5 ทีมเล็กจอมแสบไทยลีก

ไทยลีกกำลังจะกลับมาฟาดแข้่งอีกครั้งในเดือนหน้า เวลานี้หลายๆทีมใจจดใจจ่อกับการกลับมาโม่แข้งอีกครั้ง เพื่อให้จบ 15 เกมแรก แน่นอนว่าเป้าหมายคือการมีเอี่ยวในการไปเล่นฟุตบอลเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก ในปี 2021

แต่ถึงกระนั้นอุปสรรคที่รออยู่ข้างหน้าคือคู่แข่งที่ต้องรับมือโดยเฉพาะทีมเล็กๆที่คงไม่ได้เขี้ยวได้ง่ายๆเหมือนเมื่อก่อนอีกต่อไปแล้ว จำนวนทีมลดลงอัตราการแข่งขันสูงขึ้น แต่คาดเดาผลการแข่งขันอาจลำบากออกไป จะว่าไปแล้วที่ผ่านมาบอลไทยก็มักจะมีทีมเล็กๆชอบขโมยแต้มทีมใหญ่อยู่เป็นประจำไม่ขาดสาย

วันนี้ขอบสนามขอนำเสนอ 5 ทีมลูกหนังไทยลีกจอมแสบที่ชอบสร้้างปัญหาให้ทีมยักษ์ใหญ่

1.สมุทรสงคราม เอฟซี

จังหวัดที่เล็กสุดในประเทศไทย แต่กลับมีทีมฟุตบอลที่ไต่เต้าขึ้นไปสู่การเข้าร่วมการแข่งขันไทยลีก ในปี 2008 และเอาตัวรอดมาได้แบบพลิกความคาดหมาย แม้จะมีงบประมาณที่จำกัดแต่กุนซือที่ชื่อ สมชาย ชวยบุญชุม นักบอลระดับตำนานของการท่าเรือฯ สามารถจัดการทีมลูกหนังแห่งนี้นี้ได้แบบสบายๆไร้ปัญหา

ผู้เล่นคือกลุ่มโนเนมที่ไปไหนไม่มีใครเอา ผสมผสานกับนักบอลม.กรุงเทพ ที่ขึ้นไปเล่นในทีมของสมชาย ทรัพย์เพิ่มไม่ได้ จึงถูกส่งมาเล่นทีมแม่กลอง อภินันท์ แก้วปีลา, ชุมพล บัวงาม, อรรถณพ ชัยแป้น, พัชรินทร์ สุกใส, จิรวัฒน์ แก้วโบราณ, ไตรภพ ชูชื่นกลิ่น, กันตภณ สมพิทยานุรักษ์, เอกศักดิ์ บัวเบา, สิทธิพันธ์ ชุมช่วย, ประสาร พันธ์สำลี, สุขสยาม ชาญมณีเวช, ทรงวุฒิ บัวเพ็ชร รวมถึงดิยุฟ บิรัม พวกนี้คือกลุ่มเด็กสร้าง”น้าฉ่วย” ที่พร้อมสู่และตายแทนนายตัวเองในสนาม บอลสไตล์ตื้อเหนียวแน่น ใช้จังหวะรับๆแน่น รอสวนกลับโป้งปิดบัญชี ตามคุณภาพผู้เล่นที่มีออยู่ ทีมปลาทูคะนองเอาตัวรอดปลอดภัยในลีกสูงสุดสยามประเทศ 7 ฤดูกาล และมีอันตกตกชั้นไปในซีซั่น 2014 ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการปราศจากกุนซือคู่บุญอย่าง น้าฉ่วยนั้นเอง

ปัจจุบัน : สมุทรสงคราม หล่นไปเล่นในระดับไทยลีก 4 เนื่องมาจากไม่ทำคลับไลเซนซิ่งส่งสมาคมฯ เมื่อจบฤดูกาล 2016 แถมยังขาดแคลนนายทุนใจใหญ่ที่จะมาสนับสนุนทีม

2.ทีโอที เอสซี

สโมสรเล็กๆแห่งย่านนนทบุรี ที่สนามซ้อมอยู่ที่งามวงศ์วาน สนามแข้งอยู่ละแวกปากเกร็ด, แจ้งวัฒนะ ที่เป็นทีมที่เกิดขึ้นจากองค์กรภายในรัฐวิสาหกิจองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย จนเปลี่ยนชื่อมาเป็นทีโอที เอสซี ที่โลดแล่นในฟุตบอลถ้วยพระราชของสมาคมฟุตบอล จนมาโม่แข้งในไทยลีก ภายใต้การคุมทีมโดย “น้าก็อก” พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ กุนซือนักปั้นระดับตำนานวงการฟุตบอลไทย ทีมเล็กๆปลุกปั้นนักบอลดังมากมายจนติดทีมชาติมาแล้ว สุเชาว์ นุชนุ่ม,อนุรักษ์ ศรีเกิด,พงษ์ธร เทียบทอง,กฤษดา เพี้ยนดิษฐ์ ฟุตบอลเน้นพละกำลังอาศัยการบี้ตลอด 90 นาที คือจุดเด่น เมื่อน้าก็อก อำลาทีมไป ทีมไปอยู่ในมือของ ณรงค์ สุวรรณโชติ 1 ซีซั่น และ “โค้ชชาย” สมชาย ทรัพย์เพิ่ม กุนซือจอมเก๋าของไทย ที่ทำบอลเหนียวแน่นเขี้ยวยาก อาศัยจังหวะโต้กลับที่เด็ดขาดและเป็นทีมจอมแสบขโมยแต้มทีมใหญ่เป็นว่าเล่น และ โค้ชสมชาย ก็พาสโมสรเอาตัวรอดในไทยลีก ไปได้จนถึงปี 2015 แต่ด้วยปัญหาสภาวะทางการเงินที่องค์กรแม่จำใจต้องตัดท่อน้ำเลี้ยงทิ้งไป ทำให้เขาต้องอำลาทีม และสโมสรก็มีอันต้องตกชั้นไปในปีเดียวกัน

ปัจจุบัน : ทีโอที ยุบทีมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หลังไม่สามารถส่งทีมเข้าแข่งขันในปี 2016

3.สระบุรี เอฟซี

ทีมฟุตบอลเล็กๆที่เป็นการรวมตัวของนักบอลเดินสายละแวกภาคกลางตอนบนและภาคอีสานเพื่อไปแข่งล่าเงินรางวัล โดยมีสปอนเซอร์ใหญ่คือนายวีระพล อดิเรกสาร นักการเมืองในจังหวัดที่เข้ามาโอบอุ้มทีม เพื่อลงแข่งในระดับลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 เมื่อปี 2009 และได้ชูศักดิ์ ศรีภูมิ มาทำหน้าที่โค้ช ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ธชตวัน ศรีปาน อดีตนักเตะทีมชาติไทยมาทำหน้าที่โค้ชในช่วงปลายปี 2010 และ “เดอะแบน” ก็นำพาทีมขุนศึกไปเล่นในดิวิชั่น 1 และอยู่รอดปลอดภัยมาตลอด 4 ฤดูกาล ฟุตบอลเกมรุกเน้นการออกบอลเท้าสู่เท้าที่สวยงาม ระบบทีมเวิร์คคือหัวใจสำคัญจนพาทีมเลื่อนชั้นไปไทยลีกปี 2015 โชคร้ายที่นักเตะส่วนใหญ่ขาดประสบการณ์ทำให้โค้ชแบน ลาออกเมื่อจบ 7 เกมแรก แถมสปอนเซอร์สำคัญอย่างกัลฟ์มาถอนตัวไปอีก

จนเมื่อได้”โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก อดีตโค้ชโอสถสภาเข้ามา “ขงเบ๊” เปลี่ยนทีมที่ไร้ชั้นเชิงในไทยลีกให้กลายเป็นทีมที่แข็งแกร่งต่อกรด้วยยากลำบาก ปิยะชาติ ศรีมะเรือง, ทินกร อสุรินทร์, ปฐมชัย เสือสกุล,ยุทธพงษ์ ศรีละคร, สุริยกานต์ ฉิมจีน ได้รับการฝึกซ้อมจากโค้ชเบ๊ และเป็นกำลังสำคัญพาทีมเล็กๆงบน้อยแห่งนี้ เอาตัวรอดและจบอันดับในไทยลีกปี 2015 เหนือสโมสรใหญ่อย่างบีอีซี เทโรศาสน และการท่าเรือ เอฟซี

ปัจจุบัน : แม้จะรอดตกชั้นในปี 2015 แต่สระบุรี เอฟซี ขอถอนทีมออกจากการแข่งขันไทยลีก 2016 เนื่องจากไม่มีเงินมากพอที่จะส่งทีม

4.ศรีสะเกษ เอฟซี

ทีมฟุตบอลยุคก่อตั้งโปรลีกในปี 1999 ในชื่อศรีสะเกษ สตีลร็อค และเมื่อมีการรวมลีกฟุตบอลภายในประเทศอย่างจริงจัง ทำให้กูปรีอันตราย ได้มีชื่อโผล่ขึ้นมาเล่นในไทยลีก ในปี 2010 หลังไต่เต้าจากดิวิชั่น 2 และดิวิชั่น 1 ในเวลาอันรวดเร็ว 3 ปี แม้จะเป็นทีมเล็กๆไม่ได้มีเงินถุงเงินถัง แต่จุดเด่นของทีมนี้คือเสียงเชียร์จากแฟนบอลที่เหล่ากูปรีพลัดถิ่นจะตามไปให้กำลังใจในทุกๆนัดในทุกสนาม ซึ่งเป็นพลังงานชั้นดี ที่ทำให้ศรีสะเกษ มันมีไม้ตายเด็ดเอาตัวรอดในจังหวะสำคัญๆเวลาหนีตาย แม้จะไม่ได้มีสไตล์การเล่นที่หวือหวาเน้นความสวยงาม แต่ก็อยู่รอดปลอดภัยในไทยลีก 6 ฤดูกาล และมีเหตุต้องตกชั้นไปในปี 2017 เนื่องจากเปิดหัวฤดูกาลไม่ดี และทีมก็มีการเปลี่ยนแปลงโค้ชที่บ่อยเกินไปไร้ความต่อเนื่อง ปีที่ผ่านมาพวกเขาเกือบได้เลื่อนชั้นไปไทยลีก ภายใต้การคุมทีมโดย “น้าฉ่วย” สมชาย ชวยบุญชุม แต่สุดท้ายพลาดนัดสุดท้าย ทำให้แต้มไม่เพียงพอจะเลื่อนชั้น

ปัจจุบัน : สโมสรยังคงปักหลักอยู่ในระดับไทยลีก 2 และมีการเปลี่ยนตำแหน่งโค้ชมาเป็นชูศักดิ์ ศรีภูมิ

5.พีที ประจวบ เอฟซี

เจ้าของแชมป์ลีก คัพปี 2019 สโมสรที่มีแหล่งท่องเที่ยวชื่อดังคือหัวหิน หรือทีมจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทีมเล็กๆที่ไม่ได้วาดฝันว่าจะได้มาเล่นไทยลีก นับตั้งแต่ลงแข่งโปรลีก เมื่อปี 2007 พวกเขาไต่เต้าจากระดับดิวิชั่นลูกภูมิภาค 5 ปี ขึ้นมาเล่นไทยลีก 2 เป็นเวลา 3 ปี และประสบความสำเร็จในยุคของ”โค้ชวัง” ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ที่รับไม้ต่อจาก”โค้ชโอ่ง” ดุสิต เฉลิมแสน สร้างทีมฟุตบอลที่เน้นเกมรับอาศัยความสามารถเฉพาะตัวนักเตะในการเล่นลูกโต้กลับ โดยขุนกำลังคือลูกทีมเก่าๆของโค้ชวัง สมัยทำทีมเพื่อนตำรวจ, ชัยนาท ฮอร์นบิล และนักบอลพวกส่วนเกินที่แจ้งไม่เกิดกับทีมอื่น แต่มามีไฟในการเล่นบอลกับโค้ชวังอีกครั้ง มันกลายเป็นส่วนผสมที่ลงตัว “วังลันตา” ทำบอลได้น่าเบื่อ แต่ก็เอาตัวรอดในไทยลีกได้สบาย เพราะเขาซื้อใจนักบอลเอาไว้ได้ และไม่ใช่เรื่องแปลกที่จะมาทีมอื่นมาขโมย 3 แต้มจากสนามสามอ่าว สเตเดี้ยมไปได้ง่าย ซึ่งมันก็พิสูจน์แล้วมาตลอด 2 ปีฤดูกาลหลังสุด

ปัจจุบัน : ทีมยังคงเอาตัวรอดในไทยลีกเป็นฤดูกาลที่ 3 ติดต่อกัน

 

RELATED NEWS