5 เซ็นเตอร์แบ็ก กลับมาเกิดใหม่ที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

5 เซ็นเตอร์แบ็ก กลับมาเกิดใหม่ที่บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด

ผ่านพ้นปีใหม่ไทยไปเรียบร้อยกับเทศกาลสงกรานต์ปี 61 สาว่าปีนี้มันมีดราม่าเยอะเหลือเกิน อะไรก็ไม่รู้อีรุงตุงนังกันไปหมด ทุกเรื่องเอามาโยงเป็นประเด็นด่าทอกันในโลกออนไลน์กันไปหมด อย่าไปยึดติดอะไรมากเกินไปเลยครับ ทำตัวสบายๆ สนุกกับการใช้ชีวิต และทำทุกวัน ทุกชั่วโมง ทุกนาทีที่หายใจอยู่ให้มีความสุขดีกว่า

มาเข้าเรื่องบอลไทยของเรากันครับ หลังจากวันนี้ก็คงจะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ บอลไทยก็จะกลับมาเตะกันเหมือนเดิมเริ่มตั้งแต่เย็นนี้เลยมีเอเอฟซี ชปล.ของบุรีรัมย์ ให้ได้ลุ้นกัน ช่วงค่ำก็บอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รอบรองเจอจิงโจ้สาว จะผ่านไม่ผ่านไปลุ้นกันคืนนี้

พูดถึงทีมปราสาทสายฟ้า ในฤดูกาลนี้ถือว่าพวกเขาออกสตาร์ทได้ยอดเยี่ยมกระเทียมเจียวมาก ซึ่งปกติแล้วที่ผ่านๆ มาถ้าปีไหนบุรีรัมย์ ต้องไปเตะบอลเอเชีย ผลงานในลีกของพวกเขามักจะมีปัญหา แต่ในซีซั่นนี้ ผ่านมา 10 เกม นำเป็นจ่าฝูงแบบไร้พ่าย แถมในเอซีแอลก็มีลุ้นจะได้ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ด้วย ถ้าทำได้จะถือเป็นการออกสตาร์ทฤดูกาลที่โคตรเพอร์เฟค

สิ่งที่ทำให้ทีมดังแห่งอีสานใต้มีผลงานที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้แน่นอนมาจากทีมเวิร์คที่ดี พวกเขามีนักเตะที่เก่ง ลงตัวในทุกตำแหน่ง ทั้งตัวไทย ตัวนอก และดาวรุ่งที่ผสมผสานกันได้อย่างลงตัว แน่นอนเมื่อดูที่ผลงานคนอาจจะพุ่งเป้าไปที่เกมรุก โดยเฉพาะ ดิโอโก้ ที่ปีนี้กลับมาฟอร์มเทพอีกครั้ง แต่จริงๆ แล้วจุดเด่นของเซราะกราวตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันที่ทำให้พวกเขาเป็นสุดยอดทีมของเมืองไทยนั่นก็คือ เกมรับ

ปราสาทสายฟ้าไม่เคยขาดแคลนกองหลังชั้นดีเลย แม้จะเสียตัวหลักคนนู้นคนนี้ไปแต่ก็จะมีตัวตายตัวแทนมาตลอด ซึ่งคนที่อยู่นานที่สุดและเป็นหัวใจในเกมรับตอนนี้ก็คือ อันเดรซ ตูเนซ ตลอดระยะเวลา 3-4 ปี ที่กองหลังชาวเวเนฯ อยู่ที่บุรีรัมย์ เขาแสดงให้เห็นแล้วว่าคือกองหลังที่ดีที่สุดในศึกไทยลีก และน่าแปลกที่ไม่ว่าจะเปลี่ยนไปกี่ฤดูกาล กองหลังชาวไทยของบุรีรัมย์ ก็จะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ ตามกาลเวลา

แต่คนที่อยู่ตลอดก็คือ ตูเนซ และที่น่าสนใจไปกว่านั้นก็คือ บรรดากองหลังที่เข้ามาเล่นร่วมกับ ตูเนซ รวมทั้งมาก่อนหน้านั้น มักจะทำผลงานได้ดี บางคนเป็นกองหลังธรรมดาๆ บางคนโนเนมมาเลย บางคนเป็นส่วนเกินของทีมอื่น แต่พอมาอยู่บุรีรัมย์ แล้ว พวกเขากลับแจ้งเกิดขึ้นมาอีกครั้ง เหมือนได้ชุบชีวิตการค้าแข้งขึ้นมาใหม่ และต่อไปนี้คือ 5 กองหลังที่บุรีรัมย์ นำกลับมาปั้นจนพวกเขาเกิดใหม่ขึ้นมาอีกครั้ง

1.ธนะศักดิ์ ศรีใส

ธนะศักดิ์ ก่อนมาอยู่กับบุรีรัมย์ ถือเป็นกองหลังที่น่าจับตามองคนหนึ่ง เขาสร้างชื่อกับทีมฮัลโหล ทีโอที เอสซี ในปี 2013 ทีมสายฟ้าจัดการคว้าตัวมาร่วมทัพเพื่อเป็นอะไหล่สำรองของ ออสม่า และ ประชุม ชูทอง แต่เล่นไปเล่นมากลายเป็นตัวหลัก และจับคู่กับ ออสม่า ได้อย่าลงตัว ตอนนั้นแนวรับบุรีรัมย์แกร่งมาก ธนะศักดิ์ กลายเป็นกองหลังชั้นนำของไทยลีกขึ้นมาทันที มีโอกาสถูกเรียกไปติดทีมชาติบ้างแต่ก็ไม่ค่อยได้รับโอกาสลงสนาม

อยู่กับเซราะกราวได้ 2 ปี ก็ย้ายไปเล่นให้มังกรไฟ ปี 2015 ไม่ค่อยได้ลงสนามจนอุบล ดึงตัวไปลุยดิวิชั่น 1 ก่อนจะกลับมาเล่นไทยลีกอีกครั้งกับทีมพัทยา ปี 2016 ในฐานะกัปตันทีม เล่นได้โดดเด่น และก็กลับมามังกรไฟเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ล่าสุดปีนี้ย้ายไปเล่นที่เชียงราย ยูไนเต็ด ซึ่งก็เป็นสำรองซะเป็นส่วนใหญ่

2.ประทุม ชูทอง

ประทุม ก่อนจะย้ายมาอยู่บุรีรัมย์ ในปี 2012 ก็ถือเป็นปราการหลังพันธุ์แกร่งและมีชื่อเสียงในระดับไทยลีกอยู่แล้ว แต่จะว่าไปก็ยังไม่ถึงขั้นติดทีมชาติ ยังเก่งอยู่แค่ในลีกเท่านั้น แต่พอย้ายมาสวมยูนิฟอร์มปราสาทสายฟ้าเท่านั้นแหละ กลายเป็นสุดยอดกองหลังขึ้นมาทันที ช่วงแรกได้จับคู่กับ ออสม่า อิบาเนซ จนกระทั่งโค้ชซิโก้ เรียกตัวไปติดทีมชาติ และกลายเป็นตัวหลักมาตลอดในยุคนั้น

ซึ่งนอกจาก ออสม่า แล้ว ประทุม ก็ยังทันได้เล่นร่วมกับ ตูเนซ ด้วย จากนั้นก็ย้ายไปอยู่สุพรรณบุรี ปี 2015 ก็ยังเป็นตัวหลักอยู่ แต่เหมือนจะมีอาการบาดเจ็บรบกวนอยู่ตลอด ปี 2016 ไปอยู่เชียงราย ก็ยังคงเป็นตัวหลักของทีม แต่ช่วงที่อยู่กับเชียงราย ก็เจ็บเรื้อรังจนหลุดทีมชาติ และล่าสุดฤดูกาลนี้ก้มาอยู่กับราชบุรี ซึ่งบางคนอาจไม่รู้ เพราะไม่ได้เห็นเจ้าตัวลงสนามเลย

3.กรวิทย์ นามวิเศษ

กรวิทย์ ก่อนจะย้ายมาอยู่กับบุรีรัมย์ อาจจะยังไม่ค่อยมีใครรู้จัก ถ้าไม่ใช่แฟนบอลไทยลีกอย่างใกล้ชิด และถ้าไม่ใช่แฟนบอลแข้งเทพ กรวิทย์ เป็นดาวรุ่งที่ขึ้นมาใหม่ แต่ได้รับโอกาสจากแบงค็อก ยูไนเต็ด ได้ลงสนามต่อเนื่องในช่วงปี 2014 จนกระทั่งบุรีรัมย์ ไปคว้าตัวมาร่วมทีมในปี 2015 มาแบบเงียบๆ ไม่มีใครรู้จัก และไม่ได้เป็นข่าวดังอะไร เพราะตอนนั้นถือว่าโนเนมมากๆ ไม่มีใครคิดว่าบุรีรัมย์จะเอามาเป็นตัวหลักด้วยซ้ำ

ไปๆ มาๆ ก็ได้ลงสนามต่อเนื่อง เป็นสามแนวรับร่วมกับ ตูเนซ และ ชิติพัทธ์ แทนกลาง บางเกมเล่นเป็นคู่กองหลังสองคน จนกลายเป็นกองหลังที่เก่งที่สุดในเมืองไทยขึ้นมา โค้ชซิโก้ ต้องเรียกมาติดทีมชาติ จากที่เป็นกองหลังไทยโนเนม ธรรมดาๆ ก็ดังขึ้นมาและเป็นตัวหลักทีมชาติ แต่น่าเสียดายที่เจ้าตัวได้รับบาดเจ็บและค่อยๆ หลุดตัวจริงในทีมบุรีรัมย์ และทีมชาติไปพร้อมๆ กัน เมื่อปีที่แล้ว ล่าสุดไปอยู่กับพีทีที ระยอง ในดิวิชั่น 1 แต่ก็เป็นตัวหลักและทำผลงานได้ดี

4.พรรษา เหมวิบูลย์

พรรษา คือตัวอย่างที่ชัดที่สุดในการปั้นแข้งโนเนมให้กลายเป็นซุปตาร์ทีมชาติ โดยก่อนที่ “เจ้าโย่ง” จะมาเป็นสมาชิกของทีมสายฟ้าเมื่อปีที่แล้ว 2017 บอกเลยว่าแทบไม่มีใครรู้จัก เพราะโคตรจะโนเนม ตอนนั้นปี 2016 เขาเล่นอยู่กับขอนแก่น ยูไนเต็ด ชุดที่ถูกสั่งพักทีมไปนั่นแหละ พรรษา ตอนนั้นก็เป็นกองหลังที่เล่นอยู่ในดิวิชั่น 1 แต่พอทีมถูกสั่งพักไป ก็เป็นบุรีรัมย์ ที่ดึงตัวมาร่วมทัพในปี 2017

ย้ายมาก็ไม่คิดหรอกว่าจะมาเป็นตัวจริง แต่ก็อย่างที่บอกตอนนั้น กรวิทย์ มีอาการบาดเจ็บ ทำให้ช่วงออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ พรรษา จึงได้รับโอกาสเล่นคู่กับ ตูเนซ และ ชิติพัทธ์ ก็กลายเป็นตัวหลักของทีมเพราะเล่นได้ดี และมาเป็นที่รู้จักของแฟนบอลทั่วไปก็เมื่อเขาถูกเรียกตัวไปติดทีมชาติในยุคของ มิโลวาน ราเยวัช และไม่เพียงแค่มีชื่อติดทีมเท่านั้น เขากลายเป็นตัวหลักของทีมช้างศึกคู่กับ เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว และเป็นคู่ตัวจริงของทีมชาติไทยในเวลานี้

5.ประวีณวัช บุญยงค์

ตนสุดท้ายนี่คือคนล่าสุดเลย ในรายของ ประวีณวัช แฟนบอลไทยคงรู้จักกันดีอยู่แล้ว เพราะก่อนหน้านี้เขาก็ติดทีมชาติในยุคของโค้ชซิโก้ ได้แชมป์ซูซูกิ แชมป์ซีเกมส์มา แต่ช่วงหลังก็ค่อยๆ ดร็อปลงไป นั่นมาจากการที่เจ้าตัวไม่ได้เป็นตัวหลังของบีจี ต้นสังกัดที่แท้จริงของเขา ด้วยการที่ลงมาแล้วเป็นบ่อน้ำมัน ลงมาแล้วเล่นไม่ดี จึงกลายเป็นแค่สำรอง และส่วนเกินของทีม ปีที่แล้วนี่นับได้เลยว่าเล่นไปกี่นัด คือเหมือนจะเป็นกองหลังที่หมดอนาคตไปแล้ว

แต่จู่ๆ ก่อนเปิดฤดูกาล 2018 บุรีรัมย์ ก็ไปยืมตัวมาจากบีจี เพื่อแก้ปัญหากองหลังบาดเจ็บ เพราะก่อนเปิดฤดูกาลเขามีกองหลังใช้งานที่เป็นตัวหลักแค่ 2 คน คือ ตูเนซ กับ พรรษา ส่วน ชิติพัทธ์ เจ็บ ตอนแรกกะจะปั้น กฤษณะ ดาวกระจาย ดาวรุ่งในทีมแต่ไม่เวิร์ค สุดท้ายไปได้ “อ้วนบีจี” มา ตอนแรกแฟนบอลก็คงร้องยี้ และก็คิดว่าคงเอามาแก้ขัดไปก่อน

แต่เป็นยังไงละ ตั้งแต่ย้ายมาอยู่บุรีรัมย์ ประวีณวัช นี่ลงสนามให้ทีมทุกเกมทั้งในลีกและบอลถ้วย แถมยังเล่นได้ทั้งกองหลัง และกองกลางตัวรับ ชนิดที่โคตรลงตัว และก็เป็นหัวใจของทีมด้วยซ้ำไป เหมือนได้กลับมาเกิดใหม่อย่างแท้จริง และก็มีแนวโน้มว่าบุรีรัมย์จะซื้อตัวมาถาวรด้วย และเชื่อเลยว่าน่าจะมีโอกาสได้คัมแบ็กกลับไปติดทีมชาติไทยอีกแน่นอน

นี่ก็เป็นปราการหลังทั้ง 5 คน ที่ย้ายไปอยู่บุรีรัมย์ แล้วทำผลงานได้ดีเหมือนกลับมาเกิดใหม่

ซึ่งจริงๆ ทีมสายฟ้าเองเขาก็ปั้นกองหลังดีๆ ขึ้นมาเองหลายคนเหมือนกันอย่างตอนนี้ที่เห็นนอกจาก ชิติพัทธ์ แทนกลาง แล้ว ยังมี นัสตพล มาลาพันธ์ ที่ปล่อยให้ชลบุรี ยืมตัวอยู่ตอนนี้ แต่ในอนาคตเชื่อว่าจะกลับมาเป็นตัวหลักที่บุรีรัมย์ แน่นอน อีกคนคือ นุกูลกิจ ครุฑใหญ่ ที่ตอนนี้ไปอยู่เอสซีจี เมืองทองฯ และล่าสุดบาดเจ็บไป

ในอนาคตต้องมารอดูกันว่า ทีมปราสาทสายฟ้า จะปั้นใครให้ขึ้นมาเป็นสุดยอดกองหลังประดับวงการบอลไทยได้อีกหรือไม่ รอดูกัน

ชิชาริเต่า

RELATED NEWS