เมด อิน เซเนกัล! ชีวิตที่ต้องดิ้นรนของ ซาดิโอ มาเน่

เมด อิน เซเนกัล! ชีวิตที่ต้องดิ้นรนของ ซาดิโอ มาเน่

10 เมษายน ซาดิโอ มาเน่ พ่อณเดชน์แห่งแอนฟิลด์ เมด อิน เซเนกัล มีอายุครบ 28 ปีบริบูรณ์ 28 ปีที่ผ่านมาของเขาต้องผ่านอุปสรรคเส้นทางอันขรุขระมากมาย เส้นทางการเริ่มต้นของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องดิ้นรนต่อสู้ และจากบ้านเกิดเพื่อเดินทางตามฝัน ก่อนจะมาเป็นแข้งยอดเยี่ยมแอฟริกาแบบในปัจจุบัน วันนี้ขอบสนามได้นำเรื่องราวส่วนหนึ่งในชีวิตเขามาบอกเล่าสู่กันฟัง เพื่อเป็นแรงบันดาลใจให้กับใครหลายคน

ซาดิโอ มาเน่ เกิดใน หมู่บ้านเล็ก ๆ ชื่อ บัมบาลี ในเมืองเซดีอู ทางตอนใต้ของประเทศเซเนกัล และต้องมาอาศัยกับลุงของเขาเพราะครอบครัวยากจน แน่นอนว่าเขาไม่ได้เรียนหนังสือ

มาเน่ คลั่งไคล้กับการเล่นฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กเขาจะเล่นฟุตบอลอยู่ข้างถนนแถวบ้านทุกเช้าเย็น ซึ่งเขาเคยเปิดเผยว่า พ่อแม่ของเขาไม่ค่อยปลื้มเท่าไหร่ที่ให้ตนอยากจะเป็นนักฟุตบอลอาชีพ

“ย้อนกลับไปในวัยเด็กผมเกิดในหมู่บ้านที่ไม่มีทางที่จะเป็นนักฟุตบอลได้เลย ผมจำได้ว่าตอนเด็ก พ่อแม่ของผมบอกว่าควรจะเรียนหนังสือเพื่อเป็นคุณครูมากกว่า”

“พ่อแม่ผมไม่สนับสนุนการเล่นฟุตบอลเท่าไหร่ แถมยังมองว่าเป็นเรื่องเสียเวลา ผมไม่มีทางประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน แต่ผมมีความมุ่งมั่นมากพอที่จะเป็นนักฟุตบอลและทำให้พวกเขาภูมิใจในตัวผมให้ได้”

อย่างไรก็ตามหลังจาก เซเนกัล ได้สร้างปาฏิหาริย์ในมหกรรมฟุตบอลโลก 2002 เขี่ยทีม ฝรั่งเศส แชมป์เก่าตกรอบแรก และ เซเนกัล ได้ทะลุเข้าถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายจุดประกายให้ ซาดิโอ มาเน่ ตั้งมั่นที่จะเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต

เขาเริ่มแข่งฟุตบอลรายการต่าง ๆ ของหมู่บ้าน และฉายแววจนสามารถพาทีมเอาชนะการแข่งได้อยู่เสมอ มาเน่ ได้พยายามขอให้ครอบครัวของเขาช่วยผลักดันและส่งเสริมเขาไปสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ซึ่งแม้ว่าลุงและครอบครัวจะยากจน แต่เห็นแววความตั้งมั่นก็ช่วยกันระดมทุนขายพืชผักต่าง ๆ เพื่อส่ง มาเน่ ออกไปสู่โลกกว้างที่ดีกว่าเดิม

นอกจากครอบครัวเขาเอง คนในหมู่บ้าน ต่างก็พร้อมใจช่วยกันสนับสนุน เขาถือเป็นความหวังของหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ เพราะตลอดที่ผ่านมา หมู่บ้านแห่งนี้ไม่เคยมีใครก้าวไปถึงการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ ทุกคนในหมู่บ้านต่างช่วยกันรวบรวมเงินมาเพื่อเป็นทุนให้เขาสำหรับการเดินทางตามหาฝัน

เมื่อมีทุนทรัพย์เพียงพอในการตามหาฝัน มาเน่ ก็เดินทางเข้าสู่เมืองหลวง ดาการ์ กับลุงของเขา เพื่อเข้าร่วมทดสอบฝีเท้ากับอคาเดมี่ ซึ่งเนื่องจากความที่เขาคนยากจน ทำให้มีเสื้อกางเกงฟุตบอล และรองเท้าที่เก่าและขาด เขาถูกมองเป็นตัวตลกเมื่อไปถึงที่ทดสอบนั่น

ผมเดินทางจากบ้านเกิดมุ่งหน้าสู่เมืองหลวงกับลุงของผม และเรื่องราวการเดินทางของผมก็เริ่มต้นขึ้น”

“ผมเดินทางมาทดสอบฝีเท้ากับอคาเดมี่ ซึ่งมีเด็กมากมายที่เดินทางมาเพื่อทดสอบฝีเท้าด้วยความหวังที่จะได้รับเลือกเข้าสู่ทีม และนั่นเป็นครั้งที่ผมไม่เคยลืมเลย มีชายอายุมากคนหนึ่งมองผมแบบแปลก ๆ เหมือนผมมาอยู่ผิดที่ผิดทาง”

“เขาถามผมว่า ผมมาอยู่ที่นี่เพื่อทดสอบฝีเท้างั้นหรือ? ผมก็ตอบว่าใช่ เขาเลยถามผมต่อว่า ด้วยรองเท้าแบบนี้เนี่ยนะ? ดูมันสิ นายจะเล่นบอลด้วยสภาพแบบนี้ได้ไง มันแย่มาก ทั้งเก่าและขาด”

“หลังจากนั้นเขาก็พูดต่ออีกว่า นั่นคือกางเกงของนายหรอ? คุณไม่มีกางเกงบอลที่ดีกว่านี้แล้วหรือไง?”

“ผมเลยตอบกลับไปว่า นี่เป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วที่ผมมี ผมแค่ต้องการเล่นฟุตบอล หลังจากนั้นผมก็ลงไปทดสอบฝีเท้าในสนาม ซึ่งคุณต้องได้เห็นสีหน้าเซอร์ไพรส์ของเขา”

“เขาเดินมาหาผม และพูดกับผมว่า ฉันเลือกนายทันที นายจะได้เล่นในทีมฉัน และหลังจากนั้นผมก็ได้เข้าสู่อคาเดมี่” ซาดิโอ มาเน่ เล่าถึงเรื่องราวในวัยเด็กของตัวเอง ในการให้สัมภาษณ์เมื่อปี 2017

หลังจากนั้น มาเน่ ได้เข้าร่วมทีมอคาเดมีของสโมสรท้องถิ่น จนกระทั่งแมวมองชาวฝรั่งเศส มาพบเขาและถูกใจในพรสวรรค์ที่เขามีจึงตัดสินใจพาเขาข้ามน้ำข้ามทะเลไป ฝรั่งเศส ด้วยวัยเพียง 15 ปี เพื่อมาเล่นให้กับทีม เม็ตซ์ ในลีกเอิง ฝรั่งเศส ก่อนที่จะย้ายไปอยู่ทีม เร้ดบูลล์ ซัลซ์บวร์ก และย้ายมาค้าแข้งกับ เซาธ์แฮมป์ตัน

ท้ายที่สุดเขากลายมาเป็นคนสำคัญของ ลิเวอร์พูล ค่าตัวแพงมหาศาลในปัจจุบัน พา ลิเวอร์พูล กลับมาเฉิดฉายด้วยการคว้าแชมป์รายการระดับเมเจอร์อีกครั้ง และจากผลงานในปี 2019 ที่โดดเด่นอย่างไร้ที่ติ เขาผงาดคว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมของทวีปแอฟริกามาครองได้ในที่สุด ถือเป็นอีกหนึ่งผู้เล่นแอฟริกาที่ทรงอิทธิพลมากที่สุดในตอนนี้

อย่างไรก็ตามแม้ตอนนี้เขาจะกลายเป็น ซูเปอร์สตาร์ แต่ไม่เคยลืมบุญคุณหมู่บ้านเล็ก ๆ บ้านเกิดของเขา เขาบริจาคเงินทุกปี เพื่อสร้างโรงเรียน โรงพยาบาล ช่วยให้เด็ก ๆ ได้มีการศึกษา และช่วยให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านดีขึ้นอยู่เสมอ ล่าสุดเขาก็เพิ่ง ทำการบริจาคเงินจำนวน 45,000 ยูโร ให้กับหน่วยงานต่อสู้กับ โคโรน่าไวรัส ในบ้านเกิดอีกด้วย

นี่คือการเดินทางของเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ได้เกิดมาเพียบพร้อม มีเพียงฝัน ความมานะพยายาม และกำลังใจจากคนรอบข้างที่ช่วยส่งเสริมและผลักดันเขา ให้ทำฝันของตัวเองให้เป็นจริง เขาสามารถจารึึกชื่อของตัวเองไว้บนหน้าประวัติศาสตร์ลูกหนังได้สำเร็จ หวังว่าเรื่องราวของเขาจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับเพื่อน ๆ หลายท่านที่กำลังท้อแท้ได้ไม่มากก็น้อย

– เปี๊ยกบางใหญ่ –

RELATED NEWS