มิติใหม่ “ฟุตบอลไทย” กับ “VAR” เวอร์ชั่น 2020

มิติใหม่ “ฟุตบอลไทย” กับ “VAR” เวอร์ชั่น 2020

ไทยลีก 2020 เปิดฉากด้วยความเร้าใจ สมการรอคอยของแฟนบอล เพียงแค่นัดแรกก็มีอะไรให้พูดถึงมากมาย โดยเฉพาะการทำงานของ VAR หรือวีดีโอช่วยตัดสิน ที่เอามาใช้แบบเต็มรูปแบบในทุกคู่ของไทยลีกฤดูกาลนี้ บอกเลยว่านัดเปิดสนามที่ผ่านมา สอบผ่าน และทำได้ดีเลยทีเดียว

ทุกคนทรบกันดีว่าในฤดูกาลนี้ ฟุตบอลไทยลีกได้นำเอเทคโนโลยีที่เรียกว่า “VAR” คงไม่ต้องแปลหรืออธิบายอะไรมาก ใครที่เป็นแฟนบอลต้องรู้จักดี มันคือวีดีโอที่เข้ามาช่วยตัดสินในจังหวะต่างๆ ของฟุตบอล ซึ่งหลักๆ จะใช้ 4 กรณี คือ 1.เป็นประตูหรือไม่ 2.จุดโทษหรือไม่ 3.ใบแดงหรือไม่ 4.ใบเหลือง-แดง ผิดตัวหรือไม่

โดยก่อนหน้านี้เมื่อสองฤดูกาลก่อน เราเคยเอาวีเออาร์มาลองใช้แล้วครั้งนึงในไทยลีกบางคู่ และฟุตบอลถ้วยนัดชิงชนะเลิศ ซึ่งครั้งนั้นต้องยอมรับว่ามันยังไม่สมบูรณ์แบบ และเราเองก็เหมือนว่าจะแอบใช้ด้วย จนสุดท้ายฟีฟ่าทราบเรื่องจึงออกประกาศว่าจะไม่รับรองผลการแข่งขันรายการต่างๆ ของลีกไทยที่ใช้วีเออาร์ตัดสิน เนื่องจากยังไม่ได้รับอนุญาต

แต่สุดท้ายแล้วทางสมาคมฯ ก็ได้เดินหน้าทำทุกอย่างให้ถูกต้อง แถมยังมีการอัพเกรด สั่งซื้อเครื่องวีเออาร์แบบมาตรฐานใหม่เข้ามา และได้มีการทดลองเพื่อจะใช้ให้ได้ในเกมไทยลีกทุกคู่ เพื่อไม่ให้มีปัญหา เพราะคราวที่แล้วใช้บางคู่ แต่คู่ที่ไม่ได้ใช้ก็จะมีปัญหาได้

จนมาฤดูกาลนี้เราได้รับการรับรองจากฟีฟ่า และเอเอฟซีให้สามารถใช้วีเออาร์ได้ ซึ่งประเทศไทยก็ถือว่าเป็นลีกต้นๆ ของเอเชียที่เอาวีเออาร์มาใช้ โดยก่อนหน้านี้เหมือนจะมีเกาหลีใต้ และพวกลีกในอาหรับที่ได้เอามาใช้กันก่อนแล้ว ส่วนในปีนี้ก็มีไทย กับ ญี่ปุ่น ที่เริ่มเอาใช้อย่างเต็มรูปแบบ

และในนัดเปิดสนามของฟุตบอลไทยลีก เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาก็ถือว่าได้ใช้วีเออาร์อย่างคุ้มค่า ในหลายๆ คู่ โดยเฉพาะเกมบฺีกแมตช์ที่ ลีโอ สเตเดี้ยม ระหว่างบีจี กับ เมืองทองฯ

ที่ใช้วีเออาร์ถึง 4 จังหวะ ตั้งแต่จุดโทษทั้งสองลูก จังหวะใบแดงของบีจี และจังหวะลูกยิงของ บาร์รอส ทาร์เดลลี่ ที่ยิงเข้าไปอย่างสวยแต่วีเออาร์ไม่ให้

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายเกมที่ใช้วีเออาร์ แล้วมีผลกับการแข่งขัน อย่างลูกยิงที่ไม่ได้ประตูยังมีอีกสองเคส หนึ่งคือประตูของพีที ประจวบ ที่มาเขี่ยลูกเริ่มเล่นหลังเสียประตู แต่ บรูโน่ มาเซงก้า ดันยิงตูมเดียวเข้าไปอย่างสวยงาม ซึ่งจริงๆ แล้วถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดลูกนี้ก็ต้องเป็นประตู ตามกฏใหม่สามารถยิงได้เลย แต่สุดท้ายผู้ตัดสินไม่ให้เพราะยังไม่ได้เป่าให้สัญญาณเริ่มเล่น

อีกลูกคือประตูที่บุรีรัมย์ ยิงเข้าไปได้โดย แบร์นาโด้ คูเอสต้า ที่โหม่งเข้าไป แต่สุดท้ายวีเออาร์ฟ้องว่าล้ำหน้าไปก่อน และอีกหลายๆ จังหวะที่คงอธิบายไม่ครบทุกคู่ ที่วีเออาร์ได้ถูกนำมาใช้ในการตัดสิน

สิ่งที่อยากจะบอกก็คือเมื่อได้เห็นการทำหน้าที่ของผู้ตัดสิน การทำงานของระบบวีเออาร์ รวมทั้งเจ้าที่ดูวีเออาร์ด้วยนั้น ทุกอย่างถือว่าสอบผ่าน และทำได้ดี ตัดสินถูกต้อง และไม่มีอะไรค้างคาใจแฟนบอล

หลายคนอาจจะสงสัยว่า อ้าว!! ก็ใช้วีเออาร์ ยังไงก็ต้องถูกต้อง มันเถียงไม่ได้ แต่บางทีเราก็เห็นบ่อยๆ ในพรีเมียร์ลีก ที่วีเออาร์มันตัดสินแปลกๆ และค้านสายตาแฟนบอล แต่สำหรับไทยลีกนัดเปิดสนามที่ผ่านมา ส่วนตัวผมว่าโอเค ไม่มีอะไรผิดพลาด

ซึ่งมันเป็นมิติใหม่ของฟุตบอลไทยใน พ.ศ.นี้ อย่างน้อยก็น่าจะลดปัญหาเรื่องการทำหน้าที่ผิดพลาดของผู้ตัดสินได้บ้าง ไม่มากก็น้อย

ลองคิดเล่นๆ สมมติว่าเราไม่มีวีเออาร์ แล้วจังหวะปัญหาต่างๆ ที่ผมกล่าวไป และที่มันเกิดขึ้นในเกมนัดที่แล้ว ผลการแข่งขันมันก็ต้องผิดแปลกออกไปจากที่เป็น ประตูที่ยิงเข้าไปก็คงได้ประตูหมด จังหวะใบแดง ผู้ตัดสินดูไม่ทัน ก็คงไม่โดนไล่ออก

คือโอเคละว่าบางคนก็อาจจะไม่ค่อยชอบวีเออาร์ บางทีก็เสียเวลา บางทีก็เสียอรรถรสในการดูบอล แต่ถ้าทำใจให้เป็นกลาง และดูจากผลลัพธ์ของมันก็ถือว่ามันดีกว่าไม่มีเยอะเลย เพียงแต่ว่าผู้ตัดสินก็ต้องทำหน้าที่อย่างตรงไปตรงมา ไม่ใช้ในจอเห็นอีกอย่าง แต่ตัดสินอีกอย่าง ซึ่งหวังว่ามันจะไม่เกิดขึ้นแบบนี้

ต่อจากนี้คงต้องรอดูกันยาวๆ สำหรับวีเออาร์ ในไทยลีก ตลอดทั้งฤดูกาล ว่ามันจะทำงานได้ดีแบบนี้หรือไม่ ซึ่งปัญหาของเราตอนนี้ก็คือบุคลากร หรือผู้ตัดสินที่เชี่ยวชาญ และมีความสามารถในการดุวีเออาร์ ยังมีไม่เยอะ ต้องอาศัยสลับหมุนเวียนกันแต่ละสัปดาห์

เพราะวีเออาร์ของเราจะไม่ได้ไปติดทั้งที่สนาม แต่จะใช้ส่วนกลางที่ กกท.เป็นศูนย์บัญชาการหลัก โดยใช้สัญญาณอินเตอร์เน็ตในการเชื่อมต่อสัญญาณ ที่ผ่านมาก็ถือว่ามีการเตรียมพร้อม และทำออกมาได้ดี ในส่วนของระบบ ไม่มีอะไรผิดพลาด

ก็หวังว่าฤดูกาล 2020 นี้ เราจะได้เห็นการตัดสินที่แม่นยำ และยุติธรรมที่สุดครั้งนึงของฟุตบอลไทยลีก นะครับ สวัสดี

RELATED NEWS