กราฟชีวิตพลิกผัน! ไทม์ไลน์ลูกหนังของ ลูก้า โยวิช ภายหลังย้ายมาสวมเสื้อ เรอัล มาดริด

กราฟชีวิตพลิกผัน! ไทม์ไลน์ลูกหนังของ ลูก้า โยวิช ภายหลังย้ายมาสวมเสื้อ เรอัล มาดริด

เริ่มจางหายไปการพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ สำหรับ ลูก้า โยวิช ดาวยิงของ เรอัล มาดริด เพราะนอกจากโอกาสที่จะถูกส่งลงสนามจะน้อยแล้ว ผลงานที่เขาแสดงออกมานั้นมันก็น่าผิดหวังเสียเหลือเกิน

จากท้ังความคาดหวัง และค่าตัวที่ทาง เรอัล มาดริด ลงทุนไปพวกเขาต้องการประโยชน์ และผลตอบแทนจากหัวหอกคนนี้ไม่ใช่น้อย แต่ทว่าดูเหมือนความจริงที่ปรากฎออกมาจะสร้างความไม่พอใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับสโมสรมากพอควร

ว่าแล้ววันนี้ ขอบสนาม ของเราเลยจะพาย้อนไปดูไทม์ไลน์ชีวิตของ ลูก้า โยวิช กันเสียหน่อย ว่านับตั้งแต่ที่เขาโยกย้ายมาค้าแข้งกับ “ราชันชุดขาว” ชีวิตของเขานั้นสภาพแปรเปลี่ยนไปมากขนาดไหน

ย้ายมาด้วยความหวัง หลังฟอร์มสุดปังกับ แฟร้งค์เฟิร์ต

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 2018-19 ชื่อของ ลูก้า โยวิช ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ภายหลังเจ้าตัวโชว์ฟอร์มอย่างสุดแสนสะเด่าในสีเสื้อของ ไอน์ทรัค แฟร้งค์เฟิร์ต ซึ่งจากจำนวนการลงสนามทุกรายการ 48 นัด ในซีซั่นดังกล่าว โยวิช กระหน่ำประตูไปได้มากถึง 27 ตุง พ่วงด้วยอีก 7 แอสซิสต์ เป็นกำลังสำคัญในการพา “อินทรีแดง-ดำ” กรุยทางเข้าไปได้ถึงรอบรองชนะเลิศศึกยูโรปาลีก รวมไปถึงจบอันดับ 7 ในตารางคะแนนศึกบุนเดสลีกา

ซึ่งด้วยผลงานที่เข้าขั้นเวิร์ลคลาสแบบนั้นมีหรือที่ เรอัล มาดริด จะยอมอยู่นิ่ง พวกเขายอมควักกระเป๋าจ่ายเงินจำนวน 60 ล้านยูโร เพื่อคว้าตัวหัวหอกชาวเซอร์เบียผู้นี้มาครอบครอง โดยดีลซื้อ-ขาย กันคราวนี้ต้องบอกว่ามันสร้างกำไรให้กับทาง แฟร้งเฟิร์ต ได้ไม่ใช่น้อย เพราะเมื่อครั้งที่ไปสอย โยวิช มาจาก เบนฟิก้า พวกเขาจ่ายเงินออกไปเพียง 7 ล้านยูโร เท่านั้น

Luka Jovic

แววล้มเหลวมาตั้งแต่ช่วงปรี-ซีซั่น

แน่นอนว่าด้วยมูลค่าที่ทาง เรอัล มาดริด จ่ายไปนั้นมันไม่ใช่เงินจำนวนน้อยๆ และมันคงไม่แปลกที่เหล่าบอร์ดบริหาร, ทีมสต๊าฟฟ์ และแฟนบอล จะคาดหวังกับกองหน้าผู้นี้ว่าอย่างน้อยก็อาจจะเข้ามาแบ่งเบาภาระในการทำประตูของ คาริม เบนเซม่า ไปได้บ้าง แต่ทว่าดูเหมือนแววแห่งความล้มเหลวจะมาเยือนตั้งแต่ทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่อง เพราะเจ้าตัวไม่อาจโชว์ฟอร์มเก่งออกมาได้ หรือเข้าขั้นห่วยแตกเลยก็ว่าได้ตลอดการแข่งขัน ICC CUP ทั้ง 3 นัดที่ทีมลงทำการแข่งขัน 

และด้วยผลงานที่ชวนน่าผิดหวังทำให้เกิดกระแสข่าวออกมาว่า โยวิช อาจจะถูกปล่อยออกจากทีมในรูปแบบยืมตัวก่อนที่ฤดูกาล 2019-20 จะเริ่มต้นขึ้นด้วยซ้ำ แต่มันก็เป็นเพียงข่าวลือเขายังคงได้รับความไว้ใจจาก ซีดาน ในการให้โอกาสแก้ตัว เพราะจะว่าไปผลงานในช่วงเกมอุ่นเครื่องมันก็ไม่อาจจะบอกอะไรได้มากนัก และยิ่งกับนักเตะที่มาจากต่างลีกก็ย่อมต้องการเวลาในการปรับจูนให้เข้ากับทีมใหม่มากกว่านี้เสียหน่อย

ความล้มเหลวในฤดูกาล 2019-20

และเมื่อเวลาการแข่งขันจริงดำเนินมาถึงซีซั่น 2019-20 ถูกรูดม่านเปิดขึ้น แต่นานวันไปดูเหมือนฟอร์มของ โยวิช ก็ยังไม่ถูกเรียกกลับมาใช้เหมือนกับว่าเจ้าตัวลืมคู่มือการทำประตูไว้ที่เยอรมัน ซึ่งนอกจากผลงานในสนามจะฝืดยิงได้เพียง 2 ประตู ตลอดทั้งฤดูกาลแล้ว เจ้าตัวยังต้องพบเจอกับอาการบาดเจ็บบริเวณเท้าทำให้ต้องพักรักษาตัว และพลาดการลงสนามช่วยทีมไปร่วมเดือน 

หนำซ้ำด้วยความขาดวินัยในตัวเองทำให้ โยวิช อยู่ในกลุ่มสุ่มเสี่ยงในการที่ติดเชื้อไวรัส โควิด-19 เพราะได้ไปพบปะกับเพื่อนสนิทที่ถูกตรวจพบว่าติดเชื้อไวรัส ซึ่งเรื่องนี้มันส่งผลให้เขาต้องหลุดออกจากไปถึง 2 เกม เหตุเพราะต้องกักตัวแยกจากเพื่อนคนอื่นๆ ก่อนที่สุดท้ายผลตรวจหาโรคทั้ง 3 ครั้ง จะออกมาเป็นลบ

สรุปแล้วตลอดฤดูกาล 2019-20 ชีวิตของชายที่ชื่อ ลูก้า โยวิช ต้องเจอกับเรื่องราวแย่ๆ มากมายทั้งฟอร์มตก, หลุดตัวจริง, ยังประตูไม่ได้ แถมอาการบาดเจ็บพ่วงมาอีก ซึ่งแน่นอนมันไม่แปลกที่เขาจะถูกสื่อจับมาใส่อยู่ในลิสต์ที่จะถูกลอยแพออกจากสโมสร ถึงแม้ในตอนนี้เขาจะยังคงเป็นนักเตะของ เรอัล มาดริด แต่ในอนาคตอันใกล้หากยังคงมีผลงานที่ด่ำดิ่งแบบนี้ก็เตรียมเก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋าโบกมือลาได้เลย

ลูก้า โยวิช

หลุดทีมชาติในรอบ 1 ปี

ย้อนกลับไปเมื่อช่วงเดือนตุลาคม 2019 ทีมชาติเซอร์เบีย มีโปรแกรมที่จะต้องลงสนามในศึกยูโร 2020 รอบคัดเลือก กับ ลิธัวเนีย รวมไปถึงอุ่นเครื่องกับ ปารากวัย ซึ่งช่วงเวลาก่อนหน้านั้น โยวิช ได้กลายเป็นกำลังสำคัญในแดนหน้าของทีมมาโดยตลอด แต่ทว่าด้วยผลงานกับสโมสรที่โอกาสลงเล่นเพียงหยิบมือทำให้ ลูบิซ่า ทุมบาโควิช โค้ชทีมชาติเซอร์เบีย ตัดสินใจไม่เรียก โยวิช ติดทีมไปด้วย ทำให้เขาต้องหลุดออกจากทีมเป็นครั้งแรกในรอบ 1 ปี 

ซึ่งในเกมทีมชาติครั้งถัดมาในเดือนพฤศจิกายน เจ้าตัวก็ไม่ได้ถูกเรียกมาติดทีมชาติเหมือนเดิมแต่ทว่าครั้งนี้เพราะ โยวิช มีอาการบาดเจ็บบริเวณสะโพก ก่อนที่ล่าสุดเจ้าตัวจะได้โอกาสกลับมาติดทีมอีกครั้งเมื่อช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยโปรแกรมของ เซอร์เบีย คือการลงเล่นศึกเนชั่นส์ลีก 2 นัดกับ รัสเซีย และ ตุรกี แต่กับ โยวิช มันก็แค่การได้กลับไปมีชื่อเท่านั้นจริงๆ เพราะเจ้าตัวไม่ได้รับโอกาสลงสนามเลยแม้แต่วินาทีเดียว

ถูกเด็กดาวรุ่งเบียดตกกระป๋อง

เหตุการณ์นี้เพิ่งเกิดขึ้นแบบสดๆ ร้อน ในเกมประเดิมสนามศึกลาลีกาฤดูกาล 2020-21 เมื่อโปรแกรมของ เรอัล มาดริด จะต้องยกพลบุกไปเยือน เรอัล โซเชียดัด ซึ่งทาง ลูก้า โยวิช มีชื่อเป็นตัวสำรองที่รอคอยโอกาสจะได้ลงสนาม 

ซึ่งเกมดำเนินผ่านไปเรื่อยๆ สกอร์ยังคงตึงอยู่ที่ 0-0 แน่นอนว่าแชมป์เก่าต้องการ 3 คะแนนเพื่อประเดิมเปิดซีซั่น ซีเนดีน ซีดาน ก็เริ่มปรับแต่งทีมด้วยการเสริมตัวรุกเข้าไปเพื่อหวังกระชากประตูเจ้าบ้านให้ได้ แต่ดูเหมือนจะผิดจากที่แฟนบอลคาดการณ์ไว้ ซีดาน หมางเมินการส่ง โยวิช ลงสนาม แต่กลายเป็นส่งเด็กดาวรุ่ง 2 คนอย่าง มาร์วิน พัค กับ เซร์คิโอ อาร์รีบาส ลงไปเล่นแทน

โดยหลังจบเกม ซีดาน ก็ได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุผลที่ไม่ยอมส่ง โยวิช ผู้ที่มีประสบการณ์มากกว่าลงสนามว่า “ผมไม่ได้ต้องการที่จะเปลี่ยนระบบการเล่น เราต้องส่งนักเตะริมเส้นลงสนาม นั่นคือสิ่งที่เราทำ วันนี้ผมเลือกแนวทางนี้, ผมไม่ได้มีปัญหากับ โยวิช หรือนักเตะคนไหนในที ผมแค่ไม่ต้องการเปลี่ยนระบบการเล่น และนั่นคือสาเหตุที่ผมส่งนักเตะริมเส้นลงไป”

ซึ่งถึงตรงนี้ไม่นี้ไม่มีใครรู้ว่าอนาคตของ ลูก้า โยวิช จะออกมาในหน้าไหน จะยังคงมีอนาคตในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว อยู่หรือเปล่า หรือจะมีจุดเปลี่ยนตรงไหนในการทำให้เขากลับมาเป็นยอดดาวยิงดั่งเดิมอีกครั้ง สุดท้ายเวลา และความพยายามของ โยวิช เท่านั้นแหละครับ ที่จะเป็นคนตอบคำถามนี้ได้ดีที่สุด

– เปา ขอบสนาม –

RELATED NEWS