ชีวิตเคยดีกว่านี้!6 แข้งตกอับเพราะ มูรินโญ่

ชีวิตเคยดีกว่านี้!6 แข้งตกอับเพราะ มูรินโญ่

โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ เดอะ สเปเชียล วัน ผู้ประสบความสำเร็จความแชมป์มาแล้วมากมาย ทั้งใน พรีเมียร์ลีก อังกฤษ, ลา ลีกา สเปน, กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี หรือแม้กระทั่งลีกโปรตุเกส

พร้อมกับเป็นผู้ปลุกปั้นนักเตะชั้นนำขึ้นมามากมาย ซึ่งหลายๆคนก็กำลังเป็นซูเปอร์สตาร์วาดลวดลาดกันอยู่เต็มวงการ

แต่ในขณะเดียวกัน มูรินโญ่ ก็ขึ้นชื่อเป็นตัวทำลายนักเตะชั้นยอดเช่นเดียวกัน เพราะผู้เล่นที่เคยโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยม มาร่วมงานกับ “เฮียมู” กลับล้มเหลวไม่เป็นท่า

ซึ่งเคสนี้กำลังเกิดกับ ปอล ป็อกบา ผู้เคยสร้างฟอร์มเทพ วาดลวดลายบนผืนฟลอร์หญ้าให้แฟนบอลทั่วโลกได้ติดตาตรึงใจมาแล้วสมัยอยู่กับ ยูเวนตุส แต่ปัจจุบันดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศส กลับไม่ได้เป็นแบบนั้น

ป็อกบา กำลังมีชีวิตที่ไม่สดใสในถื่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เขาถูกดรอปเป็นสำรอง ท่ามกลางกระแสบาดหมางกับ มูรินโญ่ พร้อมเตรียมถูกเฉดหัวขายทิ้งซัมเมอร์นี้ โดยในอดีตก็มีแข้งชั้นนำมากมาย ต้องจบชีวิตอันรุ่นโรจน์ ด้วยฝีมือเฮดโค้ชรายนี้

กาก้า

อดีตเพลเมกเกอร์ทีมชาติบราซิล เคยโชว์ความสุดยอดสมัยเป็นนักเตะ เอซี มิลาน เขาฝากผลงานเพลงแข้งไว้มากมาย ทั้งการคว้าแชมป์ กัลโช่ เซเรีย อา อิตาลี และแชมป์ ยูฟ่า แชมป์เปี้ยนส์ ลีก เมื่อปี 2007 พร้อมสถาปนาตัวเองเป็นนักเตะคนสุดท้ายที่เคยคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม “บัลลง ดอร์” ต่อจาก ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้

ด้วยชื่อเสียงและบารมีทำให้ กาก้า ได้ย้ายมาอยู่กับ เรอัล มาดริด แต่ที่นี่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเหมือนที่ อิตาลี เขามีอาการบาดเจ็บรบกวน จนกระทั่งการมาของ โชเซ่ มูรินโญ่ ความหวัง กาก้า ในการกลับมายึดเป็นตัวจริงเริ่มมีอีกครั้ง แต่เหมือนฟ้ากลั่นแกล้ง อดีตแข้งทัพ “เซเลเซา” บรรยายความรู้สึกว่าเป็นโค้ชที่ร่วมงานได้ยากจริงๆ และแทบไม่ให้โอกาสเลยสักนิด ถึงแม้สภาพร่างกายจะสมบูรณ์ โดยทิ้งท้ายด้วยว่าตอนที่ มูรินโญ่ ต้องออกจาก “ราชันชุดขาว” รู้สึกดีใจสุดๆ ก่อนที่เจ้าตัวจะกลับไป มิลาน

บาสเตียน ชไวน์สไตเกอร์

 

นี่คือนักเตะที่แทบจะกวาดแชมป์มาแล้วมากมายไม่ว่าจะเป็นระดับสโมสรกับ บาเยิร์น มิวนิค หรือจะเป็นแชมป์ ฟุตบอลโลก 2014 กับทีมชาติเยอรมัน ทำให้ “ชไวนี่” ต้องการหาความท้าทายใหม่ๆ ด้วยการเลือกย้ายมาอยู่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เพื่อร่วมงานกับเจ้านายเก่าอย่าง หลุยส์ ฟาน กัล

“ชไวนี่” มีปัญหาอาการบาดเจ็บตามเล่นงาน ทำให้ลงสนามได้ไม่มากนัก จนกระทั่งการมาของ โชเซ่ มูรินโญ่ เมื่อปี 2016 ชีวิตตกอับของกองกลางชาวเยอรมัน ก็เริ่มขึ้นในบัดดล เมื่อ “เดอะ สเปเชียล วัน” ตัดหางปล่อยวัดด้วยการส่งไปเล่นกับชุดยู-23 เพื่อบีบให้นักเตะรายนี้ ย้ายออกจากทีม แต่ทว่า “บาสตี้” ก็ต่อสู้ทุ่มเทให้เห็น จน มูรินโญ่ ใจอ่อน ให้มีชื่อกลับมาสู่ทีมช่วงสั้นๆ แต่ก็ได้แค่นั้น ก่อนที่ ชไวน์สไตเกอร์ จะย้ายไปเล่นให้กับ ชิคาโก้ ไฟร์ ในศึก เมเจอร์ลีก ซอคเกอร์ เมื่อต้นปี 2017

ดาลี่ย์ บลินด์

ดาร์ลี่ย์ บลินด์ ได้มีโอกาสย้ายมาค้าแข้งในถิ่นโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เพราะการมาของ หลุยส์ ฟาน กัล เฮดโค้ชชาวฮอลแลนด์ แน่นอนเขาเหมือนลูกรัก “น้ากัล” ได้ลงเล่นแทบตลอด ไม่ว่าจะเป็นตำแหน่งแบ็กซ้าย มิดฟิลด์ตัวกลาง หรือช่วงหลังๆถูกจับไปเล่นเป็นเซ็นเตอร์แบ็ก ก็มีให้เห็นเป็นประจำ และมีส่วนช่วย “ปีศาจแดง” คว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก

อย่างไรก็ตาม ถัดมาในฤดูกาลนี้ บลินด์ กลายเป็นส่วนเกินของ โชเซ่ มูรินโญ่ เสมือนเขาเป็นเพียงแค่ตัวแทนรอให้ตัวจริงหายจากอาการบาดเจ็บกลับมา จากที่เคยเป็นตัวจริงสวมสตั๊ดลงสนาม ตอนนี้ทำได้เพียงใส่สนับก้น นั่งมองเพื่อนอยูที่ซุ้มม้านั่งสำรอง ได้ลงสนามในเกม พรีเมียร์ลีก ซีซั่นนี้ เพียงแค่ 6 นัด แบ่งครึ่งคือจำนวนนัดที่ได้ลงสนามเป็นตัวจริง ชีวิตจากที่เคยดีกว่านี้ กลายเป็นตกอับไปแล้วเรียบร้อย โดยรอเพียงเวลาให้ มูรินโญ่ ขายพ้นๆไปเท่านั้น

มาเตย่า เคซมัน

นับเป็นนักเตะรายแรกๆที่ โชเซ่ มูรินโญ่ ซื้อเข้ามาร่วมทัพ “สิงห์บลูส์” สมัยเริ่มทำงานในถิ่นสแตมฟอร์ด บริดจ์ เพราะ เคซมัน เคยโชว์ศักยภาพเป็นสุดยอดดาวยิงในศึก เอเรดิวิซี่ ฮอลแลนด์ ด้วยการครองดาวซัลโวถึง 3 สมัย โดยมี 1 ซีซั่น ระเบิดฟอร์มไปถึง 35 ตุง ดังนั้นความคาดหวังจากสาวก เชลซี จึงฝากไว้กับ เคซมัน ไว้สูงพอสมควร

อย่างไรก็ตาม การย้ายมาอยู่ เชลซี ของ เคซมัน เหมือนเป็นจุดพลิกผันในชีวิตค้าแข้ง จากที่เคยยิงเป็นเข้า กลายเป็นทำอะไรก็ดูขัดหูขัดตาไปซะหมด เขาทำได้เพียง 4 ประตู จากการลงสนามในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ 25 นัด เพียงแค่ฤดูกาลเดียว มูรินโญ่ ก็เฉดหัว เคซมัน ไปให้กับ แอตเลติโก มาดริด ทันที นับตั้งแต่นั้น เคซมัน ก็ไม่เคยระเบิดฟอร์มแบบที่เคยเป็นได้อีกเลย ต้องพเนจรไปอยู่ทั้ง เฟเนร์บาห์เช่, ปารีส แซงต์-แชร์กแมง รวมถึง เซาธ์ ไชน่า ในลีกฮ่องกง

อีเกร์ กาซียาส

ผู้รักษาประตูระดับตำนานของ เรอัล มาดริด ผู้รับใช้เฝ้าเสาในถิ่นซานติอาร์โก้ เบร์นาเบว มาตลอด 25 ปี ผู้อยู่ในยุค กาลาคติกอส คว้าแชมป์ทั้ง ลา ลีกา สเปน และ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก และที่สำคัญไปกว่านั้น กาซียาส คือกัปตันทีม ที่พาทัพ “กระทิงดุ” เถลิงบัลลังค์แชมป์ ยูโร 2 สมัย และ ฟุตบอลโลก 2010

อย่างไรก็ตามจุดพลิกผันระหว่าง กาซียาส กับ “ราชันชุดขาว” เริ่มขึ้นด้วยการมารับงานของ โชเซ่ มูรินโญ่ เมื่อปี 2010 ในช่วง 2 ปีแรก นายทวารรายนี้ ยังคงสถานะเป็นมือ 1 ของทีม แต่กระนั้นในซีซั่น 2012-13 “เดอะ สเปเชียล” กล้าหาญดรอป กาซียาส เป็นตัวสำรอง ท่ามกลางกระแสข่าวแตกคอ และ ฟอร์มที่ดรอปลงไป ทำให้ กาซียาส ไม่ได้ลงเฝ้าเสาอย่างที่เคย จากที่ลงเล่นเกิน 30 นัด มา 10 ฤดูกาลติด กลายมาเหลือแค่ 19 นัด ถึงแม้ มูรินโญ่ จะต้องอำลาทีมไปแล้ว แต่ทว่าชีวิต กาซียาส ก็ไม่ดีขึ้น จนได้มาลงสนามเยอะมากขึ้น เมื่อฤดูกาล 2014-15 แต่ก็ถูกบีบอย่างหนัก สุดท้ายต้องย้ายทีม

เฮนริค มคิตาร์ยาน

ดาวเตะทีมชาติอาร์เมเนีย ผู้สร้างความตื่นเต้นให้กับสาวก “เร้ด เดวิลส์” หลังย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาอยู่กับ “ปีศาจแดง” ด้วยค่าตัวประมาณ 30 ล้านปอนด์ เพราะเป็นนักเตะที่มีจุดเด่นในการไปกับบอลได้อย่างรวดเร็ว และยังมีทีเด็ดในการจ่ายแบบ “คิลเลอร์พาส” ให้เพื่อนทำประตูอีกด้วย

แต่การย้ายมาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ไม่ได้ปูพรมแดงไว้ให้กับ มคิตาร์ยาน เพราะช่วงแรกเจ้าตัวแทบไม่มีชื่ออยู่ในทีม โดย มูรินโญ่ ให้เหตุผลว่าสภาพร่างกายยังไม่ฟิตมากพอลงเล่นในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ถึงขั้นที่ตัวนักเตะเองยังงงเป็นไก่ตาแตก ก่อนจะพิสูจน์ให้เห็น กัดฟันสู้ และกลับมายึดตัวจริงได้สำเร็จ พร้อมช่วยทีมคว้าแชมป์ ยูโรปา ลีก มาครอง อย่างไรก็ตามในซีซั่นนี้ “มิคกี้” กลับทำฟอร์มหล่นหายไปไหนก็ไม่ทราบ โดนดรอปสำรองยาวๆ จนความมั่นใจหายไป หลังจากนั้นเมื่อถึงช่วงตลาดหน้าหนาว เขากลายเป็นเหมือนตัวแถม ถูกส่งตัวไปให้กับ อาร์เซน่อล เพื่อแลกตัวกับ อเล็กซิส ซานเชซ

RELATED NEWS