ฟุตบอลไทยในอีก 4 ปีข้างหน้า ภายใต้การนำของ สมยศ #2

ฟุตบอลไทยในอีก 4 ปีข้างหน้า ภายใต้การนำของ สมยศ #2

ก่อนอื่นขอแสดงความยินดีกับนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ คนใหม่ แต่หน้าเก่า อย่าง “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ที่ได้รับความไว้วางใจจากสโมสรสมาชิกให้ดำรงตำแหน่งประมุขบอลไทยอีกหนึ่งสมัย

สำหรับการเลือกตั้งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เมื่อวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา บิ๊กอ๊อด ก็สามารถเอาชนะคะแนนผู้ท้าชิงอย่าง ดร.ภิญโญ นิโรจน์ ไปขาดลอย 51-17 เสียง จากนี้ก็เหลือเพียงแค่การรับรองจากฟีฟ่า และ กกท. เพื่อให้ทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบข้อบังคับฟีฟ่า และกฏหมายไทยต่อไป ส่วนเรื่องฟ้องร้องต่างๆ ก็ว่ากันไปตามเกมการเมืองละกัน ยังไงเสียสมาคมฟุตบอลฯ ก็จะมีนายกที่ชื่อ พล.ต.อ.สมยศ ต่อไปอีก 4 ปี

สิ่งที่น่าจับตามองหลังจากนี้คือฟุตบอลไทยของเราจะเป็นอย่างไรต่อไป ภายใต้สภากรรมการของนายกอ๊อด ภาค 2 ซึ่งภาคแรก 4 ปีที่ผ่านมา ก็มีทั้งผลงานที่เข้าตา และบางอย่างก็ยังไม่ค่อยถูกใจแฟนบอลชาวไทยสักเท่าไหร่ โดยเฉพาะเรื่องของผลงานทีมชาติ และเรื่องการบริหารงานภายในสมาคมฯ ที่ดูจะยังมีเรื่องคลางแคลงใจอยู่พอสมควร แต่เรื่องหลังคงไม่พูดถึงละกัน เรามาว่ากันที่เกี่ยวกับฟุตบอลไทยตรงๆ ดีกว่า

ถ้าให้สรุปผลงานของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ 4 ปี ที่ผ่านมาของ “บิ๊กอ๊อด” เอาเรื่องที่ทำได้ดี และต้องชื่นชมก่อนละกัน นั่นคือการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของสมาคมฯ ฟุตบอลลีก และทีมชาติ

ที่เห็นได้ชัดเลยก็คือเรื่องของที่ตั้งสมาคมฯ ที่ย้ายจากสนามศุภชลาศัย มาที่ กกท.หัวหมาก ดูเป็นหลักแหล่ง สวยงาม มีความทันสมัย แม้จะไม่ใหญ่โตมาก แต่ก็ถือเป็นสมาคมกีฬาที่ดูดี เดินทางไปมาสะดวก

เรื่องของฟุตบอลลีก มีการจัดระบบการแข่งขันใหม่เป็นระดับ T1-T4 ในระบบลีกอาชีพ แม้จะยังไม่ลงตัวมากนัก โดยเฉพาะลีกภูมิภาค แต่ก็น่าจะดีขึ้นเรื่อยๆ มีการรีแบรนด์โลโก้การแข่งขัน และยกระดับมาตรฐานสโมสรอย่างเช่นพวกคลับไลเซนซิ่ง สนามแข่งขัน โดยเฉพาะโควต้า ACL ที่ไทยเราก็ได้เพิ่มขึ้นด้วย ภายนอกทุกอย่างดูจะดีไปหมด ค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอด อะไรต่างๆ ก็ดูจะแฮปปี้สำหรับสโมสร เงินสนับสนุนก็จ่ายตรงทุกงวด ถือว่าทำได้ดีในเรื่องนี้

ส่วนเรื่องทีมชาติ สิ่งที่ดีก็คือการได้กุนซือระดับโลกอย่าง อากิระ นิชิโนะ เข้ามาทำทีม เราก็เริ่มจะพอมองเห็นว่าทีมชาติไทยมีการพัฒนาที่ดีขึ้น แม้มันจะไม่ได้ก้าวกระโดดมากนัก แต่ก็มีแนวโน้มที่จะดีต่อไป ไม่ใช่ดีแบบฉาบฉวยเหมือนในอดีต ซึ่งเรื่องนี้ต้องให้เวลา นิชิโนะ และทีมงานได้ทำงานกันอย่างเต็มที่ เชื่อว่าทีมชาติไทยของเราจะดีขึ้นแน่นอน

พูดถึงเรื่องดีๆ ไปแล้ว ก็มาว่ากันที่ผลงานที่น่าผิดหวัง หรืออาจจะยังทำได้ไม่ดีก็คือ เรื่องของฟุตบอลลีก อย่างที่บอกว่าแม้ภายนอกจะดูทุกอย่างดีไปหมด แต่ภายในเองลีกของไทยเรามันก็ยังมีปัญหาอยู่ โดยเฉพาะเรื่องแฟนบอลในสนาม ต้องยอมรับตามตรงว่าช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา กระแสบอลไทยลีกมันดร็อปลงไปเมื่อเมียบกับช่วงแรกๆ ที่บูมขึ้นมา

ค่าเฉลี่ยแฟนบอลแต่ละสนามก็เยอะกว่าปัจจุบันนี้ โดยเฉพาะลีกรากหญ้า สมัยก่อนนี้ล้นสนามแทบทุกนัด แต่เดี๋ยวนี้นับคนดูได้เลย ส่วนไทยลีก ลีกสูงสุด โอเค ยังมีแฟนบอลพอสมควร แต่มันก็น้อยกว่าแต่เดิมเยอะ แฟนบอลจะเต็มสนามก็ต่อเมื่อเป็นบิ๊กแมตช์เท่านั้น

เรื่องนี้ส่วนนึงอาจจะเป็นด้วยสภาพเศรษฐกิจของประเทศด้วย ซึ่งเราก็รู้ๆ กันอยู่ ก็ข้ามตรงนี้ไปละกัน แต่โดยรวมก็ถือว่ามีข้อดีมากกว่าข้อเสียก็แล้วกันสำหรับบอลลีกบ้านเรา ตราบใดที่สโมสรยังสามารถหาเลี้ยงตัวเองได้ในแต่ฤดูกาลก็ถือว่าโอเค จะน่าเป็นห่วงหน่อยก็พวกทีมหน่วยงาน ทีมองค์กรต่างๆ ที่นับวันก็เริ่มหายไปทีละทีมสองทีม รวมทั้งพวกทีมเล็กๆ ตามต่างจังหวัดด้วย อันนี้ยังน่าเป็นห่วง

ส่วนปัญหาใหญ่เลยของสมาคมชุดที่ผ่านมา ก็คือผลงานทีมชาติไทย แทบจะทุกชุด มันไม่แฮปปี้เอาซะเลย แม้ชุดใหญ่มีแนวโน้มที่ดีขึ้น หลังได้ อ.นิชิโนะ เข้ามา ซึ่งเราก็ไปเสียเวลาอยู่กับ ลุงวัช ตั้งนาน แต่เมื่อไปมองภาพรวมทีมชาติไทยแทบจะไม่ได้ประสบความสำเร็จอะไรเลย เอาเฉพาะ 2 ปีหลังมานี้ เอาแค่รายการชิงแชมป์อาเซียน เราตกรอบแทบทุกชุด และซ้ำร้ายไปกว่านั้น เราโดนเวียดนามแซงไปแบบไม่ติดฝุ่น สำหรับผลงานทีมชาติ

นี่เป็นแค่เพียงบางส่วนที่พอจะยกตัวอย่างมาให้ทุกคนเห็นภาพถึงผลงานที่มันโอเค และยังต้องแก้ไขสำหรับการเข้ามาบริหารจัดการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ของ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ใน 4 ปีก่อนหน้านี้

นั่นคือเรื่องในอดีต แต่หลังจากนี้ละ ฟุตบอลไทยของเราในอีก 4 ปี ข้างหน้าจะเป็นอย่างไร ส่วนตัวคิดว่าการที่สภากรรมการชุดเดิมได้เข้ามานั่งบริหารอีกสมัยก็ดีเหมือนกัน งานที่เริ่มทำไว้จะได้สานต่อ และอะไรที่ดีก็จะได้พัฒนาให้มันดียิ่งขึ้นไป ส่วนอะไรที่ต้องแก้ไขก็จะได้มาทำให้มันดีขึ้น

หลักเลยที่เราจะได้เห็นกันแน่ๆ สำหรับสภากรรมการชุดใหม่นี้ก็คือแผนบิ๊กโปรเจ็กต์ในการสร้างศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติ ที่มวกเหล็ก สระบุรี โดยงานนี้ได้นายทุนใหญ่อย่างคิงเพาเวอร์ เข้ามาร่วมลงทุน งบประมาณกว่า 500 ล้าน ซึ่งเราน่าจะได้เห็นมันเป็นรูปเป็นร่างใน 4 ปีนี้แหละ

ในศูนย์ฝึกดังกล่าวมันก็จะมีสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ เหมือนที่เราเคยเห็นของเมืองนอก และอีกโปรเจ็กต์นึงก็คือการสร้างสนามเหย้าของทีมชาติไทย โดยเป็นสนามของสมาคมฯ เอง แต่นั่นคงยังอีกนานกว่าจะเป็นไปได้ เดี่ยวรอให้ศูนย์ฝึกเสร็จก่อนละกัน

ส่วนเป้าหมายต่อไปของบิ๊กอ๊อด ที่จะทำให้ได้คือการนำทีมชาติไทย ขยับขึ้นไปเป็นหัวแถวของเอเชีย และมีอันดับแรงกิ้งฟีฟ่าที่เลขสองตัว ไม่ใช้สามตัวเหมือนทุกวันนี้ ซึ่งในช่วง 4 ปีจากนี้ ถ้าทุกอย่างมันเป็นระบบ และพัฒนากันอย่างจริงจังเชื่อว่าเป็นไปได้แน่นอน

ต่อมาก็คือเรื่องของทัวร์นาเม้นท์ระดับเยาวชน ที่ต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาสมาคมฯ ยังไม่ค่อยได้ให้ความสนใจมากในเรื่องนี้ ส่วนใหญ่จะเป็นหน่วยงานอื่นๆ ที่เข้ามาจัดการแข่งขัน จากนี้เราคงจะได้เห็นแอ็คชั่นของสมาคมฯ มากขึ้น ในการสร้างลีกเยาวชนขึ้นมาอย่างจริงจัง รวมทั้งฟุตบอลลีกหญิงที่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จสักที

และเป้าหมายสุดท้ายตามนโยบายที่ได้บอกไปก็คือการเพิ่มเงินรางวัลของลีกต่างๆ ซึ่งก็คิดว่ามีแนวโน้มที่จะเป็นไปได้ เพราะค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดไทยลีกในอีก 8 ปี จากนี้ก็มีมูลค่ามหาศาลเป็นพันๆ ล้าน ซึ่งก็น่าจะทำให้เงินรางวัลในลีกเพิ่มขึ้นด้วย อย่างแชมป์ไทยลีกที่ได้รับ 10 ล้านกันมานานแสนนาน อาจจะขยับขึ้นเป็น 20-30 ล้านก็เป็นได้

นี่เป็นแค่ส่วนนึงที่คิดว่าเราน่าจะได้เห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นของฟุตบอลไทย ในอีก 4 ปีข้างหน้า โดยการนำของท่านนายกสมาคมฯ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง จากนโยบายที่ท่านเคยประกาศไว้ว่าจะทำหากได้เป็นนายกอีกสมัย

จากนี้ผลงานที่เกิดขึ้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบริหารงานภายในสมาคมฯ การแข่งขันฟุตบอลลีก ผลงานทีมชาติไทย ชุดต่างๆ มันก็จะเป็นเครื่องพิสูจน์ชี้วัดการทำงานของสมาคมฯ ชุดนี้ ว่าขายฝัน หรือทำได้จริงอย่างที่พูดหรือไม่ ในฐานะแฟนบอลไทย เราก็มาคอยดูกันว่าฟุตบอลไทยของเรามันจะดีขึ้นหรือไม่

RELATED NEWS