รอความสำเร็จไม่ได้ทีมจำเป็นต้องมาถ้วยแชมป์ในประเทศมาประดับสโมสร โชคไม่ดีสักเท่าไหร่ที่เขาทำไม่ได้ตลอดการคุมทีม 2 ปีครึ่ง นั้นจึงทำให้เขาต้องหลีกทางให้แก่ประธานเทคนิค อย่างซิโก้ ในการนำโค้ชคนใหม่จากบราซิลแทน

4.ยาซูฮารุ โซริมาชิ

อดีตกุนซือทีมชาติญี่ปุ่นชุดโอลิมปิก 2008 ที่ปักกิ่ง ชุดที่เต็มไปด้วยดาวดังมากมาย เคย์ซุเกะ ฮอนดะ, ฮาจิเมะ โฮเซไก, มายะ โยชิดะ, ยูโตะ นางาโตโมะ, ชินจิ คางาวะ, ชินจิ โอกาซากิ, อัสซึโตะ อูชิดะ ซึ่งชื่อที่กล่าวมาทั้งหมดก้าวไปติดทีมชาติญี่ปุ่น ก็มาจากการเฟ้นหาและกลั่นกลองโดย ยาซูฮารุ โซริมาชิ

โซริมาชิ ชอบบอลในสไตล์เน้นการต่อบอลเป็นหลักทำให้นักบอลญี่ปุ่นค่อนข้างชอบ และด้วยความที่ทำงานสเกาต์ให้อิวิก้า โอซิม อดีตโค้ชทีมชาติญี่ปุ่น เขาจึงถนัดในการทำทีมเล็กๆ สร้างเด็กโนเนม ไม่ต้องคาดหวังอะไรมากมาย เน้นอยู่รอดปลอดภัยก็พอ เขาจึงไปได้สวยกับการทำอัลบิเรกซ์ นิงาตะ และ โชนัน เบลล์มาเร่ และถูกดึงตัวมาทำ มัตซูโมโตะ ยามากะ ทีมฟุตบอลแห่งเมืองนางาโนะ 8 ปีเต็ม เขาปั้นทีมจากเกรดเจ2 หมอนี่ช่วยทีมเลื่อนชั้นสู่เจลีก2 หน แม้จะตกชั้นลงมา เนื่องจากคุณภาพลีกบนกับลีกล่างของญี่ปุ่นที่มีความห่างในเรื่องสปีดฟุตบอล ก่อนจะตัดสินใจลาออกเมื่อจบซีซั่น 2019

5.นาโอกิ โซมะ

อดีตนักเตะทีมชาติญี่ปุ่นชุดฟุตบอลโลกปี 1998 พ่วงด้วยดีกรีออลสตาร์เอเชียปี 1997 แถมยังเป็น 11 ผู้เล่นตัวจริงทีมซามูไร บูลส์ ที่บุกมาแพ้ไทยในเกมอุ่นเครื่องปี 1997 ด้วยสกอร์ 1-3

โซมะคือแข้งที่เล่นได้ทั้งทุกตำแหน่งในกราบซ้าย วิงแบ็ก, แบ็กซ้าย, ปีกซ้าย เรียกว่าครบเครื่องคนหนึ่งในวงการลูกหนังแดนซามูไร หลังแขวนสตั๊ดเขาไปอบรมโค้ชเพื่อไปเป็นนักวิเคราะห์เกมลูกหนังเจลีก ก่อนจะได้มีโอกาสจับงานคุมทีมกับคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ ทว่ากลับไม่ประสบความสำเร็จทีมไม่เฉียดใกล้หัวตารางเจลีกอย่างที่บอร์ดบริหารในระยะเวลา 13 เดือน ก่อนจะโดนไล่ออกในช่วงกลางเดือนเมษายนปี 2012

มาชิดะ เซลเวีย ทีมลูกหนังในเจแปนซ็อคเกอร์สลีก หรือเจ3 เดิม ตัดสินใจมอบโอกาสให้ นาโอกิ โซมะ ได้คุมทีม เขาจับนักบอลวิ่งเน้นความฟิต เพื่อให้เล่นในสไตล์เพรสซิ่ง จนเลื่อนชั้นมาเล่นในเจ 2 แต่ด้วยคุณภาพผู้เล่นที่ไม่ได้ดีมากหนัก ทำให้ทีมปักหลักอยู่ในเจ 2 แต่ไม่ดีพอจะไปลุ้นเลื่อนชั้นสู่ลีกสูงสุดในประเทศ แถมปัจจัยเรื่องของแฟนบอลในสนามอีก ทำให้ โซมะ ยกระดับทีมไม่ได้อย่างที่หวังเมื่อจบซีซั่น 2019 เขาจึงก้าวลงจากตำแหน่งกุนซือมาชิดะที่ทำทีมมานาน 5 ฤดูกาล และโยกไปรับงานเป็นผู้ช่วยโค้ชที่คาชิม่า แอนท์เลอร์ส

เอ็มเร่

[email protected]

RELATED NEWS