background-defaultbackground-default
logo-pwa

เพิ่ม Khobsanam

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

ในระหว่างที่การแข่งขันฟุตบอลของลีกต่างๆ มีอันต้องหยุด ต้องยกเลิก ต้องโมฆะ ต้องเลื่อน หรือต้องห่าอะไรก็แล้วแต่เพราะพิษโควิด-19 แบบนี้ ทาง "บีบีซี" สื่อดังแดนผู้ดีกลัวแฟนบอลจะว่างจัดเลยจัดทำสกู๊ปมาให้โหวตกันว่าใครคือกุนซือที่ดีที่สุดตลอดกาลของวงการลูกหนังสหราชอาณาจักร ฉะนั้นขอบสนามท้อปเท็นวันนี้ก็เลยมาขอแนะนำ 10 กุนซือที่ได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงกันหน่อยว่ามีใครบ้าง และประวัติความสำเร็จของพวกเขานั้นเป็นอย่างไร

 

เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน 

เป็นคุณจะเลือกใคร? 10 กุนซือเจ๋งสุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง UK ประวัติการคุมทีม : อีส สเตอร์ลิ่งไชส์ 1974, เซนต์ เมอร์เรน 1974-78, อเบอร์ดีน 1978-86, ทีมชาติสก็อตแลนด์ 1985-86 และ แมนฯ ยูไนเต็ด 1986-2013 ความสำเร็จ : อเบอร์ดีน - ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ : 1983. สก็อตติช พรีเมียร์ลีก : 1980, 1984, 1985. สก็อตติช คัพ: 1982, 1983, 1984, 1986. สก็อตติช ลีก คัพ : 1986.  แมนฯ ยูไนเต็ด - ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก : 1999, 2008. คัพ วินเนอร์ส คัพ : 1991. พรีเมียร์ลีก: 1993, 1994, 1996, 1997, 1999, 2000, 2001, 2003, 2007, 2008, 2009, 2011, 2013. เอฟเอ คัพ : 1990, 1994, 1996, 1999, 2004. ลีก คัพ : 1992, 2006, 2009, 2010   แหม่ เราจะเริ่มต้นสาธยายความยิ่งใหญ่ของชายผู้นี้ยังไงดีหละเนี่ย? เฟอร์กี้ เริ่มมีชื่อเสียงขึ้นมาจากการคุมทีม อเบอร์ดีน ไม่ใช่แค่เบียด เซลติก กับ เรนเจอร์ส ขึ้นมาคว้าแชมป์ลีกสก็อตติชเท่านั้นนะ เขายังพาทีมคว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ มาครองได้ ด้วยการเอาชนะ เรอัล มาดริด ในปี 1983 ก่อนที่ผลงานจะถูกตาโดนใจทีมใหญ่อย่าง แมนฯ ยูไนเต็ด ทาบทามเข้ามากุมบังเหียนในปี 1986 แต่ 3-4 ปีแรก ถือว่ายากลำบากสำหรับ ป๋าเฟอร์กี้ เพราะทีมฟอร์มไม่ดีไม่มีแชมป์ จนมีข่าวว่าเตรียมจะถูกไล่ออกอยู่รอมร่อ แต่ก็ดันทำทีมผลงานดีในบอลถ้วย แล้วสุดท้ายก็พา "ปีศาจแดง" คว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ มาครองได้ในปี 1990 ต่อลมหายใจให้อยู่ทำทีมต่อ จนกลายเป็นตำนานบรมกุนซือในที่สุด ด้วยผลงาน 26 ปี 38 โทรฟี่ ผลงานขึ้นหิ้งคือการพา แมนฯ ยูไนเต็ด คว้า 3 แชมป์ในปี 1999  

บ็อบ เพสลี่ย์

เป็นคุณจะเลือกใคร? 10 กุนซือเจ๋งสุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง UK ประวัติการคุมทีม : ลิเวอร์พูล 1974-83 ความสำเร็จ : ยูโรเปี้ยน คัพ : 1977, 1978, 1981. ยูฟ่า คัพ: 1976. ดิวิชั่น 1 : 1976, 1977, 1979, 1980, 1982, 1983. ลีก คัพ : 1981, 1982, 1983.   เพสลี่ย์ ถูกทาบทามให้ขยับจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีม ขึ้นมาเป็นกุนซืออย่างเต็มตัวแทนที่ของ บิล แชงค์ลี่ย์ อีกหนึ่งตำนานที่ตัดสินใจขอวางมือในปี 1974 ซึ่งจริงๆ แล้ว เพสลี่ย์ ก็ไม่ได้จะะเต็มใจรับงานนี้สักเท่าไหร่ เพราะเขาคิดว่าตัวเองยังไม่เหมาะสมและไม่มีฝีมือดีพอ แต่การที่เขาอยู่กับทีมมายาวนานกว่า 30 ปี ตั้งแต่สมัยเป็นนักเตะ จนขึ้นไปเป็นกัปตันทีม พอแขวนสตั๊ดก็มาเป็นโค้ชทีมสำรอง เป็นนักกายภาพ เป็นโค้ชทีมชุดใหญ่ และเป็นผู้ช่ยกุนซือ ทัพ "หงส์แดง" จึงมองไม่เห็นใครที่จะเหมาะสมกว่าเขาอีกแล้ว ซึ่ง เพสลี่ย์ ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง เขาพา ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์ยูโรเปี้ยน คัพ สมัยแรกในประวัติศาสตร์สโมสรได้สำเร็จในปี 1977 และทำได้เพิ่มอีก 2 สมัย จาก 4 ปีุถัดมา คว้าแชมป์ลีกได้อีก 6 สมัย โดยตลอด 10 ปีที่คุม "หงส์แดง" มีแค่ฤดูกาล 1980/81 เพียงซีซั่นเดียวที่จบอันดับ 5 นอกนั้น เพสลี่ย์ไม่เคยพา ลิเวอร์พูล จบฤดูกาลในลีกด้วยอันดับต่ำกว่ารองแชมป์เลย   

จ็อค สตีน

เป็นคุณจะเลือกใคร? 10 กุนซือเจ๋งสุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง UK ประวัติการคุมทีม : ดันเฟิร์มลิน 1960-64, ฮิเบอร์เนียน 1964-65, เซลติก 1965-78, ลีดส์ ยูไนเต็ด 1978 และ ทีมชาติสก็อตแลนด์ 1965 & 1978-85 ความสำเร็จ : ดันเฟิร์มลิน - สก็อตติช คัพ: 1961. เซลติก - ยูโรเปี้ยน คัพ: 1967. ดิวิชั่น 1 สก็อต: 1966, 1967, 1968, 1969, 1970, 1971, 1972, 1973, 1974, 1977. สก็อตติช คัพ: 1965, 1967, 1969, 1971, 1972, 1974, 1975, 1977. สก็อตติช ลีก คัพ : 1966, 1967, 1968, 1969, 1970, 1975.   สตีน เป็นกุนซือชาวบริติชคนแรกในประวัติศาสตร์ที่สามารถพาทีมคว้าแชมป์ยุโรปได้ในปี 1967 ด้วยการเอาชนะ อินเตอร์ มิลาน ในรอบชิง 2-1 ประตู ถือว่าหักปากกาเซียนสุดๆ เพราะไม่มีใครคาดคิดว่าเขาจะทำได้ เพราะ สตีน เน้นนักเตะจากละแวะเมืองกลาสโกลว์ เป็นหลักแต่สามารถต่อกรกับทีมชั้นนำของยุโรปได้อย่างเหลือเชื่อ เท่านั้นไม่พอเขายังพา เซลติก ที่ตอนนั้นเป็นลูกไล่ของ เรนเจอร์ส ก้าวขึ้นมาทาบรัศมี โดยคว้าแชมป์ลีกไปได้ถึง 10 จาก 12 ฤดูกาลที่เขาคุมทีม แถม 9 จาก 10 นั้นเป็นการผูกขาดคว้าแชมป์ 9 ปีติดด้วย อีกหนึ่งผลงานที่น่าชื่นชมคือตอนที่เขาตัดสินใจรับงานคุมทีมชาติสก็อตแลนด์เป็นรอบ 2 ในปี 1978 เขาพาทัพ "ขี้เมา" เข้าไปเล่นรอบสุดท้ายฟุตบอลโลก 1982 ได้สำเร็จ ก่อนที่อีก 8 ปีต่อมา เขาจะพา สก็อตแลนด์ ไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้อีกครั้ง แต่เสียดายที่ครั้งนี้เขาไม่มีโอกาสได้ยืนคุมทีมอยู่ข้างสนามแล้ว เพราะเสียชีวิตคาสนามหลังจบการแข่งขันนัดสุดท้ายของรอบคัดเลือกที่เสมอกับ เวลส์ ไป 1-1 พาชาติบ้านเกิดจบอันดับ 2 รองจาก สเปน คว้าตั๋วไปบอลโลกได้สำเร็จ แต่เจ้าตัวกลับหัวใจวายคาสนามหลังสิ้นเสียงนกหวีด และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งตำนานกุนซือที่ถูกยกว่ายอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลของสหราชอาณาจักร  

ไบรอัน คลัฟ

เป็นคุณจะเลือกใคร? 10 กุนซือเจ๋งสุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง UK ประวัติารคุมทีม : ฮาร์ทลี่ย์พูล 1965-67, ดาร์บี้ เค้าท์ตี้ 1967-73, ไบร์ทตัน 1973-74, ลีดส์ ยูไนเต็ด 1974, น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ 1975-93 ความสำเร็จ : กับ ดาร์บี้ - ดิวิชั่น 1 : 1972. กับ น็อตติ้งแฮม ฟอร์เรสต์ - ยูโรเปี้ยน คัพ: 1979, 1980. ดิวิชั่น 1 : 1978. ลีก คัพ: 1978, 1979, 1989, 1990.   คลัฟ สร้างชื่อให้ตัวเองด้วยการพาทีม ดาร์บี้ เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นในลีกสูงสุด ก่อนจะใช้เวลา 3 ปี หลังเลื่อนชั้นหักปากกาเซียนพา "แกะเขาเหล็ก" คว้าแชมป์ลีกมาครองได้สำเร็จ ในปี 1972 แต่ปีถัดมาก็มีปัญหากับบอร์ดบริหารจึงแยกทางกัน ไปอยู่กับ ไบร์ทตัน และ ลีดส์ ยูไนเต็ด แต่ไม่ประสบความสำเร็จ ก่อนจะกลับมากู้ชื่อเสียงให้ตัวเองอีกครั้งแบบดังกว่าเดิม ด้วยการรับงานคุม ฟอร์เรสต์ ในปี 1975 ที่ในขณะนั้นอยู่ดิวิชั่น 2 ก่อนจะใช้เวลา 2 ปีพา "เจ้าป่า" เลื่อนชั้นขึ้นมาลีกสูงสุด และหักปากกาเซียนรอบสองด้วยการพาทีมคว้าแชมป์ลีกทันทีในปีถัดมา เท่านั้นไม่พอเพราะ คลัฟ ยังต่อยอดความสำเร็จพา "เจ้าป่า" คว้าแชมป์ยุโรปได้ 2 ปีซ้อนในปี 1979-1980 อีกด้วย อย่างไรก็ตามเส้นทางของ คลัฟ กับ ฟอร์เรสต์ ไม่ได้จบลงแบบสวยงามแฮปปี้เนดิ้ง เพราะด้วยปัญหาต่างๆ นาๆ ไม่ว่าจะเป็นการผิดใจกับ ปีเตอร์ เทย์เลอร์ มือขาวคู่บุญ มีปัญหากับบอร์ดบริหารเรื่องการซื้อ-ขายนักเตะ หรือแม้กระทั่งเรื่องส่วนตัวที่ คลัฟ ติดเหล้าอย่างหนักก็ทำให้ผลงานโดยรวมถดถอยลงไป จนสุดท้ายเขาก็โดนไล่ออกในปี 1993 ซึ่งปีนั้น ฟอร์เรสต์ ตกชั้นด้วย และไม่เคยกลับมายิ่งใหญ่ได้อีกเลย   

ดอน เรวี่

เป็นคุณจะเลือกใคร? 10 กุนซือเจ๋งสุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง UK ประวัติการคุมทีม : ลีดส์ ยูไนเต็ด 1961-74, ทีมชาติอังกฤษ 1974-77, ทีมชาติยูเออี 1977-80, อัล นาสเซอร์ 1980-84, อัล อาลี 1984-85 ความสำเร็จ : กับ ลีดส์ - อินเตอร์ ซิตี้ แฟร์ คัพ หรือ ยูฟ่า คัพ : 1968, 1971. ดิวิชั่น 1 : 1969, 1974. เอฟเอ คัพ : 1972. ลีก คัพ : 1968.   ดอน เรวี่ ถือเป็นผู้จัดการทีมที่เข้ามาแปลงโฉมให้ ลีดส์ ยูไนเต็ด เข้าสู่ยุคทองยุคนึงในประวัติศาสตร์สโมสรเลยก็ว่าได้ ช่วงแรกที่เขาเข้ามาคุมอาจจะดูตะกุกตะกักยากลำบากหน่อย แต่ก็เพราะพื้นฐานเดิมของทัพ "ยูงทอง" ในตอนนั้นมันไม่ได้ดี จึงต้องใช้เวลาปรับเปลี่ยนระบบสภาพทีมตัวนักเตะ และในที่สุดเขาก็สามารถพาทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 1 ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์สโมสร หลังก่อตั้งมาครบ 50 ปีพอดี ในปี 1969 และทำได้อีกครั้งในอีก 5 ปีต่อมา หนำซ้ำยังคว้าแชมป์แฟร์คัพ หรือ ยูฟ่า คัพ, เอฟเอ คัพ และ ลีก คัพ ได้อีกอย่างละ 1 สมัยด้วย  

บิล แชงค์ลี่ย์

เป็นคุณจะเลือกใคร? 10 กุนซือเจ๋งสุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง UK ประวัติการคุมทีม : คาร์สไลน์ 1949-51, กริมบี้ 1951-54, ฮัดเดอร์สฟิลด์ 1956-59, ลิเวอร์พูล 1959-74 ความสำเร็จ : กับ ลิเวอร์พูล - ยูฟ่า คัพ : 1973. ดิวิชั่น 1 : 1964, 1966, 1973. เอฟเอ คัพ : 1965, 1974.   ถ้าจะบอกว่า "หากไม่มี แชงค์ลี่ย์ คุมทีมในวันนั้น ลิเวอร์พูล ก็อาจจะไม่มีทุกวันนี้" ก็คงจะพอพูดได้แหละ เพราะ แชงค์ลี่ย์ นี่เองที่เป็นคนปลุก "หงส์แดง" ให้ผงาดขึ้นมาเป็นแนวหน้าของวงการฟุตบอลอังกฤษ ย้อนความกลับไปในปี 1959 ที่ บิล เข้ามาคุมทีม ลิเวอร์พูล นั้นอยู่แค่ดิวิชั่น 2 แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปหมดภายใต้การคุมทีมของเขา แชงค์ลี่ย์ ค่อยๆ ปรับเปลี่ยนทัพ "หงส์แดง" แก้ไขไปทีละจุดและพาทีมคว้าแชมป์ดิวิชั่น 2 เลื่อนชั้นขึ้นมาลีกสูงสุดได้สำเร็จในปี 1962 จากนั้นอีกแค่ 2 ปี ลิเวอร์พูล ชุดนี้ก็ก้าวขึ้นไปคว้าแชมป์ลีกสูงสุด หยุดการรอคอย 17 ปีเต็มลงได้สำเร็จ สรุปผลงาน 15 ปีที่คุม "หงส์แดง" แชมป์ลีกสูงสุด 3 สมัย, เอฟเอคัพ 2 สมัย และ ยูฟ่าคัพ อีก 1 สมัย ก่อนที่เจ้าตัวจะประกาศเรื่องสุดช็อกขอรีไทร์จากวงการทั้งที่อายุเพิ่งจะ 60 ปีเท่านั้น เพราะอยากใช้ชีวิตในบั้นปลายกับ เนสซี่ ภรรยาสุดที่รัก  

เซอร์ เคนนี่ ดัลกลิช

เป็นคุณจะเลือกใคร? 10 กุนซือเจ๋งสุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง UK ประวัติการคุมทีม : ลิเวอร์พูล 1985-91 & 2011-12, แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส 1991-95, นิวคาสเซิ่ล 1997-98, เซลติก 2000 ความสำเร็จ : กับ ลิเวอร์พูล - ดิวิชั่น 1 : 1986, 1988, 1990. เอฟเอ คัพ : 1986, 1989. ลีก คัพ : 2012. กับ แบล็คเบิร์น พรีเมียร์ลีก : 1995. กับ เซลติก - สก็อตติช ลีก คัพ: 2000   ในช่วงบั้นปลายอาชีพค้าแข้งกับ ลิเวอร์พูล ดัลกลิช ถูกแต่งตั้งให้เป็น นักเตะ-ผู้จัดการทีม แทนที่ของ โจ ฟาแกน ที่ขอลาออกหลังเจอเหตุสะเทือนใจกับโศกนาฏกรรมที่สนามเฮย์เซล ซึ่งการตั้ง ดัลกลิช เข้ามาคุมทีมแทนก็ถือว่าเซอร์ไพร้ส์เล็กๆ เพราะ "คิง เคนนี่" ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แต่เขากลับทำได้ยอดเยี่ยมเหลือเชื่อ พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ คือแชมป์ดิวิชั่น 1 กับ เอฟเอ คัพ ได้ตั้งแต่ฤดูกาลแรก จากนั้นก็คว้าแชมป์ลีกเพิ่มได้อีก 2 สมัย คือในปี 1988 และ 1990 ซึ่งเป็นครั้งสุดท้ายที่ "หงส์แดง" ได้แชมป์ลีกสูงสุดด้วย จากนั้นก็ย้ายไปคุม แบล็คเบิร์น แล้วก็โชว์เก๋าเขย่าวงการอีกครั้งด้วยการพาทัพ "กุหลาบไฟ" สอยแชมป์ พรีเมียร์ลีก มาครองได้สำเร็จในปี 1995 สุดท้ายได้กลับมาคุมทัพ "หงส์แดง" อีกครั้งเป็นช่วงสั้นๆ แทนที่ รอย ฮ็อดจ์สัน ในระหว่างปี 2011-12 และพาทีมคว้าแชมป์ ลีกคัพ มาครองได้  

เซอร์ แม็ตต์ บัสบี้

เป็นคุณจะเลือกใคร? 10 กุนซือเจ๋งสุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง UK ประวัติการคุมทีม : แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 1945-1969 & 1970-71 ความสำเร็จ : ยูโรเปี้ยน คัพ : 1968. ดิวิชั่น 1 : 1952, 1956, 1957, 1965, 1967. เอฟเอ คัพ : 1948, 1963.   แม็ตต์ บัสบี้ เป็นผู้พลิกโฉมปลุก "ปีศาจแดง" ตัวนี้ให้กลับมาผงาดอีกครั้ง หลังหลับไหลไปนานเกือบ 50 ปี เขาเข้ามาคุมทีมในปี 1945 ใช้เวลา 3 ปีพาทีมคว้าแชมป์ เอฟเอ คัพ จนกระทั่งมาได้แชมป์ลีกในปี 1952 ต่อด้วย 1956 และ 1957 ทุกอย่างกำลังไปได้สวย แต่แล้วก็มาเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน ปี 1958 เครื่องบินของขุนพลทัพ "ปีศาจแดง" ตกที่มิวนิค นักเตะเสียชีวิต 8 ราย ทีมงานอีก 10 กว่าคน ตัว แม็ตต์ บัสบี้ เองก็เจ็บหนัก ต้องพักรักษาตัวอยู่พักใหญ่ ตอนนั้นใครๆ ก็คิดว่า แมนฯ ยู จบเห่แน่แล้ว กว่าจะกลับมาคงต้องใช้เวลานานโข แต่ไม่ใช่เลย หลังจากที่ แม็ตต์ บัสบี้ รักษาตัวจนหายดี เขาก็เริ่มปรับปรุงทีมทำให้ ผีแดง แข็งแกร่งอีกครั้ง และเริ่มคว้าแชมป์ได้อีกครั้งเริ่มจาก เอฟเอ คัพ ในปี 1963, แชมป์ลีกในปี 1965 และ 1967 ปิดท้ายด้วย ยูโรเปี้ยน คัพ ในปี 1968 และเป็นทีมจากอังกฤษทีมแรกด้วยที่คว้าถ้วยนี้มาครองได้สำเร็จ แม็ตต์ บัสบี้ ยังสร้างกลุ่มนักเตะที่ขึ้นชั้นเป็นตำนานไปแล้วซึ่งเรียกว่า "บัสบี้ เบ๊บ" ประกอบไปด้วย เดนิส ลอว์, เซอร์ บ็อบบี้ ชาร์ลตัน และ จอร์จ เบสต์  

เซอร์ บ็อบบี้ ร็อบสัน

เป็นคุณจะเลือกใคร? 10 กุนซือเจ๋งสุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง UK ประวัติการคุมทีม : ฟูแล่ม 1968, อิปสวิช 1968-82, ทีมชาติอังกฤษ 1982-90, พีเอสวี 1990-92 & 1998-99, สปอร์ติ้ง ลิสบอน 1992-94, ปอร์โต้ 1994-96, บาร์เซโลน่า 1996-97, นิวคาสเซิ่ล 1999-2004 ความสำเร็จ : กับ อิปสวิช - ยูฟ่า คัพ : 1981. เอฟเอ คัพ : 1978. กับ พีเอสวี - แชมป์ลีกดัตซ์ : 1991, 1992. กับ ปอร์โต้ - แชมป์ลีกโปรตุเกส: 1995, 1996. กับ บาร์เซโลน่า - โกปา เดล เรย์ : 1997. คัพ วินเนอร์ส คัพ : 1997.   "ปู่บ็อบ" ถือเป็นหนึ่งในกุนซือชาวบริติชที่โด่งดังที่สุดในต่างแดน เพราะเกียรติประวัติและการคว้าแชมป์ของแกนั้นส่วนใหญ่อยู่นอกราชอาณาจักร แต่ก่อนจะไปโลดแล่นที่ต่างแดน ปู่แกก็สร้างชื่อกับการพา อิปสวิช คว้าแชมป์ ยูฟ่า คัพ ได้สำเร็จในปี 1981 จนผลงานโดนใจให้ ทีมชาติอังกฤษดึงไปคุมทีม และพา สิงโตคำราม ไปได้ถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายในบอลโลก 1986 ก่อนที่ 4 ปีถัดมาจะไปถึงรอบรองชนะเลิศ จากนั้นก็เริ่มไปโลดแล่นต่างแดนและเดินหน้ากวาดแชมป์กับ พีเอสวี, ปอร์โต้ และ บาร์เซโลน่า ความสำเร็จใหญ่สุดก็น่าจะเป็นการคว้า คัพ วินเนอร์ส คัพ กับ บาร์ซ่า ในปี 1997 นั่นเอง  

เซอร์ อัลฟ์ แรมซีย์

เป็นคุณจะเลือกใคร? 10 กุนซือเจ๋งสุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง UK ประวัติการคุมทีม : อิปสวิช 1955-63, ทีมชาติอังกฤษ 1963-74, เบอร์มิงแฮม 1977-78 ความสำเร็จ : กับ อิปสวิช - ดิวิชั่น 1 : 1962. กับ ทีมชาติอังกฤษ - แชมป์โลก : 1966   แม้ว่าตลอด 23 ปีในอาชีพกุนซือของ อัลฟ์ แรมซี่ย์ จะมีแชมป์ประดับบารมีแค่ 2 ถ้วย แต่หนึ่งในนั้นแม่งเป็นถ้วยที่โคตรยิ่งใหญ่ นั่นคือการพาทีมชาติอังกฤษ คว้าแชมป์โลกมาครองได้ในปี 1966 และจนถึงทุกวันนี้เขาก็ยังเป็นผู้จัดการทีมคนเดียวที่พาทัพ "สิงโตคำราม" คว้าแชมป์โลก อย่าว่าแต่แชมป์เลย แค่ไปถึงรอบชิงอีกครั้งยังไม่มีใครทำได้เลย  ไม่ใช่แค่เพราะพาอังกฤษคว้าแชมป์โลกเท่านั้นนะครับ ที่ทำให้ อัลฟ์ แรมซี่ย์ เข้ามาติดในลิสต์นี้ แต่ผลงานตลอด 8 ปีที่คุม อิปสวิช ก่อนโดนทาบไปคุมทีมชาติก็น่าเหลือเชื่อมากๆ เขารับงานคุม "ม้าขาว" ในปี 1955 ซึ่งตอนนั้นยังอยู่ในดิวิชั่น 3 และ แรมซี่ย์ ใช้เวลา 7 ปี ในการพาทีมจากดิวิชั่น 3 ไต่เต้าขึ้นมาคว้าแชมป์ ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จในปี 1962  

และทั้งหมดนี้คือ 10 บุคคลที่ถูกยกให้เป็นกุนซือชาวสหราชอาณาจักรที่ดีที่สุดตลอดกาลของวงการลูกหนัง แล้วคุณหละชอบใครเป็นพิเศษ?

 

ชิน ชินพัฒน์

 
logoline