พวกเขาได้เท่าไหร่! เปิดค่าเหนื่อยก้อนแรกแข้งไทยต่างแดน

22 ก.ย. 2020

พวกเขาได้เท่าไหร่! เปิดค่าเหนื่อยก้อนแรกแข้งไทยต่างแดน

ฟุตบอลไทยกับคำว่าลีกอาชีพ หากเป็นเมื่อก่อนนี้คำที่โคตรห่างไกล เนื่องจากลูกหนังบ้านเรายังไม่ได้ถูกจัดสรรให้เป็นกีฬาอาชีพอย่างจริงจัง

นักฟุตบอลส่วนใหญ่ที่ฝีเท้าดีไม่ว่าจะเป็นคนในเมืองหรือภูธร ทุกคนมีความเชื่อว่าเล่นฟุตบอลเพื่อเป็นใบเบิกทางติดทีมชาติและหาสโมสรที่เป็นหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ, หน่วยงานราชการ หรือองค์กรเอกชนที่พร้อมบรรจุงานให้ทำ หลังปลดเกษียณแขวนสตั๊ดในช่วงโรยรา แต่ยังมีนักบอลอีกกลุ่มที่ยังคงมีแรงปรารถนาความกระหายที่จะออกไปล่าฝันในต่างแดน  ที่ต่างบ้านต่างเมืองต่างแวดล้อม ปราศจากสิ่งที่คุ้นเคย คือประเด็นที่ทำลายฝันแข้งไทยมานักต่อนักแล้ว นักบอลไทยมากมายกลัว จนไม่กล้าไปเปิดประสบการณ์ใหม่กัน

นักบอลส่วนน้อยเลือกที่จะไปต่างแดนเพื่อแสว่งหาโอกาสการลงเล่นในระดับที่สูงขึ้น พร้อมค่าตอบแทนสูง ที่เงินเก็บเอาไว้หล่อเลี้ยงชีพในบั้นปลาย แต่คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้หลอกว่า เงินก้อนแรกในต่างแดนของแข้งดังดีกรีทีมชาติไทย บางคนได้เท่าไหร่กัน

วันนี้ขอบสนามขอนำเสนอ 7 นักเตะไอคอนลูกหนังดีกรีทีมชาติไทย ผู้ไปล่าฝันในลีกต่างประเทศ กับเงินเดือนก้อนแรกที่พวกเขาได้รับ ส่วนจะมีใครบ้างนั้น เนื้อหาด้านล่างพร้อมแล้ว ไปอ่านกันเลยจ้า

1.เอกไชย สนธิขันธ์

นักบอลไทยคนแรกที่เปิดประตูสู่ลีกอาชีพในต่างแดน เขาคือ “เปี๊ยก” เอกไชย สนธิขันธ์ ชายหนุ่มจากพระประแดง สมุทรปราการ ที่ฝึกฝนฟุตบอลทุกวันเพื่อความฝันในการเป็นนักเตะทีมชาติไทย จนได้โอกาสรับใช้สโมสรราชวิถี ภายใต้หัวหน้าผู้ฝึกสอน อาจารย์สำเริง ไชยยงค์  จนมีชื่อติดทีมชาติไทยชุด 19 ปี เขาลงเล่น 2 ตำแหน่งคือ ศูนย์หน้า และเซนเตอร์ฮาล์ฟ โดยในปี 1969 สโมสร เรนเจอร์ส เอฟซี ในลีกฮ่องกง ที่ก่อตั้งโดยคนชาวสก็อตตต์ ประทับใจฝีเท้าของเอกไชย หลังซัลโว 6 ประตู คว้าดาวซัลโวเยาวชนถ้วยทองเอเชีย ที่ได้เป็นแชมป์ร่วมกับเมียนมา จึงทาบทามไปร่วมทีม และเซ็นสัญญาเป็นเวลา 4 ฤดูกาล ในระหว่างปี 1969-1972 รับเงินเดือนค่าตอบแทน 8,000 บาท จากต้นสังกัด “เดอะเปี๊ยก” ได้รับฉายา ว่า “ไทยก๊กจื้อ” จากสื่อในฮ่องกง ทว่าเขาอยู่ที่นั้นได้เพียงแค่ 8 เดือนเท่านั้น และขอยกเลิกสัญญากับแดนสยาม  ลงสนาม 8 นัด ในฐานะกองหลัง 5 นัด กองหน้า 3 นัด ก่อนจะกลับเมืองไทยมาลงเล่นให้ทีมราชวิถี ตามด้วยการท่าเรือ และประกาศแขวนสตั๊ดอย่างรวดเร็วใน 26 ปี

2.วิทยา เลาหกุล

นักบอลไทยคนแรกในลีกยุโรป นักบอลไทยคนแรกในลีกญี่ปุ่น เจ้าของฉายา”ไทยบูม” เด็กหนุ่มจากลำพูน ที่มีชีวิตและลมหายใจเพื่อฟุตบอลที่เขารัก ซ้อมบอลและมีความสุข โดยไม่สนใจเรื่องอื่น “ยา” ฝันอยากเป็นนักเตะทีมชาติไทย เขาเขียนจดหมายขอมาคัดตัวทีมนักเรียนไทย กับอาจารย์วิวิธ ธิโสภา หอบฝันจากบ้านเกิดมายังเมืองกรุงด้วยรถไฟ ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าหลอกว่า การเดินทางมาในวันนั้นมันได้เปลี่ยนชีวิตเขาไปตลอดกาล เขาติดทีมนักเรียนไทย และได้รับใช้สโมสรราชประชา ในการแข่งขันเมเดอร์ก้า คัพ ปี 1976 วิทยา ในวัย 20 ปี ติดทีมและลงแข่งขันกับทีมชาติญี่ปุ่น ปรากฏว่า เขายิงฟรีคิก 2 ประตู ใส่แข้งลูกหลานอาทิตย์อุทัย จนถูก คูนิชิเกะ กามาโมโต้ นักบอลทีมชาติญี่ปุ่น ชักชวนไปเล่นในเจแปนซ็อคเกอร์ส ลีก กับสโมสรยันมาร์ ดีเซล (เซเรโซ โอซาก้า) ในปี 1978 “ยา” ได้รับค่าตอบแทน 97,000 บาท ชีวิตใหม่ในดินแดนที่แปลกแตกต่างจากแดนสยาม ชีวิต 2 ปี ในญี่ปุ่น เขาประสบความสำเร็จในเรื่องผลงาน แต่บอลลีกไม่ได้เป็นคำว่าอาชีพเต็มตัวและคนดูก็ไม่ได้เร้าใจ วิทยา เนื่องจากฟุตบอลไม่ใช่กีฬาที่โปรดปรานสำหรับผู้คนชาวซามูไร และเขาหอบเสื้อผ้ากลับมายังแดนสยาม ไม่มีใครรู้ล่วงหน้าว่า ในอีก 3 ปีต่อมา เขาจะได้เป็นนักเตะระดับบุนเดสลีกา กับแฮร์ธ่า เบอร์ลิน ได้ลงเล่นในลีกที่มีคนเยอะๆแบบที่เขาฝันไว้ตั้งแต่เด็ก

3.ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน

โคตรบอล นักบอลพรสวรรค์ ที่เก่งกาจ เพียงแค่คุณผ่านบอลทำทางมาให้ “เดอะตุ๊ก” เขาพร้อมจะแปรเปลี่ยนบอลจากปลายสตั๊ดให้กลายเป็นประตูได้ทันที เด็กหนุ่มจากประจวบคีรีขันธ์ แต่มาเติบโตที่นครปฐม และแจ้งเกิดจากฟุตบอลเยาวชนแห่งประเทศไทยในปี 1979 จนถึงดึงตัวไปเรียนที่โรงเรียนจ่าอากาศ เพื่อรอเวลาเป็นนักบอลทีมทหารอากาศ ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน กลายเป็นที่จดจำในหมู่แฟนบอลไทยยุคเก่า ในการแข่งขันฟุตบอลคิงส์ คัพ นัดชิง 1981 ยิง 2 ประตู พาไทยชนะเกาหลีเหนือ คว้าแชมป์มาครองได้อย่างยิ่งใหญ่

เมื่อประสบความสำเร็จแทบทุกรายการในเมืองไทย เป็นสตาร์ดัง ปิยะพงษ์ ได้รับข้อเสนอจากลัคกี้ โกลด์ สตาร์ มหาอำนาจลูกหนังแดนโสมขาว ดึงตัวไปร่วมทีม ภายใต้สัญญา 2 ปี พร้อมเงินเดือน 150,000 บาท และได้รถยนต์ 1 คัน ในระหว่างปี 1984-1985 พาทีมประสบความสำเร็จได้แชมป์ลีกในปี 1985 ซิวดาวซัลโวของเคลีก ยิง 12 ประตู จ่าย 10 แอสซิสต์ ติด 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำฤดูกาล น่าเสียดายที่หลังจบฤดูกาล เขาไม่ต่อสัญญา และทำลายฝันในการไปเล่นลีกยุโรปในเบลเยียมกับอันเดอร์เลชท์ เมื่อเซ็นสัญญาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่เลือกที่จะไม่ไปพิสูจน์ตัวเอง แล้วเลือกไปเล่นบอลอาชีพในลีกมาเลเซียกับปาฮังแทน

4.ธชตวัน ศรีปาน

เด็กหนุ่มจากสระบุรี ชายพูดน้อย แต่เบสิคฟุตบอลเหลือร้าย เขาคือนักบอลโนเนมที่ได้รับโอกาสมีชื่อติดทีมชาติชุด 19 ปี และทีมชาติชุดใหญ่ “แบน” ฉายแววมาจากฟุตบอลระดับถ้วยพระราชทานง. เขาลงเล่นให้ทีมธนาคารกรุงเทพพานิชย์การ และฝีเท้าก็ไปเข้าตา “น้าชัช” ชัชชัย พหลแพทย์ โค้ชชุดดรีมทีม ตามตัวมาฝึกซ้อม เขาโชว์ผลงานได้ยอดเยี่ยม และค่อยๆแทรกซึมสู่การเป็นนักเตะทีมชาติไทยชุดใหญ่ โชว์ฟอร์มเจ๋งในการแข่งซีเกมส์ 1995 ที่เชียงใหม่ และเจ็บหนักพักยาวร่วมๆ 2 ปี ในไทยลีกช่วงปี 1998 ตะวัน ถูกยืมตัวมาเล่นให้บีอีซี เทโรศาสน เป็นจำนวน 8 นัด ก่อนจะถูกปล่อยตัวไปเล่นในลีกต่างประเทศกับสโมสรเซมบาวัง ตามคำชักชวนของรุ่นพี่ในทีมชาติอย่าง สุรชัย จตุรภัทรพงศ์ ที่ไปค้าแข้งในลีกสิงคโปร์ เมื่ออายุเข้าใกล้วัย 30 ปี เขาจึงไม่รอช้าเก็บข้าวของมุ่งหน้าสู่แดนเมอร์ไลออนส์ทันที และเงินเดือนก้อนแรกในเอสลีก เขาได้รับ 200,000 บาท ซึ่งมันมากกว่าที่ค้าแข้งในไทยหลายเท่า เขาปักหลักอยู่กับเซมบาวังนานถึง 6 ปีไม่ยอมย้ายไปทีมไหนเลย จนเมื่อทีมยุบในปี 2003 เขาจึงโยกไปอยู่กับฮองอันยาลายในเวียดนาม

5.ธีรศิลป์ แดงดา

กองหน้าหมายเลข 1 ทีมชาติไทยที่ครั้งหนึ่งเคยถูกตราหน้าว่าเด็กเส้น โทษฐานที่มีชื่อติดทีมชาติไทย ชุดใหญ่ทั้งที่อายุยังไม่ครบ 18 ปีบริบูรณ์ จน”โค้ชหรั่ง” ชาญวิทย์ ผลชีวิน และ กิตติรัตน์ ณ ระนอง ผู้จัดการทีมชาติไทยในเวลานั้นโดนด่าไปด้วย แม้ว่ารูปลักษณ์ภายนอกจะดูเฉื่อย แต่เวลามีบอลอยู่ในเท้าน่ากลัวมาก ธีรศิลป์ มีความขยันเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ได้รับการฝึกซ้อมฟุตบอลอยู่เป็นประจำจากการเขี่ยวเข็ญของคุณพ่อจ่าประสิทธิ์ แดงดา จากดาวรุ่งที่โดนรุ่นพี่ในนามทีมชาติเคยคว่ำบาตร เขาค่อยๆพิสูจน์ตัวเอง จนในที่สุดปักหลักรักษาตำแหน่งพื้นที่ทีมชาติไทยชุดใหญ่มายาวนาน 14 ปีเต็ม เขาเคยได้รับสัญญาเป็นนักเตะกับแมนฯซิตี้ และถูกส่งไปอยู่ทีมสำรองกลาสฮอสเปอร์ ซูริค แต่ทีมที่เรียกว่าเป็นทีมที่มอบสัญญาในลีกอาชีพให้เขาได้ลงสนาม คืออัลเมเรีย ในช่วงปี 2014 จนได้สร้างชื่อในฐานะนักบอลไทยคนแรกบนลีกสูงสุดของสเปน พร้อมค่าเหนื่อย 750,000 บาท น่าเสียดายที่สัญญายืมตัว 1 ปี จบลงอย่างรวดเร็วด้วยการยกเลิกสัญญาในช่วงมกราคม 2015 และกลับมาค้าแข้งกับเมืองทอง และต่อยอดด้วยการไปผจญภัยในลีกซามูไรกับซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิม่า และชิมิสุ เอส พัลส์

6.ชนาธิป สรงกระสินธ์ 

เด็กหนุ่มจากสามพราน นครปฐม นักเตะเจ้าของความสูง 158 เซนติเมตร จากดาวรุ่งที่โดนมองข้ามไปทีมไหนโรงเรียนไหนก็ไม่มีใครเอา แต่สิ่งที่แฝงเอาไว้ในร่างกายคือทักษะฟุตบอลที่เหลือร้าย เลี้ยงบอลจี้กินตัวได้อย่างยอดเยี่ยม ปี 2010 ชนาธิป ฉายแววที่ยอดเยี่ยมจากทัวร์นาเมนต์อุ่นเครื่องของทีโอที จนแอนดรูว์ ออร์ด ไปเห็นแล้วเกิดชอบใจ จึงรบเร้าให้บีอีซี เทโรศาสน รีบไปคว้าตัวมาซะ

จากนั้นชื่อของ ชนาธิป กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ เมื่อแจ้งเกิดจากทัวร์นาเมนต์ 19 ปีชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ปี 2011 ติดทีมชาติไทยชุดคิงส์ คัพ 2012 แจ้งเกิดกับบีอีซี เทโรศาสน ในปี 2012 พ่วงด้วยตำแหน่งดาวรุ่งยอดเยี่ยมไทยลีกในปีเดียวกัน และผงาดขึ้นมาเป็นตัวหลักทีมชาติไทยชุดใหญ่ในปี 2013 ภายใต้การคุมทีมของโค้ชซิโก้ กวาดทุกโทรฟี่ในอาเซียน ทั้งเหรียญทองซีเกมส์ 2013, 2015, อาเซียน คัพ 2014, 2016 เป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์ และกลับมาได้แชมป์ไทยลีก 2016 กับเมืองทอง ยูไนเต็ด ติดทีมชาติไทยชุดรอบคัดเลือก 12 ทีมชุดท้าย บอลโลก เมื่อได้สัมผัสเกียรติยศมาครบถ้วย มันก็ถึงเวลาแล้วที่เขาจะได้ไปลุยลีกที่สูงกว่า เมื่อถูกคอนซาโดเล ซัปโปโร เซ็นสัญญา ยืมตัว 18 เดือน พร้อมค่าตอบแทน 1.7 ล้านบาทในสัญญา เฉลี่ย ชนาคุงได้เงินเดือนตกประมาณ 150,000 บาท เงินก้อนแรกอาจน้อยก็จริง แต่ไม่มีใครรู้หลอกว่าจากนั้น เขายกระดับฝีเท้าตัวเองจนกลายเป็นแข้งคนสำคัญของสโมสรไปแล้ว

7.ธีราทร บุญมาทัน

เด็กหนุ่มจากนนทบุรี ผู้มีฝันอยากเป็นนักบอลอาชีพในต่างแดน แบบวิทยา เลาหกุล เขาเติบโตมาในครอบครัวที่ไม่ได้ร่ำรวย ต้องประหยัดทุกอย่าง เพื่อพ่อแม่ และเลือกไปเรียนที่โรงเรียนกีฬาในฐานะนักเรียนทุน ที่โรงเรียนกีฬากรุงเทพมหานคร คือแหล่งบ่มเพาะฝีเท้าของธีราทร เขาได้รับการฝึกฝนจนในที่สุด ก็ได้โอกาสไปเรียนที่อัสสัมชัญ ธนบุรี ในรุ่นเดียวกับกวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ และก้าวไปเล่นไทยลีกกับสโมสรการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ในปี 2009 มีชื่อติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ แต่อุ้ม กลับมาแจ้งเกิดในวงกว้างกับบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ในระหว่างปี 2010-2016 เขาคือเจ้าพ่อลูกนิ่งเบอร์ต้นๆของเมืองไทย การเตะฟรีคิก การวางบอลถือว่าแม่นยำ เชื่อใจได้ กวาดโทรฟี่แชมป์ไปถึง 20 รายการ และถูกขายต่อให้เมืองทอง ยูไนเต็ด เขาอยู่ที่นั้น 18 เดือน ก่อนจะถูกดึงตัวไปร่วมทัพวิสเซล โกเบ ในปี 2018 ได้เงินเดือนเฉลี่ย 1.2 ล้านบาท ก่อนจะย้ายไปสร้างตำนานเป็นนักเตะไทยคนแรกที่ได้แชมป์เจลีกกับโยโกฮาม่า เอฟ มารินอส ในปี 2019

RELATED NEWS