5 สถานีต่อไปของ เป๊ป ถ้าต้องเป็นอดีตกับ แมนฯ ซิตี้

5 สถานีต่อไปของ เป๊ป ถ้าต้องเป็นอดีตกับ แมนฯ ซิตี้

ดูเหมือนจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เสียแล้วสำหรับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะล่าสุดทางยูฟ่า ได้สั่งแบนห้ามเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลระดับยุโรปถึง 2 ฤดูกาล พร้อมปรับเงินอีก 30 ล้านยูโร ภายหลังจากที่ทีมทำผิดกฏแฟร์เพลย์การเงิน

ซึ่งเรื่องดังกล่าวมันส่งผลประทบมากพอสมควรไม่ว่าจะเป็นเรื่องภาพลักษณ์สโมสร, การลงเล่นเกมยุโรป , รายได้ หรือเรื่องภายในทีม ไม่เว้นแม้กระทั่งตัวกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่มีข่าวออกมาว่าอาจจะสละเรือใบลำนี้ทิ้งหลังจบฤดูกาลนี้

ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราวันนี้เลยทำกาารวิเคราะห์กันว่าถ้า เป๊ป เลือกเดินออกจากเรือใบลำนี้ เขาจะไปขึ้นท่ากับสโมสรใหม่แห่งไหนดี จะมีทีมไหนบ้างที่พอเป็นไปได้ ไปติดตามกันได้เลย

ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

เมื่อมีข่าวตามหน้าสื่อว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อาจจะหาสโมสรใหม่คุมทีมชื่อของ เปแอสเช มักจะถูกพูดถึงเป็นลำดับต้นๆ และมันยิ่งน่าสนใจไม่น้อยเพราะที่ผ่านมา เป๊ป ประสบความสำเร็จมากแล้วทั้งในอังกฤษ, เยอรมัน และสเปน ถ้า 5 ลีกใหญ่เจ้าตัวก็เหลือแค่อิตาลี กับฝรั่งเศสนี่แหละที่ยังไม่ได้ย้ายไปไขว่คว้าโทรฟี่แชมป์

และมันยิ่งทวีคูณความน่าสนใจไปอีกเมื่อเป้าหมายใหญ่ของสโมสรไม่ใช่เพียงแค่การเป็นเต้ยในประเทศ เพราะหมุดหมายใหญ่ของท่านประธานสโมสรคือการเห็นทีมทะลุขึ้นไปเป็นใหญ่ในยุโรป โดยการผงาดคว้าแชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก มาครอบครองให้ได้ และนี่ก็เป็นอีกเป้าหมายของ เป๊ป เช่นเดียวกัน เพราะนับตั้งแต่ฤดูกาล 2010-11 เขาก็ยังไม่เคยเดินไปสู่จุดนั้นได้เช่นกันไม่ว่าจะสวมหัวโขน บาเยิร์น มิวนิค หรือตอนนี้กับ แมนฯ ซิตี้

นอกจากนั้นถ้าเขาย้ายมาเป็นนายใหญ่ทีมจากกรุงปารีสจริง อีกสิ่งนึงที่เขาจะได้รับก็คือเงินก้อนโตในการตกแต่งทีมให้มีความแข็งแกร่ง และพร้อมไล่ล่าความสำเร็จตามเจตนารมของเขา และสโมสร อย่างแน่นอน

บาร์เซโลน่า

คงจะไม่ใช่การเยินยอมากจนเกินไปถ้าจะพูดว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า คือหนึ่งในกุนซือที่พา บาร์เซโลน่า ประสบความาเร็จมากที่สุดคนนึงในประวัติศาสตร์สโมสร เพราะตัวเลข 14 แชมป์ มันสามารถตอบข้อสงสัยได้อย่างยอดเยี่ยม

และเมื่อชายตาไปมองปัญหาของทัพ “อาซูลกราน่า” ในตอนนี้มันมีมากเหลือเกินทั้งในแง่ของแท็คติกในสนาม และบรรยากาศของทีมที่ดูเหมือนจะไม่ค่อยสวยงามเสียเท่าไหร่ ถึงแม้จะมีการปรับเปลี่ยนกุนซือจาก เออร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ มาเป็นกีเก้ เซเตียน แล้วก็ตาม ซึ่งถ้าย้อนกลับไปเมื่อตอนที่เขาเก็บกระเป๋าออกจากบ้านหลังนี้ก็ไม่ได้ทิ้งปมปัญหาอะไรไว้ แยกทางกันอย่างสวยงาม และความเข้าใจกันของทั้ง 2 ฝ่าย

และถ้าถามว่าช่วงเวลาไหนที่เหมาะสม และควรค่ามากที่สุดต่อการที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะหวนกลับมารับใช้สโมสรแห่งนี้อีกครั้งคงเป็นห้วงนี้แหละ เพราะเขาจะกลับมาในฐานะผู้กอบกู้ และยกระดับทีมให้สูงขึ้นจากตอนนี้ และแน่นอนแฟนบอลจะหนุนหลังของอย่างเต็มที่ ซึ่งเชื่อว่าตัว เป๊ป เองก็คงอบอุ่นหัวใจไม่น้อย เมื่อถึงวันที่ลากกระเป๋ากลับมายังแหล่งกำเนิดนี้อีกครั้ง

บาเยิร์น มิวนิค

ย้อนกลับช่วงเวลาที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ยังคงเป็นนายใหญ่แห่งทัพ “เสือใต้” เขาพาทีมกวาดแชมป์ทุกรายการแข่งขันในประเทศอย่าง บุนเดสลีกา, เดแอฟเบ โพคาล หรือโทรฟี่อย่างสโมสรโลก และยูฟ่า ซุเปอร์คัพ แต่มีสิ่งนึงที่ยังคงค้างคาใจชายผู้นี้อยู่นั้นก็คือพาทีมประสบความสำเร็จในรายการยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก

เพราะตลอด 3 ปี ณ ที่แห่งนั้นเขายังไม่เคยพาทีมไปเข้าใกล้โทรฟี่ดังกล่าวได้เลย และมันเป็นเปรียบเหมือนปมในใจที่ค้างคาว่าทำไมเขาถึงไม่สามารถพาพี่เสือตัวนี้ประสบความสำเร็จในเวทีระดับทวีปได้ และมันคงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะกลับไปยังเมืองเบียร์ และแก้ปมในใจด้วยการพา บาเยิร์น มิวนิค เถลิงบัลลังก์แชมเปี้ยนส์ลีกให้ได้สักครั้งเป็นอย่างน้อย

ยูเวนตุส

นี่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดูใกล้เคียงมากที่สุดแล้วในวินาทีนี้  เพราะในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามาชื่อของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ถูกนำไปโยงกับสโมสรยักษ์ใหญ่แห่งอิตาลีอย่างหนักหน่วง และดูเหมือนจะเป็นข่าวที่มีมูลความจริงไม่ใช่น้อยเพราะบอร์ดบริหารของ ยูเวนตุส พร้อมทุ่มเงินใระดับมหาศาลเป็นค่าเหนื่อยให้เจ้าตัว

และเมื่อมาบวกกับความท้าทายที่เจ้าตัวเคยบอกว่าอยากพบเจอกับอะไรใหม่ๆ ด้วยแล้ว มันยิ่งมีเหตุผลมากยิ่งขึ้นในการย้ายไปไล่ล่าความสำเร็จในประเทศอิตาลี นอกจากนั้นการพา “เจ้าม้าลาย” ในเส้นทางยุโรปก็เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าสนใจไม่น้อย เพราะครั้งล่าสุดที่ ยูเวนตุส ฝ่าด่านเอื้อมมือไปหยิบโทรฟี่แชมเปี้ยนส์ลีกคือเมื่อปี 1996 หรือ 24 ปี ที่แล้ว 

ซึ่งอีกหนึ่งปัจจัยที่ดูดึงดูดไม่น้อยคือการได้ร่วมงานกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เพราะที่ผ่านมา เป๊ป เคยผ่านช่วงเวลากับ ลิโอเนล เมสซี่ มาแล้ว และมันคงน่าตื่นเต้นไม่น้อยว่า CR7 ในมือ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะยอดเยี่ยม และพุ่งทะลุจุดเดือดมากขนาดไหน

ทีมชาติ

ต้องยอมรับว่าข้อนี้อาจเป็นไปได้ยาก แต่มันก็ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะต้องยอมรับว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากกับการจับงานคุมทีมในระดับสโมสร และบางทีการเปลี่ยนไปรับงานคุมทีมชาติมันอาจเป็นอีกหนึ่งเรื่องที่ท้าทายกุนซือสมองเพชรแบบเขา

และที่ผ่านมาเจ้าตัวก็เคยออกมาให้สัมภาษณ์ว่าครั้งนึงในชีวิตอยากจะลองคุมทีมชาติสักสักครั้ง “ในชีวิตนึงเรามีความฝัน ว่าเราอย่ากจะทำอะไรในอนาคต แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันจะเกิดขึ้น”

“ผมอยากลงเล่นในศึกฟุตบอลโลก และฟุตบอลยูโร ผมอยากอยู่ในเหตุการณ์เหล่านั้น ตอนที่ผมดูฟุตบอลโลก ผมคิดว่า ผมอยากจะอยู่ที่นั่น ผมมีโอกาสครั้งเดียวตอนที่เป็นนักเตะ”

“ในอนาคต 8, 12 หรือ 14 ปี บางทีมันอาจจะเกิดขึ้น มันเป็นความฝัน ความฝันในฐานะกุนซือ บางทีมันอาจจะเกิดขึ้น หรือไม่เกิดขึ้นก็เป็นได้”

ซึ่งต้องบอกว่า เป๊ป เองก็ไม่ได้ปิดโอกาสในการจับงานระดับทีมชาติ แต่ว่าในตอนนี้ตัวเขาเองน่าจะยังคงสนุกกับการได้คุมทีมในระดับสโมสร และลงเล่นในทุกสัปดาห์ แต่อย่างว่าโลกของฟุตบอลอะไรมันก็สามารถเกิดขึ้นได้ทั้งนั้น

RELATED NEWS