logo-heading

ถือว่าเป็นอีกทีมที่มักสถิติการถล่มประตูคู่แข่งแบบมโหฬารอยู่บ่อยครั้งสำหรับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และล่าสุดในเกมกับ เซาแธมป์ตัน พวกเขาก็ทำได้อีกครั้งหนึ่งที่จบ 90 นาที และกระหน่ำคู่แข่งไปถึง 9 ประตู

ว่าแล้ว ขอบสนาม ของเราจะพาย้อนกลับไปดูกันหน่อยว่ามีเกมลีกนัดไหนบ้างที่ทัพ “ปีศาจแดง” เดินหน้าซัดคู่แข่งมากกว่า 6 ประตู 

แมนฯ ยูไนเต็ด 9-0 อิปสวิช 1995 (1994-95)

เริ่มต้นกันที่เกมแรกเมื่อฤดูกาล 1994-95 ปีนั้นเกมนัดแรกที่เจอกันในลีก อิปสวิช พลิกล็อกเปิดบ้านเอาชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 3-2  ซึ่งไม่รู้เกี่ยวกันไหมแต่ในนัดที่ 2 ที่ต้องออกมาเยือน โอลด์ แทรฟฟอร์ด เหล่าพลพรรคของ แมนฯ ยูไนเต็ด ได้เช็กบิลแบบทบต้นทบดอก และกลายเป็นสถิติใหม่ของฟุตบอลลีกสูงสุดอังกฤษมาจนถึงทุกวันนี้ เกมในวันนั้น แอนดี้ โคล กดคนเดียว 5 ตุง, มาร์ค ฮิวจ์ส อีก 2 ดอก ต่อด้วย รอย คีน และ พอล อินซ์ อีกคนละตึง ทำให้นี้คือชัยชนะที่มากสุดในประวัติศาสตร์ และดูทรงแล้วก็ยากเหลือเกินที่จะหาสักทีมมาทำลายสถิตินี้ลงได้

น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-8 แมนฯ ยูไนเต็ด 1999 (1998-99)

หนึ่งในแมตช์ประวัติศาสตร์ที่ยังคงยืนหยัดอยู่กันจนถึงทุกวันนี้ โดยในซีซั่นนั้น ฟอเรสต์ ออกสตาร์ทฤดูกาลได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ทว่าความร้อนแรงก็ค่อยๆ แผ่วลงเรื่อยๆ และเมื่อเกมดังกล่าวต้องมาเจอกับ ยูไนเต็ด ที่กำลังร้อนแรงมีหรือจะรอดเอื้อมมือทัพ "ปีศาจแดง"  โดยในเกมนั้นจบ 45 นาทีแรกสกอร์บอร์ดยังคงตึงอยู่ที่ 1-1 ฝั่ง ยูไนเต็ด ได้ประตูจาก แอนดี้ โคล ก่อนที่ในครึ่งหลังพวกเขาจะถลุงยับรัวเพิ่มอีก 7 ดอก จาก แอนดี้ โคล 2 ตุง, ดไวท์ ยอร์ค 1 ดอก และแข้งสำรองที่ลงมาเป็นโคตรซุปเปอร์ซับอย่าง โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ที่มีเวลาในสนามราว 20 นาที แต่กระหน่ำไป 4 ประตูเน้นๆ และนั้นคือฤดูกาลสุดท้ายของ ฟอรเสต์ บนลีกสูงสุดหลังต้องตกชั้นด้วยตำแหน่งบ๊วยของลีก และพวกเขายังไม่เคยได้โอกาสกลับมาสูดหายใจบนลีกสูงสุดได้อีกเลย ย้อนรอย! 10 แมตช์เด่นที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไล่ถลุงคู่แข่งเกิน 6 ประตู

แมนฯ ยูไนเต็ด 7-1 เวสต์แฮม 2000 (1999-00)

ย้อนกลับไปเมื่อฤดูกาล 1999-2000 แน่นอนปีนั้นยังคงมี เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน นั่งแท่นเป็นนายใหญ่ โดยเหตุการณ์ในเกมดังกล่าวเกิดขึ้นในแมตช์ที่ 31 ของศึกพรีเมียร์ลีกซีซั่นดังกล่าว ซึ่งในเกมวันนั้นพลพรรคทัพ "ปีศาจแดง" อุดมไปด้วยแข้งฟอร์มแรงหลายคนไม่ว่าจะเป็น พอล สโคลส์, แกรี่ เนวิลล์, เดวิด เบ็คแฮม หรือ รอย คีน ส่วนผลการแข่งขันในวันนั้น แมนฯ ยูไนเต็ด จัดการเปิดบ้านถล่ม เวสต์แฮม ไปแบบท่วมท้น 7-1 ทั้งที่ฝั่ง "ขุนค้อน" เป็นฝ่ายกระทุ่งประตูออกนำไปก่อนจาก เปาโล วันโชเป้ ในช่วงนาทีที่ 10 ก่อนที่หลังจากนั้นจะเป็นการเอาคืน 7 ดอกรวดของ ยูไนเต็ด จากการพังประตูของ พอล สโคลส์ ที่เหมาคนเดียว 3 ประตู, เดนิส เออร์วิน, แอนดี้ โคล, เดวิด เบ็คแฮม และ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา อีกคนละหนึ่งตุง จบฤดูกาลนั้นพวกเขาก็เข้าวินคว้าแชมป์ลีกได้สำเร็จด้วยการเก็บไป 91 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง อาร์เซน่อล มากถึง 18 คะแนน

แมนฯ ยูไนเต็ด 6-0 แบรดฟอร์ด 2000 (2000-01)

ฤดูกาล 2000-01 เป็นอีกหนึ่งปีที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ออกสตาร์ทฤดูกาลด้วยผลงานที่ไม่ได้สวยงามเท่าไหร่ หลังผ่าน 3 นัด พวกเขาเก็บได้เพียง 5 คะแนนเท่านั้น ก่อนที่จะมาระเบิดฟอร์มกับ แบรดฟอร์ด ซึ่งในเกมนั้นจบ 45 นาทีแรก ฝั่ง "ปีศาจแดง" ออกนำไปก่อน 2-0 จนกระทั่งเข้าสู่ช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้ายพวกเขากระหน่ำรวดเดียว 4 ประตู จบเกมด้วยสกอร์ 6-0  โดยในเกมวันนั้น ยูไนเต็ด ได้ประตูจาก แอนดี้ โคล, เดวิด เบ็คแฮม และ ควินตัน ฟอร์จูน กับ เท็ดดี้ เชอริงแฮม อีกคนละ 2 ตุง ก่อนที่ซีซั่นนั้นพวกเขาจะจบฤดูกาลด้วยตำแหน่งแชมป์ลีกเช่นเคยด้วยการเก็บไป 80 คะแนน ทิ้งห่างอันดับ 2 อย่าง อาร์เซน่อล 10 คะแนน

แมนฯ ยูไนเต็ด 6-1 เซาแธมป์ตัน 2001 (2001-02)

อีกหนึ่งเกมที่เหล่าพลพรรค แมนฯ ยูไนเต็ด เดินหน้าล่าประตูอย่างดุเดือด ซึ่งเพียงนาทีแรกของการแข่งขันเท่านั้น รุด ฟาน นิสเตลรอย  ก็จัดการเปิดซิงตุงแรกเป็นที่เรียบร้อย ก่อนที่ในช่วงนาที 34 เจ้าตัวจะมาซัดเพิ่มได้อีกตุง บวกกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ซัดปิดท้ายในครึ่งแรก ยูไนเต็ด นำห่าง 3-0 ลงมาในครึ่งหลัง รุด ฟาน นิสเตลรอย ก็ทำแฮตทริกได้สำเร็จในช่วงนาที่ 54  ก่อนที่ รอย คีน กับ ฟิล เนวิลล์ จะมาบวกกันอีกคนละตุง ส่วนทัพ "นักบุญ" มาตีไข่แตกได้จาก มาริอันส์ ปาฮาร์ส จบ 90 นาที "ปีศาจแดง" เปิดรังไล่หวดไปท่วมท้น 6-1 ย้อนรอย! 10 แมตช์เด่นที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไล่ถลุงคู่แข่งเกิน 6 ประตู

นิวคาสเซิ่ล 2-6 แมนฯ ยูไนเต็ด 2003 (2002-03)

ต้องบอกว่าในฤดูกาล 2002-03 เป็นขวบปีที่ นิวคาสเซิ่ล โดน แมนฯ ยูไนเต็ด กดขี่แบบโงหัวไม่ขึ้นเลยทั้งเหย้า และเยือน เกมแรกที่เจอกันที่ โอลด์ แทรฟฟอร์ด เป็นฝั่ง "ปีศาจแดง" ไล่โขยกไป 5-3 ส่วนเกมนัดสองกลับไปดวลกันที่ เซนต์ เจมส์ พาร์ค ทางด้านเจ้าถิ่นก็หวังจะแก้แค้นให้ได้ แต่ทว่ากลับถูกฝั่งแค้นหนักกว่าเดิมเมื่อโดนถลุงไปมากถึง 6 ประตู  ซึ่งเกมนั้นฝั่ง "สาลิกาดง" เป็นฝ่ายขึ้นนำไปก่อนจาก เจอร์เมน จีนาส ในช่วงนาที 21 แต่ทว่านั้นเหมือนเป็นกระไปกระตุกหนวดปีศาจแดง เพราะหลังจากนั้น ยูไนเต็ด เดินหน้ากระซวกรวดเร็ว 6 แผล พอล สโคลส์ ซัดแฮตทริก บวกกับ โอเล่ กุนนาร์ โซลชา, รุด ฟาน นิสเตลรอย และ ไรอัน กิ๊กส์ จัดการอีกคนละประตู ส่วน นิวคาสเซิ่ล มาได้ประตูปลอบขวัญจาก โชล่า อเมโอบี้ ในช่วงท้ายเกม

แมนฯ ยูไนเต็ด 6-0 นิวคาสเซิ่ล 2008 (2007-08)

เหยื่ออันโอชะจากเจ้าเดิม เปลี่ยนไปก็แค่เวลาที่ผ่านไปราว 5 ปี และครั้งนี้เปลี่ยนสังเวียนมาเป็น โอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งเกมนี้หลังจบ 45 นาทีแรกไม่มีใครคิดว่าสกอร์จะออกมามโหฬารขนาดนี้ เพราะ "ปีศาจแดง" ค่อยมากระหน่ำยำตีนในครึ่งหลังรวดเดียว 6 ประตู ไล่มาตั้งแต่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำแฮตทริกได้สำเร็จ บวกกับ คาร์ลอส เตเบซ ที่เหมาอีก 2 ตุง ส่วนอีกลูกมาจาก ริโอ เฟอร์ดินานด์ จบฤดูาลนั้น ยูไนเต็ด เข้าป้ายความแชมป์ได้สำเร็จด้วยการเฉือน เชลซี ไปด้วยคะแนนเพียง 2 แต้ม แต่ผลต่างประตูได้-เสีย พวกเขาบวกมากถึง 58 ประตูเลยทีเดียว

แมนฯ ยูไนเต็ด 7-1 แบล็คเบิร์น โรเวอร์ 2010 (2010-11)

ถ้าพูดถึงเกมในวันนั้นคงต้องนึกถึงพระเอกของงานที่ชื่อว่า ดิมิทาร์ เบอร์บาตอฟ เพราะหัวหอกชาวบัลแกเรียจัดการเหมาคนเดียว 5 ประตู และเป็นการซัดแฮตทริกได้ตั้งแต่ช่วงนาทีที่ 47 ของการแข่งขัน ส่วนอีก 2 ประตูมาจาก นานี่ และ พาร์ค จ-ซอง ที่แบ่งกันคนละตุง  บทสรุปในฤดูกาล 2010-11 นั้น เบอร์บาตอฟ ก็เข้าวินคว้ารางวัลดาวซัลโวของศึกพรีเมียร์ลีกที่จำนวน 20 ประตู เท่ากับ คาร์ลอส เตเบซ ดาวยิงของ แมนฯ ซิตี้ ส่วนทีมก็เข้าป้ายคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกมาครองอย่างสมศักดิ์ศรี ย้อนรอย! 10 แมตช์เด่นที่ แมนฯ ยูไนเต็ด ไล่ถลุงคู่แข่งเกิน 6 ประตู

แมนฯ ยูไนเต็ด 8-2 อาร์เซน่อล 2011 (2011-12)

หนึ่งในแมตช์ที่อยู่ในความทรงจำของแฟนบอล แมนฯ ยูไนเต็ด อย่างแน่นอน เพราะด้วยความที่เป็นเกมใหญ่คู่แข่งคือ อาร์เซน่อล ไม่มีใครคาดคิดว่าสกอร์จะออกมามากมายขนาดนี้ ย้อนกลับไปการเจอกันของทั้งคู่ในเกมดังกล่าวเป็นการพบกันเกมที่ 3 ของลีกฤดูกาล 2011-12 ซึ่ง 2 นัดหน้านี้ ยูไนเต็ด ก็ถือว่าโชว์ออกสตาร์ทได้อย่างยอดเยี่ยมทั้งบุกชนะ เวสต์บรอมวิช 2-1 และ เปิดบ้านถล่ม สเปอร์ส 3-0 ก่อนที่จะมาตบ "ไอ้ปืนใหญ่" ได้อย่างสวยงาม รายละเอียดในเกมนี้หลายจังหวะที่เชื่อว่าแฟนบอลยังคงติดตาไม่ว่าจะเป็นลูกยิงของ แอชลี่ย์ ยัง ที่ปั่นโค้งๆ หรือฟรีคิกสุดงามของ เวย์น รูนี่ย์ บทสรุปเกมนั้นสกอร์บอร์ดบอกผลที่ 8-2 แมนฯ ยูไนเต็ด ได้ 3 ประตู จาก เวย์น รูนี่ย์, 2 ประตู จาก แอสลี่ย์ ยัง บวกกับ นานี่, พาร์ค จี-ซอง และ แดนนี่ เวลเบ็ค อีกคนละ 1 ประตู

แมนฯ ยูไนเต็ด 9-0 เซาแธมป์ตัน 2021 (2020-21)

เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นแบบสดๆ ร้อนๆ นี่เอง ซึ่งสกอร์แบบนี้ไม่มีใครคาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้น แต่ทว่าด้วยจังหวะฟุตบอลที่ทัพ "นักบุญ" มาเหลือ 10 คนตั้งแต่ช่วงนาทีที่ 3 ทำให้โฉมหน้าของเกมมันเปลี่ยนแปลงไปหมดเลย เพียง 45 นาทีแรก ทัพ "ปีศาจแดง" ก็ดาหน้ากระหน่ำไปแล้วถึง 4 ดอก  ส่วนครึ่งหลังด้วยสถานการณ์ที่ ยูไนเต็ด เองก็ต้องการประตูเพิ่ม บวกกับ เซาแธมป์ตัน ต้องมาเหลือ 9 คนอีกทำให้รูปเกมทุกอย่างมันดูย่ำแย่แบบคูณสอง บทสรุปจบ 90 นาที สกอร์ไปอยู่ที่ 9-0 ไล่เรียงคนทำประตูก็ได้ดั่งนี้ อารอน วาน-บิสซาก้า, สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์, บรูโน่ แฟร์นานเดส, มาร์คัส แรชฟอร์ด, เอดินสัน คาวานี่, ดาเนียล เจมส์ และ อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล ลงมาเหมาคนเดียว 2 ประตู

- เปา ขอบสนาม -

logoline