ย้อนรอย 4 อดีตแข้งลิเวอร์พูล ผู้ผ่านสมรภูมิไทยลีก

เวลานี้แฟนบอลลิเวอร์พูลทั่วโลก คงมีความสุขหลังทีมรักประสบความสำเร็จกลับมาคว้าแชมป์ลีกสูงสุดของอังกฤษเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ถือเป็นการสานต่อเกียรติยศเป็นปีที่ 2 ติดต่อกันหลังจากปีกลายซิวโทรฟี่ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มาครอง

ด้วยความที่ลิเวอร์พูล ผูกพันกับแฟนบอลชาวไทยมาช้านานไม่ผิดแปลกหากเมื่อไหร่ก็ตามที่อดีตนักเตะยูนิฟอร์มหงส์แดง แวะมายังเมืองไทย ทำกิจกรรมต่างๆ มากมาย เด็กหงส์แดนสยามจึงไม่พลาดเสมอ เฉกเช่นเดียวกันกับแวดวงลูกหนังไทยที่เคยผายมือต้อนรับบรรดาผู้เล่นเก่าเดอะ ค็อป ซึ่งหากไล่เรียงดูแล้ว เคยมีอดีตเด็กหงส์ มาโลดแล่นทำมาหากินในสยามประเทศถึง 4 หน่อ ส่วนจะมีใครบ้างนั้น ไม่เสียเวลาเกินไป ติดตามเนื้อหาด้านล่างเลยจ้า

ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

“เดอะ ก็อด” ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ ของสาวกเดอะ ค็อป คืออดีตหัวหอกตีนซ้ายระดับตำนานชาวเมอร์ซีไซต์ ผู้เคยเป็นเจ้าของสถิติกระหน่ำแฮตทริกได้รวดเร็วที่สุดในพรีเมียร์ลีก 4 นาที 33 วินาที ใส่ อาร์เซน่อล  เมื่อฤดูกาล 1994-95 (ก่อนที่ซาดิโอ มาเน่ ทำลายสถิติในเวลาต่อ)

ฟาวเลอร์ คือขวัญใจของลิเวอร์พูล ไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม และเมื่อทันที”กิเลนผยอง” เมืองทอง ยูไนเต็ด ประกาศคว้าตัวมาร่วมชายคาธันเดอร์โดม เพื่อโลดแล่นไทยลีก เมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2011

ชื่อของฟาวเลอร์ ก็กลายเป็นปรากฎการณ์ของแวดวงลูกหนังไทยทันที แค่แลนดิ้งสู่สยามประเทศ ก็ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและเดอะ ค็อป ที่แห่กันไปรับเนืองแน่น ณ สนามบินสุวรรณภูมิ ตามมาด้วยปรากฏการณ์ฟีเวอร์ เสื้อหมายเลข 9 ของเมืองทอง ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า เนื่องจากก่อนหน้านี้ไม่เคยมีแข้งโปรไฟล์หรู มาค้าแข้งในไทยลีก

หากไม่รับ ไนออน ควินส์ ที่มาเล่น 1 เกมไทยลีกให้บีอีซี เทโรศาสน เมื่อปี 2006 ในการโปรเมตโครงการดิ อาร์เซน่อล ดรีมส์  แต่มันแค่หน้าข่าวที่สื่อเล่นกับสตาร์เคยดัง เพราะในเวลานั้น ฟาวเลอร์ อายุอานามปาเข้าไป 36 ปี พิษสงค์ที่เคยมีตอนวัยรุ่นก็ถูกสังขารที่โรยราพัดพาไปตามวัย  เอ็นริเก้ คาลิสโต้ โค้ชโปรตุกีสในเวลานั้น จำเป็นต้องใช้งาน

ส่งเขาลงสนามอย่างต่อเนื่อง จะให้มานั่งสำรองก็คงเป็นไปไม่ได้ เพราะค่าจ้างแพง แต่เล่นไม่เข้าระบบทีมเลย แข้งดังชาวไทย พยายามปั้น “เดอะ ก็อด” แต่ดูเมื่อว่าจะเข้าขั้นไม่เวิร์กอย่างแรง

แม้จึงถูกดันขึ้นมาเป็นผู้เล่นและโค้ชชั่วคราว แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จเหมือนวันวาน หากเทียบผลงานกับเม็ดเงินค่าจ้างที่กิเลนผยอง ได้จ่ายไปให้แก่ ฟาวเลอร์ เรียกว่าสอบตกโดยปริยาย ระยะเวลา 6 เดือนเศษ ผลงาน 13 เกมรวมทุกรายการ ทำไปได้แค่ 2 ประตู ในไทยลีกที่พบกับเชียงราย ยูไนเต็ด และทีทีเอ็ม พิจิตร ก็เพียงพอจะทำให้สวมรองเท้ายี่ห้อคอนเวิร์ส แยกทางกันเพื่อเปิดให้ “ย็อคก้า” สลาวิซ่า โยคาโนวิช เข้ามารับจ็อบต่อในฤดูกาล 2012

ส่วนฟาวเวอร์ก็ไร้สังกัดและเมืองทอง คือสโมสรสุดท้ายในชีวิตการค้าแข้งของเขา ก่อนจะกลับอังกฤษไปทดสอบฝีเท้ากับแบล็คพูลชั่วคราว แต่ไม่ได้รับการเซ็นสัญญา และประกาศแขวนสตั๊ดในเดือนกันยายน ปี 2012 และผันตัวไปรับจ็อบเป็นนักวิเคราะห์วิจารณ์ลูกหนังรับเชิญ ก่อนจะหวนกลับมารับงานเป็นโค้ชอาชีพกับบริสเบน โรอาร์ เมื่อเดือนเมษายนปี 2019 และด้วยวิกฤติโควิด 19 ทำให้เขาและทีมดังแดนออสซี่ยกเลิกสัญญาไปในที่สุด

คริสเตียน ซีเก้

อดีตดาวเตะทีมชาติเยอรมนี จากเวสต์เบอร์ลิน ผู้มีดีกรีชุดแชมป์ยูโร1996 และรองแชมป์โลกปี 2002 กับทัพอินทรีเหล็ก ผู้ผ่านการรับใช้หงส์แดง 1 ปีในชุดที่ครองทริปเปิ้ลแชมป์ เมื่อปี 2000-01 (ลีก คัพ, เอฟเอ คัพ, ยูฟ่า คัพ) แต่ไม่ได้มาเมืองไทย เพื่อมาสวมสตั๊ดค้าแข้ง เพียงแต่มารับจ็อบหัวหน้าผู้ฝึกสอนราชบุรี มิตรผล เอฟซี ซึ่งเปิดตัวได้อย่างหวือหวา ก่อนสิ้นปี 2017 จนกระทั่งเดินทางมาเปิดตัวยังมิตรผล สเตเดี้ยม ช่วงต้นเดือนมกราคม 2018 โดยได้รับความสนใจจากสื่อทั่วทุกสารทิศ

ทว่าชีวิตการทำงานในเมืองไทย ของอดีตแข้งดังจากเมืองเบียร์ กลับไม่ได้สวยหรูเหมือนตอนเปิดตัว เพราะก่อนเริ่มไทยลีก ช่วงปรีซีซั่น ซีเก้ ไม่ได้มีส่วนร่วมกับราชบุรีช่วงปรีซีซั่นที่ประเทศมาเลเซีย เนื่องจากขอตัวกลับไปเคลียร์ธุระที่บ้านเกิด จนมีข่าวลือมากมายอาจมีการแยกทางตั้งแต่บอลลีกยังไม่เริ่มฤดูกาล

สุดท้าย ซีเก้ กลับมาคุมทัพราชบุรี แต่อยู่ไม่ครบสัญญาตามความคาดหมายของสื่อมวลชน และทำงานไปเพียงแค่ 2 เกมในฤดูกาล 2018 คือนัดเปิดสนามบุกพ่ายบุรีรัมย์ 1-2 และเปิดงานชนะแอร์ฟอร์ซ 1-0

จากนั้น 19 กุมภาพันธ์ 2018 ซีเก้ และราชบุรี จึงได้มีการแยกทางกันอย่างรวดเร็ว เนื่องจากมุมมองความเห็นฟุตบอลไม่ตรงกัน ก่อนที่ปลายเดือนแห่งความรัก ก่อนจะมีข่าวตามเป็นสงครามน้ำลายของทั้งฝั่งของซีเก้ และราชันมังกร ที่ปรากฏในสื่อของไทยและเยอรมนี

ฟลอร็องต์ ซินาม่า ปงโกลล์

อดีตหัวหอกเยาวชนทีมชาติฝรั่งเศส ผู้มีดีกรีผู้เล่นทรงคุณค่าจากทัวร์นาเมนต์เยาวชนชิงแชมป์โลก รุ่นอายุไม่เกิน 17 เมื่อปี 2001 ที่ประเทศตรินิแดด แอนด์ โตเบโก จากผลงานดังกล่าวจึงถูกเชราร์ อุลลิเย่ร์ คว้าตัวไปร่วมชายคาแอนฟิลด์ ในเวลาต่อมา

ฟลอร็องต์ ซินาม่า ปงโกลล์ คือผู้เล่นชุดความทรงจำหงส์แดง ค่ำคืนที่อิสตันบูล เถลิงบัลลังก์แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 2005 อย่างไรก็ดีเขารู้ตัวว่าเป็นส่วนเกินในทีมของ ราฟาเอล เบนิเตซ จึงพเนจรไปยังแดนกระทิงดุ และแจ้งเกิดกับสโมสรเรเครติโบ อูเอลบา จนกลายเป็นศูนย์หน้าเนื้อหอมของวงการฟุตบอลยุโรป ซึ่งเวลานั้นคือช่วงชีวิตที่พีคสุดขีด ก่อนจะมีกราฟชีวิตที่ตกต่ำเรื่อยมา

กระทั่งช่วงเลก2 ไทยลีก ปี2016 ปงโกลล์ มีความสนใจที่จะลงเล่นไทยลีก เลยยื่นข้อเสนอให้กับราชนาวี เป็นทีมแรกก่อนจะถูกปฏิเสธ แต่ชัยนาท เล็งเห็นถึงคลาสบอลชื่อชั้นในอดีตที่น่าจะยกระดับทัพนกใหญ่ได้ จึงเซ็นสัญญากับแข้งชาวเฟรนซ์แมนทันที

ปงโกลล์ แสดงให้เห็นถึงฝีเท้าที่เหนือกว่าแข้งไทยภายในทีม เขาคือศูนย์หน้าที่ใช้จังหวะไม่มากมายแปรเปลี่ยนเป็นประตู หรือแม้กระทั่งผ่านบอลไปให้เพื่อนร่วมทีมที่อยู่ในตำแหน่งดีกว่า คือสิ่งที่โดดเด่นไม่แพ้กัน แม้ชัยนาท จะตกชั้นจากไทยลีก 2016 แต่ก็ยังปักหลักรับใช้ทีมต่อไป และใช้เวลาแค่ 1 ฤดูกาล นำทีมกลับสู่ไทยลีก ได้อย่างน่าชื่นชม

2 ปีครึ่งในการลงเล่นในทีมภูธรอย่างชัยนาท  ปงโกลล์ คือคีย์แมน ที่เดนนิส อมาโต้ โค้ชสัญชาติเยอรมันในเวลานั้น ไว้วางใจส่งลงสนามหากสภาพร่างกายฟิตสมบูรณ์ ยิงไป 33 ประตู ก่อนจะไม่ได้รับการต่อสัญญาเมื่อจบซีซั่น 2018 ซึ่งแข้งรายนี้อาจจะเรียกได้ว่าเป็นดีลยอดเยี่ยมที่สุดของแข้งหงส์แดง ในระดับไทยลีกก็ว่าได้

ก็อดวิน อันทวี่

เด็กหงส์รายสุดท้ายที่มาอยู่ชาร์ตของขอบสนาม อาจจะมีชื่อที่ไม่คุ้นหูเท่าไหร่ เนื่องจากไม่เคยทะยานสู่ทีมชุดใหญ่ได้ ตลอดระยะเวลา 4 ปี แต่เราก็บอกได้ว่านี่คืออดีตดาวเตะเยาวชนลิเวอร์พูล

แนวรับชาวสแปนิชที่เกิดในกาน่า อพยพมาอยู่กับลิเวอร์พูลเมื่อปี 2005 ขณะที่อายุ17 ปี หลังโดนปาโก้ เฮอร์เรร่า ทีมงานเก่าราฟาเอล เบนิเตซ ชักชวนมาอยู่ในทีมเยาวชนที่เคิร์กบี้ (ศูนย์ฝึกบ่มเพาะลูกหนังของลิเวอร์พูล) และเคยคว้าแชมป์เอฟเอ ยูธ คัพ มาอีก 1 สมัย แต่ไม่มีแข้งชุดนั้นคนใดก้าวสู่ทีมชุดใหญ่หงส์แดงได้เลยแม้แต่คนเดียว

หลังหมดสัญญากับลิเวอร์พูล เมื่อปี 2009 ก็อดวิน อันทวี่ เลือกไปหาความท้าท้ายใหม่กับฟุตบอลลีกล่างย่านสแกนดิเนเวีย ทั้งในเดนมาร์กและนอร์เวย์

เมื่อชื่อเสียงไทยลีกโด่งดังไปไกล อันทวี่ จึงตีตั๋วมายังบางกอก เพื่อหาสโมสรทดสอบฝีเท้า แต่ทีมที่เซ็นสัญญาหมอนี่ กลับกลายเป็นศรีสะเกษ เอฟซี ที่มีพนิพล เกิดแย้ม คุมทีมในต้นฤดูกาล 2014

ก็อดวิน อันทวี่ แสดงกึ๋นลูกหนังที่เจนจัดกว่าแข้งไทยบัญชาการแผงหลังร่วมกับเอกพันธ์ จันดากรณ์ ช่วยเซฟให้กูปรีอันตราย รอดพ้นการตกชั้นไทยลีก ปีดังกล่าว

อย่างไรก็ดีเมื่อจบฤดูกาล ศรีสะเกษ ลงความเห็นไม่ต่อสัญญา ทำให้ต้องปิดฉากชีวิตในลีกไทยแค่ 10 เดือนเศษ ปัจจุบันอยู่ในสถานะฟรีเอเยนต์ หลังว่างงาน 1 ปีเต็ม

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม

เพิ่มเพื่อน

RELATED NEWS