ถึงเวลาหรือยัง? กับการควานหากองหน้าตัวเป้าของ ลิเวอร์พูล

ถึงเวลาหรือยัง? กับการควานหากองหน้าตัวเป้าของ ลิเวอร์พูล

ถ้าเปรียบเป็นกราฟลูกหนังตอนนี้ชีวิตของ ลิเวอร์พูล จุดหมายปลายทางคงกำลังหัวทิ่มลงเหวแบบไม่มีใครคาดหวัง และไม่มีใครคาดคิดว่าพวกเขาจะประสบพบเจอกับห้วงเวลาแบบนี้

ตัวเลข 11 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีกใครจะไปคาดคิดว่าพลพรรคทัพ “หงส์แดง” จะพุ่งชนกับชัยชนะไปเพียง 2 นัดเท่านั้น ที่เหลือสามารถแจกแจงเป็นตัวหนังสือสีแดงได้ว่าเสมอ 3 และพ่ายแพ้ไปมากถึง 6 นัด ซึ่ง 4 เกมในนั้นเป็นความพ่ายแพ้แบบรวดเร็วไล่ตั้งแต่ช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ จนถึง ตอนนี้

แน่นอนว่าปัญหาใหญ่ที่สุดของพวกเขาในตอนนี้คืออาการบาดเจ็บของนักเตะที่กดบัตรต่อคิวเข้าโรงพยาบาลกันแบบไม่ขาดสายไล่มาตั้งแต่ เวอร์จิล ฟาน ไดค์, โจ โกเมซ, โจเอล มาติป, ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า, ดิโอโก้ โจต้า และล่าสุดก็คือ กัปตัน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน

ซึ่งถ้าชี้จุดเน้นไปที่ปัญหาสำคัญคือเรื่องของปราการหลังตัวกลาง หรือ เซ็นเตอร์ฮาล์ฟ เพราะนับจนถึงเกมล่าสุดที่พ่ายแพ้ เอฟเวอร์ตัน พวกเขาสับเปลี่ยนคู่หูกันมาแล้วทั้งสิ้น 18 คู่ และได้ให้โอกาสกับเด็กดาวรุ่งหลายๆ คนไม่ว่าจะเป็น นาธาเนี่ยล ฟิลลิปส์, รีส วิลเลี่ยมส์ หรือ บิลลี่ คูเมติโอ รวมไปถึงการถอยกองกลางอย่าง เฮนเดอร์สัน และ ฟาบินโญ่ ไปสวมบทปราการหลังก็ต้องทำ

ฉะนั้นทำให้เมื่อช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคมที่ผ่านมา เจอร์เก้น คล็อปป์ ถึงทำการผ่าทางตันด้วยการไปคว้า 2 เซ็นเตอร์อาชีพเข้ามาอย่าง โอซาน คาบัค กับ เบน เดวิส  เพื่อแก้ไขสถานการณ์ให้ทุเลาลง แต่ดูเหมือนเมฆร้ายตรงนี้ก็ยังไม่ได้เคลื่อนที่ผ่านไป ยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ยังคงต้องหาทางแก้ไขให้เร็วที่สุดต่อไป

ซึ่งแน่นอนสิ่งที่กล่าวมามันคือภาพกว้าง และปัญหาที่แฟนบอลทุกคนรู้ รวมไปถึงเหล่าทีมสต๊าฟฟ์เองก็รู้เช่นกันว่าจะต้องจัดการแก้ แต่ทว่ามันก็ยังมีอีกหนึ่งปมสำคัญที่ค่อยๆ เผยโฉมมากขึ้นมาเรื่อยๆ นั้นก็คือการจบสกอร์ และการควานหากองหน้าตัวเป้าที่แท้จริงเข้าสู่ทีม

สอดสายตามองไปที่ขุมกำลังของ “หงส์แดง” ณ ปัจจุบันพวกเขามีกองหน้าตัวเป้าเพียงคนเดียวเท่านั้นคือ ดิว็อค โอริกี้ แต่ทว่าอย่างที่เราเห็นสภาพกันว่าหัวหอกชาวเบลเยี่ยมไม่ใช่กองหน้าในลักษณะที่อาศัยพึ่งพาได้ตลอดรอดฝั่ง บางเกมเล่นดี ก็ดีใจหาย บางเกมแย่ก็แย่จนไม่อาจสรรหาคำมาด่าได้ ซึ่งส่วนใหญ่เหตุการณ์ในรูปแบบหลังมักเกิดขึ้นบ่อยครั้งมากกว่า

ด้วยรูปแบบการเล่นของ ลิเวอร์พูล ในระบบ 3 กองหน้าที่มี ซาดิโอ มาเน่ กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คอยขนาบข้าง และตามผังจะใช้ โรแบร์โต้ ฟีร์มีโน่ ในรูปแบบกองหน้าตัวหลอก หรือที่เรารู้จักกันในนาม “ฟอลส์ไนน์” ที่ไม่ใช่กองหน้าอาชีพ แต่จะถอยต่ำลงมาเชื่อมเกม อารมณ์คล้ายๆ กับเพลย์เมคเกอร์ 

ถ้าเรามองที่ตัวเลขการทำประตูของแข้งชาวบราซิลมันไม่ได้มากมายเป็นกอบเป็นกำอะไร แต่เขาเองก็ไม่ได้ถูกวิจารณ์มากนัก เพราะด้วยระบบการเล่น และการมีปีกริมเส้น 2 ฝั่งรับหน้าที่ยิงประตูเป็นส่วนใหญ่ทำให้แฟนบอลมองข้ามจุดนี้ไป

จริงอยู่ที่สถิติการง้างเท้ายิงของ ฟีร์มีโน่ ในฤดูกาลนี้จะติดท็อปเทนของลีกที่จำนวน 61 ครั้ง แต่ในตัวเลขดังกล่าวเขาพลาดโอกาสทองไปมากหลายครั้ง รวมไปถึงการจบสกอร์ที่ยังไม่เฉียบขาดมากพอ ทำให้กลายเป็นคนที่ใช้โอกาสเปลืองไปโดยปริยาย

แต่ทว่าด้วยปัญหา และผลการแข่งขันของทีมในตอนนี้ทำให้หลายคนเริ่มหันมามองปัญหาจุดนี้กันมากขึ้นจำนวน 6 ประตู จาก 35 นัดในทุกรายการ ถือว่าน้อยนิดไปหน่อย ฉะนั้นไม่แปลกถ้าในอนาคตอันใกล้ ลิเวอร์พูล จะหากองหน้าขนานแท้มายืนแทนที่ของ ฟีร์มีโน่

เพราะก่อนหน้าที่เขาจะย้ายมาร่วมทีมเมื่อช่วงปี 2015 ทีมก็มีสมบัติที่น่าอิจฉามากพอควรในบทบาทนี้ เริ่มตั้งแต่ เฟร์นานโด ตอร์เรส ที่ซัดกระจายจนเกือบพาทีมสู่ฝั่งฝันคว้าแชมป์ลีกในตอนนั้น ก่อนถูกต่อ

ยอดด้วย หลุยส์ ซัวเรซ ที่เข้ามาต่อเนื่องการถล่มประตูได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ทว่าหลังจากที่หัวหอกชาวอุรุกวัยย้ายออกไปพวกเขาก็ไม่มีกองหน้าสไตล์โป้งเดียวจอดอีกเลย

ริคกี้ แลมเบิร์ต, ดาเนียล สเตอร์ริจด์, ฟาบิโอ บอรินี่, มาริโอ บาโลเตลลี่, แดนนี่ อิงส์ หรือ คริสติยอง เบนเตเก้ คือกองหน้าสไตล์เบอร์ 9 ที่ทัพ “หงส์แดง” ดึงตัวเข้ามาเสริมทีม ซึ่งแน่นอนรายนามในจำนวนนั้นไม่มีใครเลยที่ได้ชื่อว่าประสบความสำเร็จในถิ่นแอนฟิลด์ ก่อนที่ ฟีร์มีโน่ จะเข้ามาลงเล่นในระบบ “ฟอลส์ไนน์”

โอเคแหละครับว่าความสารพัดประโยชน์ที่ คล็อปป์ เคยได้กล่าวชื่นชม ฟีร์มีโน่ เอาไว้นั้นก็เข้าใจ แต่พอสถานการณ์ของทีมมันบีบแบบนี้ ถ้าในสนามคุณมีเพชฌฆาตล่าประตูอย่าง เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ หรือ แฮร์รี่ เคน ได้สนาม มันคงจะยอดเยี่ยมกว่าเป็น 2 เท่า

ฉะนั้นแล้วปัญหานี้มันควรถูกนำมาปรับปรุงแก้ไขได้แล้ว เพราะอย่างน้อยยามที่ทีมต้องการประตู และมีกองหน้าที่ไว้ใจได้ในสนาม และสามารถแปรเปลี่ยนจังหวะสำคัญๆ ให้เป็นประตู มันสามารถพลิกโฉมผลการแข่งขันได้เลย จากแพ้อาจกลายเป็นมีแต้ม หรือผลเสมอ แปรเปลี่ยนเป็น 3 คะแนน

สุดท้ายปัญหานี้จะได้รับการแก้ไขหรือไม่ เจอร์เก้น คล็อปป์ ยังคงจะใช้แบบแผนเดิม หรือหากองหน้าตัวความหวังคนใหม่เข้าสู่ทีม เชื่อว่าคำถามนี้อีกไม่นานน่าจะได้คำตอบที่ชัดเจน

– เปา ขอบสนาม –

RELATED NEWS