แข้งไทยฟอร์มดีแต่ไม่รุ่งกับทีมชาติไทย

คนเป็นนักบอลอาชีพไม่มีใครไม่อยากติดทีมชาติหลอก นี่คือความใฝ่ฝันของผู้เล่นทุกคน เพียงแต่มันไม่ใช่ว่านักบอลทุกคนที่เล่นดีในระดับสโมสรจะไปได้สวยในนามทีมชาติ บางครั้งบางคนเล่นดีเป็นตัวท็อป แต่เล่นไม่ดี ไม่เข้าระบบ ร่างกายไม่พร้อมกับเกมระดับสูง หรือบางคนมีเคมีบางจุดที่ไม่ตรงกับโค้ช สิ่งนี้สำคัญมากหลายๆครั้งทำให้คนที่เรารู้สึกว่าคนนี้น่าติดกับโดนมองข้ามไป

ขอบสนามสำรวจแข้งไทยคุณภาพดีที่ผลงานดีกับสโมสรแต่เมื่อมาเล่นทีมชาติแล้วผลงานไม่ค่อยเข้าตาสักเท่าไหร่

1.จักรพันธ์ แก้วพรม

แข้งจากบุรีรัมย์ ผู้ที่สะสมโทรฟี่แชมป์ไทยลีกมาแล้ว 7 สมัย เป็นสถิติมากสุดของนักเตะ เขาเป็นนักเตะที่มีตะวัน ศรีปาน เป็นไอดอลลูกหนัง เขาใฝ่ฝันจะได้เป็นจอมทัพแบบ”เดอะ แบน” เขาเดินทางไปที่โรงเรียนกีฬาสุพรรณบุรี ในฐานะโควต้านักฟุตบอล ก่อนจะผ่านการคัดตัวทีมชาติไทย 17, 19 ปี จนได้รับการทาบทามจากบีอีซี เทโรศาสน หลังผ่านโควต้าดิ อาร์เซน่อล ดรีม ฝันของเขาเป็นจริงได้ไปฝึกฝีเท้ากับอาร์เซน่อล ได้ลงเล่นฟุตบอลร่วมกับตะวัน นักบอลที่เขาชื่นชอบที่เทโร

จักรพันธ์ เป็นนักบอลจอมทัพแต่ด้วยตำแหน่งที่อัดแน่นในแดนกลางเทโร เขาต้องไปเล่นเป็นมิดฟิลด์ริมเส้นซึ่งก็ไม่ได้เคอะเขินอะไร “โน๊ต” สอบผ่านฉลุย กระทั่งปีเตอร์ รีดส์ แสดงความสนใจเรียกนักเตะมาเป็น 30 ขุนพลทีมชาติไทยชุดอาเซียน คัพ 2008 ก่อนจะหลุดโผไปอย่างน่าเสียดาย

หลังจากนั้นเขาก็กลับมามีโอกาสอีกครั้งเมื่อวินฟรีด เชเฟอร์ เข้ามาทำทีมเขาถูกจับไปเล่นเป็บแบ็คขวาจำเป็น ก่อนจะโดนปรับขึ้นมาเล่นเป็นมิดฟิลด์ตัวกลาง คือถ้าไม่บาดเจ็บ ยังไงเขาต้องเป็น 11 คนแรก หลังการเปลี่ยนกุนซือเป็นโค้ชซิโก้ จักรพันธ์ มีผลงานที่ดีกับบุรีรัมย์ ปักหลักในแดนกลางช่วยทีมประสบความสำเร็จ แต่ผลงานในนามทีมชาตินั้นส่วนทางกันอย่างสิ้นเชิง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเจเนเรชั่นรุ่นชนาธิป สรงกระสินธ์ ที่เล่นร่วมกันได้ดี จนยากที่เขาจะมาแทรกได้ โน๊ต ถูกเรียกมาเป็นกำลังเสริมปะปลายเวลาทดสอบทีม จนมาได้โอกาสอีกครั้งในยุคของมิโลวาน ราเยวัช แต่ปัญหาเรื่องอาการบาดเจ็บและอายุอานามที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้เป็นเรื่องยากมากที่เขาจะกลับคืนสู่ทีมชาติไทย

2.ปิยพล ผานิชกุล

ดาวเตะที่มีงานอดิเรกที่เป็นเกมเมอร์ฟุตบอล เขามีฝีมือที่เจนจัดในด้านนี้สุดขีดและฝันว่าจะไปเอาดีเมื่อหันหลังต่อกีฬาฟุตบอลที่เขารัก เด็กจากขอนแก่น มาเล่าเรียนที่ชลบุรี และได้โลดเล่นในระดับไทยลีกครั้งแรกกับทีมโค้กบางพระ หรือชื่อเดิมของพัทยา ยูไนเต็ด จนถูกดึงตัวไปเล่นให้ทีมฉลามชลในเวลาต่อมา น่าเสียดายที่เคมีบางอย่างที่ไม่ตรงกันของไดร์ ทำให้เมื่อมีข้อเสนอจากเมืองทอง ยูไนเต็ด เข้ามาเขาไม่รีรอที่จะย้ายทีม ทั้งที่ก็รู้ว่าโอกาสสอดแทรกเป็น 11 ตัวจริงนั้นยากมาก เพราะเขาคือแข้งโนเนม

ปิยพล ผานิชกุล ปรับตัวได้สบายในการใช้ชีวิตในเมืองทอง ได้เล่นบ้างไม่ได้เล่นบ้าง แต่ก็เป็นอะไหล่ที่ดีให้แข้งรายอื่นๆ แม้ว่าทีมจะมีการเปลี่ยนแปลง แต่เขายังได้รับความไว้วางใจให้อยู่ในแผนการทำทีมเรื่อยๆมา ช่วยทีมซิวแชมป์ไทยลีก 2 สมัยในปี 2010,2012 จนได้รับเลือกให้ติดทีมชาติไทย ในยุคของวินฟริด เชเฟอร์ หลังขาดแคลนผู้เล่นในตำแหน่งแบ็คขวา ไดร์เต็มใจเลือกที่จะลงเล่นเป็น 11 คนแรก เพราะเขาก็เป็นนักบอลคนหนึ่งที่ใฝ่ฝันที่จะรับใช้ชาติ หลังวินนี่ ลาทีมชาติไทยไป การเปลี่ยนแปลงกุนซือมาเป็นโค้ชซิโก้ เขามีโอกาสอีกครั้งแค่นัดเดียวที่พบกับเลบานอน เมื่อปี 2014 และนั้นคือเกมนัดสุดท้ายของเขา

อันที่จริงมีเสียงเรียกร้องให้ปิยพล กลับมาติดทีมชาติ เพราะสภาพร่างกายที่แข็งแรงยืนระยะได้ตลอด 90 นาที แต่ไม่มีกุนซือรายไหนเหลียวแลแข้งจากเชียงราย ยูไนเต็ด รายนี้เลย

3.จิรวัฒน์ มัครมย์

นักบอลโนเนมจากจังหวัดขอนแก่นที่เข้าเมืองหลวงมาเล่นบอลในโควต้าของมหาวิทยาลัยอิสเทิร์นเอเชีย ประสบความสำเร็จได้แชมป์ถ้วยพระราชทานค. แต่จากการที่ทีมไม่มีงบประมาณทำทีมต่อจึงต้องยุบทีมไป และเขาก็โยกย้ายไปเล่นบอลโปรลีกกับนครสวรรค์ และมาค้าแข้งกับรัตนบัณฑิต ในดิวิชั่น 1 โปรไฟล์เขามันช่างห่างไกลกับคำว่าไทยลีกและทีมชาติที่เขาใฝ่ฝัน

กระทั่งอาจารย์ไพบูลย์ เลิศวิมลรัตน์ วิทยากรอบรมโค้ชของสมาคมฟุตบอล ได้มาทำทีมไทยลีกกับการท่าเรือ เอฟซี เมื่อปี 2009 จึงชักชวน แจ็ค ไปเป็นผู้เล่นสิงห์เจ้าท่า ทว่าผู้มีบุญคุณของเขา ตัดสินใจลาออกหลังทำทีมแพ้เมืองทอง นัดแรกไทยลีก 0-3 ทว่าการเข้ามาของโค้ชเตี้ย สะสม พบประเสริฐ ที่มาจัดสรรปรุงแต่งแข้งท่าเรือใหม่ รีดความสามารถนักเตะออกมา จิรวัฒน์ แจ้งเกิดกับสโมสรได้อย่างไฉไล เปิดบอลได้แม่นยำ ยิงฟรีคิกหวังผลได้ สร้างสรรค์เกมรุกให้เพื่อนร่วมทีมได้สบาย จนถูกทาบทามไปร่วมทีมบุรีรัมย์ เขาใช้เวลาเกือบ 3 ประสบความสำเร็จช่วยทีมคว้าแชมป์มากมาย จนได้โอกาสติดทีมชาติไทย ในยุควินฟริด เชเฟอร์ ได้ลงเล่น 4 เกม น่าเสียดายที่ช่วงเวลาของเขากับทีมชาตินั้นสั้นเกินไป ทั้งที่คลาสลูกหนังของเขาสามารถช่วยทีมได้สบาย

4.อภิภู สุนทรพนาเวศ

ปีกซ้ายเท้าหนักจากสมุทรปราการ ผู้ที่เล่นได้แทบทุกตำแหน่งในเกมรุก เพลย์เมกเกอร์ ปีกซ้าย หน้าต่ำ เขาแจ้งเกิดกับโอสถสภา และไปต่อยอดกับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในยุคของน้าเหม่ง ประพล พงษ์พานิช

“บาส” เป็นนักบอลมันสมองแต่ชอบใช้พละกำลังทำให้หลายๆครั้ง เขาเล่นดีแต่ก็มาพร้อมปัญหาอาการบาดเจ็บ เขาโชว์ฟอร์มได้พีคช่วงรอยต่อปี 2011-2013 กับทีมพลังเอ็ม และถูกเรียกติดทีมชาติในยุคของวินฟริด เชเฟอร์พอดี เขาเป็นอะไหล่ยามฉุกเฉินที่มาช่วยเติมเต็มพื้นที่ในแดนกลางได้ดี ช่วยขับเคลื่อนเกมรุกได้สบาย ก่อนจะหลุดทีมชาติถาวรหลังการเปลี่ยนแปลงเฮดโค้ช

5.นันทวัฒน์ แทนโสภา

กองหน้าจากมหาสารคามที่มาเล่นฟุตบอลในเมืองหลวงกับสโมสรตำรวจและโดนชักชวนให้มาค้าแข้งกับสโมสรที่ใหญ่กว่าอย่าง ธนาคารกรุงไทย หลังอิ่มตัวกับทีมเก่า

ยิ่งยง ชื่อเก่าของนันทวัฒน์ ระเบิดฟอร์มยิงไปถึง 23 ประตูในไทยลีกให้ทีมนกวายุภักดิ์ เขาเป็นกองหน้าที่ได้รับการจับตามองจากสต๊าฟฟ์โค้ชทีมชาติพอๆกับอานนท์ สังข์สระน้อย เสียดายที่เวลาตัดตัวทีมชาติมักเป็นเขาที่หลุดเป็นประจำ ยิ่งแจ้งเกิดกับการยิง 8 ประตูในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีกในฐานะดาวซัลโวปี 2008 เขามีโอกาสติดทีมชาติอีกครั้งในยุคปีเตอร์ รีดส์ แต่ก็ทำได้แค่ข้างสนามและฝึกซ้อมไร้โอกาสอีกตามเคย สุดท้ายเส้นทางของเขากับทีมชาติก็ไม่บรรจบอีกเลย หลังการไปอยู่กับเชียงราย ยูไนเต็ด

6.อาทิตย์ สุนทรพิธ

ไม่มีใครปฏิเสธความสามารถของ”บาสแฮม” หรือ”นากามูระเมืองไทย” ไอ้หนุ่มผมยาวจากขอนแก่น ที่มาเติบใหญ่ในเมืองชลบุรี ตั้งแต่เด็กกับอัสสัมชัญ ศรีราชา เขามีเท้าซ้ายที่แม่นยำ พรสววรค์ฟุตบอลที่เหลือล้น พิสูจน์ได้จากการพาทีมชลบุรีเป็นแชมป์โค้กคัพ 2004 ไปอังกฤษยิงแฮตทริกใส่เยาวชนลิเวอร์พูล พาทีมโรงเรียนกวาดแชมป์บอลนักเรียนมากมาย ก่อนจะขึ้นมาเล่นชุดใหญ่ให้ชลบุรี ฟอร์มของบาสขึ้นหม้อในระหว่างปี 2006-2009 บอลที่ออกจากเท้าของเขาอันตรายทุกจังหวะ จนถูกเรียกไปติดทีมชาติ เยาวชนและชุดใหญ่

แม้ฝีเท้าในสนามจะดีแต่เรื่องนอกสนามที่เกเรอยู่เป็นประจำส่งผลต่อฟอร์มการเล่นของเขาที่ดร็อปลงอย่างชัดเจน และทำให้หลุดออกจากแผนการทำทีมของสโมสรไปและพเนจรไปกับหลายสโมสรทั้งวัวชน ยูไนเต็ด, ชัยนาท ฮอร์นบิล, เชียงราย ยูไนเต็ด, พีทีที ระยอง จนมาลงเอยที่ขอนแก่น ยูไนเต็ด ในปัจจุบัน ส่วนผลงานในนามทีมชาตินั้น นับตั้งแต่อาเซียน คัพ 2012 เขาก็หายเข้ากลีบเมฆไปเลย

เอ็มเร่

[email protected]

RELATED NEWS