รวมเหตุผลที่ บาร์เซโลน่า ปล่อย อาร์ตูร์

รวมเหตุผลที่ บาร์เซโลน่า ปล่อย อาร์ตูร์

ปิดดีลแถลงอย่างเป็นทางการกันไปเรียบร้อยสำหรับ การย้ายสลับขั้วระหว่าง อาร์ตูร์ เมโล่ และ มิราเล็ม ปานิช โดย อาร์ตูร์ จะย้ายไปเล่นกับ ยูเวนตุส ด้วยค่าตัว 72 ล้านยูโร สัญญา 5 ปี และ มิราเร็ม ปานิช จะย้ายมา บาร์เซโลน่า ด้วยค่าตัว 60 ล้านยูโร สัญญา 4 ปี ค่าฉีกสัญญา 400 ล้านยูโร เท่ากับว่า บาร์เซโลน่า จะได้เงินจากดีลนี้หักลบแล้วเหลือ 12 ล้านยูโร

อย่างไรก็ตามหลังจากการประกาศอย่างเป็นทางการ สาวก บาร์เซโลน่า ต่างไม่เห็นด้วยกับดีลนี้สักเท่าไหร่นัก มองว่าบอร์ดบริหาร บริหารงานผิดพลาด การเอานักเตะอายุ 23 ไปแลกอายุ 30 ไม่คุ้มค่าเท่าไหร่นัก เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก แฟนบอลต่างเข้าไปโพสต์ทวิตเตอร์ถึง โจเซป มาเรีย บาร์โตเมว ประธานสโมสรว่าใช้อะไรคิด ส่วนทาง อาร์ตูร์ เองก็ประกาศไม่กลับมาช่วย บาร์เซโลน่า ในศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ขณะที่ มิราเล็ม ปานิช ยังต้องอยู่ช่วย ยูเวนตุส จนจบฤดูกาล นับว่าเสียหายมากทีเดียว ซึ่งวันนี้ขอบสนามได้รวบรวมเหตุผลที่มีน้ำหนักว่าทำไม อาร์ตูร์ ต้องย้ายออกจากทีมมาฝาก

1. สถานะทางการเงินของ บาร์ซ่า

สปอร์ต สื่อดังแคว้นกาตาลัน รายงานว่า บาร์เซโลน่า เพิ่มแรงกดดันต่อ อาร์ตูร์ เมโล่ เพื่อบีบให้เขายอมรับข้อตกลงแลกตัวกับ มิราเล็ม ปานิช จาก ยูเวนตุส ทั้งที่เจ้าตัวไม่ต้องการ แต่ทว่า บาร์เซโลน่า กำลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส โควิด-19 ส่งผลต่อสถานะทางการเงินโดยตรง มีรายงานว่า บาร์เซโลน่า กำลังประสบปัญหาทางการเงินครั้งรุนแรง เข้าขั้นวิกฤต เมื่อช่วง 3 เดือนที่ผ่านมาที่ฟุตบอลไม่สามารถเตะได้ ทำให้ บาร์ซ่า สูญเสียรายได้จากการขายตั๋วเข้าชมเกม รวมถึงเข้าชมพิพิธภัณฑ์ของสโมสร รวมกันเป็นเงินกว่า 154 ล้านยูโร และเมื่อไม่มีการแข่งขัน ก็ไม่มีช่องทางโปรโมทให้กับสปอร์นเซอร์ และนี่คือครั้งประวัติศาสตร์ที่การแข่งขันหยุดยาวนาน จนสุดท้ายต้องออกมาประกาศขายชื่อสนามให้กับสปอนเซอร์ผู้สนใจ และหาทางลดภาระค่าใช้จ่าย รัดเข็มขัดในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจเช่นนี้ ดังนั้นหากจะเสริมแกร่ง การแลกตัวพร้อมกับได้เงินจำนวนหนึ่ง น่าจะเป็นทางออกที่บอร์ดบริหารคิดว่าดีที่สุด

2. เพื่อความสวยงามของบัญชี

มีรายงานว่า บาร์เซโลน่า ต้องการได้เงินจากการปล่อยตัว อาร์ตูร์ ให้ ยูเวนตุส มาช่วยพยุงตัวเลขในบัญชีรายจ่ายของสโมสร ก่อนวันปิดงบประมาณประจำปีในวันที่ 30 มิถุนายน ก่อนหน้านี้ Swiss Ramble สื่อสายเจาะลึกข้อมูลธุรกิจฟุตบอล วิเคราะห์ว่า บาร์เซโลน่า และ ยูเวนตุส จะทำกำไรได้ทีมละประมาณ 50 ล้านยูโร ในดีลสลับขั้วย้ายตัวระหว่าง อาร์ตูร์ เมโล่ และ มิราเล็ม ปานิช ในครั้งนี้ ทาง อาร์ตูร์ ย้ายมา บาร์เซโลน่า เมื่อเดือนกรกฎาคมในปี 2018 ด้วยสัญญา 6 ปี และค่าตัว 30 ล้านยูโร เท่ากับค่าตัวปีละ 5 ล้านยูโร ซึ่งมูลค่าของ อาร์ตูร์ จะอยู่ที่ 20 ล้านยูโร ดังนั้นหาก บาร์ซ่า ขาย อาร์ตูร์ ไปด้วยราคา 70 ล้านยูโร เท่ากับว่าพวกเขาจะได้ผลกำไรจากการทำธุรกิจครั้งนี้ 50 ล้านยูโร เช่นเดียวกับทาง ยูเวนตุส ที่จะได้ผลพลอยได้แบบเดียวกัยราว ๆ 50 ล่านยูโร

3. แนวทางการทำทีมของ เซเตียน

ก่อนหน้านี้มี กีเก้ เซเตียน นายใหญ่ของ บาร์เซโลน่า ออกมาให้สัมภาษณ์เชิงวิจารณ์ฟอร์มการเล่นของ อาร์ตูร์ ที่ย้ายมาด้วยความหวังสูงแต่กลับไม่ประสบความสำเร็จ เพราะขาดความต่อเนื่อง และสไตล์การเล่นของเขาที่ดูเหมือนไม่เขาเมื่อได้โอกาสลงสนาม จนแม่ของ อาร์ตูร์ ทนไม่ได้และต้องออกโรงสวนกลับ นอกจากนี้มีรายงานว่าเจ้าตัวเองก็ไม่พอใจแนวทางการทำทีมของ เซเตียน รวมถึงบทสัมภาษณ์ที่ออกมาวิจารณ์ราวกับทำทีมประสบความเร็จได้แชมป์มามากมาย ซึ่งเจ้าตัวรู้สึกได้ชัดว่าเขาไม่เป็นที่ต้องการของ เซเตียน ในทีม บาร์เซโลน่า ชุดนี้

4. ผู้อำนวยการกีฬา บาร์เซโลน่า ที่ไม่เก่งพอ

ปัจจุบัน เอริค อบิดัล ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการกีฬาของ บาร์เซโลน่า ที่มีหน้าที่จัดหานักเตะเพื่อผลระยะยาว เจรจาซื้อขาย ถ่วงดุลผู้จัดการทีมเรื่องอำนาจซื้อขาย ซึ่ง ผู้อำนวยการกีฬา และ ผู้จัดการทีม หรือ กุนซือ ต้องเห็นตรงกันด้วยเพื่อประโยชน์ของทีม อย่างไรก็ตามผลงานของ อบิดัล ในช่วงที่ผ่านมาไม่น่าประทับใจนัก ไม่ค่อยมีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันสักเท่าไหร่ อีกทั้งยังมีปัญหากับ ลิโอเนล เมสซี่ หลังจากออกมาวิจารณ์นักเตะว่าเป็นสาเหตุทำให้ เอร์เนสโต้ บัลเบร์เด้ โดนปลดอีกด้วย ด้วยวิสัยทัศน์และทัศนคติของ อบิดัล ดูเหมือนว่าจะไม่เพียงพอต่อการนั่งแท่น ผู้อำนวยการกีฬาของทีม บาร์เซโลน่า และในดีลของ อาร์ตูร์ และ ปานิช เขาก็ต้องมีส่วนเกี่ยวข้องในการมองหาและเจรจาด้วยเช่นกัน ซึ่งจะเป็นคำตอบที่ถูกสำหรับเขาหรือไม่ หรือจะตอกย้ำว่าเขามีวิสัยทัศน์ไม่ดีพอเข้าไปอีกคงต้องรอ ปานิช พิสูจน์ตัวเอง

สุดท้ายแล้วทั้งหมดเป็นเพียงบทวิเคราะห์ถึงเหตุผลที่ทำให้เกิดดีลสลับขั้วในครั้งนี้ บาร์เซโลน่า เองต้องการเสริมแกร่งทีมอยู่แล้ว เพราะนับตั้งแต่การขาดหายไปของ ชาบี รวมถึง อินเนียสต้า แดนกลางของพวกเขาก็ไม่แข็งแกร่งดังเดิม ด้วยผลงานของ มิราเล็ม ปานิช กับ ยูเวนตุส ลงเล่น 171 นัด ทำไป 22 ประตู กับอีก 36 แอสซิสต์ รวมถึง่ประสบการณ์ของเจ้าตัวอาจจะมาช่วยยกระดับกลาง บาร์เซโลน่า ให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกก็เป็นได้ แต่ทว่าที่โดนวิจารณ์เละเพราะด้วยอายุของ อาร์ตูร์ ที่ยังน้อยสามารถพัฒนาต่อได้ ต่างกับ ปานิช ที่ 30 เข้าไปแล้ว สาวกอาซูลกราน่า คงต้องทำใจยอมรับและติดตามผลงานของทีมต่อไป ส่วน ปานิช จะไปได้ดีกับ บาร์เซโลน่า แค่ไหนรอดูเขาพิสูจน์ตัวเองในฤดูกาลหน้าละกัน

– เปี๊ยกบางใหญ่ –

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมผ่านทางไลน์ ขอบสนาม

เพิ่มเพื่อน

RELATED NEWS