ได้เวลา “ฉลามชล” กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

ได้เวลา “ฉลามชล” กลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

หลังจากผ่านฤดูกาลที่น่าผิดหวังกับการจบด้วยอันดับ 12 ในศึกไทยลีก 2020 และรองแชมป์เอฟเอ คัพ ของชลบุรี เอฟซี ทำให้ซีซั่นใหม่ 2021 ที่กำลังจะมาถึง ฉลามชล ตั้งเป้าที่จะกลับมาทวงความยิ่งใหญ่อีกครั้ง

อันดับ 12 ในตารางคะแนนไทยลีก 2020 คืออันดับที่ต่ำที่สุดของชลบุรี เอฟซี ตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นมาเล่นไทยลีก ถ้าว่ากันตามตรงถือว่าเป็นฤดูกาลที่น่าผิดหวังสุดๆ เพราะต้องมาดิ้นรนหนีตกชั้นช่วงท้ายฤดูกาล

แต่ยังดีที่สามารถผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศฟุตบอลช้างเอฟเอ คัพ ได้ ทำให้หักล้างความน่าผิดหวังในลีกได้ แต่ก็เสียดายที่สุดท้ายได้แค่รองแชมป์เท่านั้น

แต่ที่กล่าวมานั้นมันคือผลงานในฤดูกาล 2020 ซึ่งมันจบไปแล้ว ก็ถือว่าจบกันไป จากนี้ถือว่าเริ่มนับหนึ่งกันใหม่สำหรับชลบุรี เอฟซี กับการมามุ่งมั่นพาทีมกลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็นอีกครั้ง

หลังจบฤดูกาลที่ผ่านมา ฉลามชล ถือเป็นทีมที่เดินเครื่องเสริมทัพเร็วที่สุด ซึ่งตอนนี้พวกเขาสามารถปิดดีลโควต้าต่างชาติในทีมได้ครบหมดแล้ว และแข้งนอกฉลามชลเวอร์ชั่น 2021 บอกเลยว่าไม่ธรรมดา

ในฤดูกาลที่แล้ว นักเตะต่างชาติของชลบุรี เรียกว่าต้องแก้ไขปัญหาเฉพาะเอาตัวรอดไปก่อนในช่วงโควิด ทำให่ช่วงท้ายฤดูกาลตัวต่างชาติเหมือนเป็นการเอามาเพื่อแก้ขัดเท่านั้น

แต่สำหรับการเตรียมทีมเพื่อซีซั่นใหม่นี้ พวกเขาเร่งปิดดีลกับเป้าหมายที่ต้องการอย่างรวดเร็ว เริ่มด้วยการไปคว้าตัว เดนนิส มูริลโร่ รองดาวซัลโวไทยลีกจากสวาทแคทมาเสริมแดนหน้า

ต่อด้วยการคว้าตัว จิดี้ คานยุค จอมทัพชาวอิสราเอลมาจากโคราชด้วยอีกคน ปิดท้ายที่ ยู บยอง ซู ดาวยิงแดนกิมจิจากอยุธยา ยูไนเต็ด ที่โค้ชเตี้ย อยากได้ตัวตั้งแต่เลกสองที่ผ่านมาแล้ว แต่จบดีลกันไม่ลงตัว ทำให้มาล่าตัวอีกครั้งในฤดูกาลใหม่นี้

ขณะเดียวกันพวกเขาก็จัดการต่อสัญญากับ เรนาโต้ เคลิช ปราการหลังชาวโครเอเชียออกไปอีก 1 ฤดูกาล เช่นเดียวกับ จูเนียร์ เอลด์สตอล กองหลังทีมชาติมาเลเซีย ที่ทำผลงานได้น่าพอใจ ก็ได้ไปต่อกับทีมเช่นกัน

เมื่อดูจากรายชื่อนักเตะต่างชาติที่ชลบุรี มีอยู่ตอนนี้ บอกเลยว่าไม่เป็นรองทีมไหนในไทยลีกเลย ทุกคนคือนักเตะที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วเมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา และถ้าคิดเป็นเกรดละก็นี่คือแข้งต่างชาติเกรดเอของไทยลีกเลยทีเดียว

นี่คือสิ่งที่แฟนบอลฉลามชลอยากเห็นมาหลายฤดูกาล ที่จะมีนักเตะต่างชาติดีๆ อยู่ในทีม เพราะที่ผ่านมาก็จะใช้บริการพวกของดีราคาถูก หรือเคยดังแต่ตกรุ่นไปแล้ว

แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ แต่ละคนนี่คือกำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยม ไล่ตั้งแต่กองหลัง เคลิช ทุกคนรู้ดีอยู่แล้วว่านี่คือกองหลังต่างชาติเบอร์ต้นๆ ในไทยลีก ซึ่งถ้าไม่ใช่ กาม่า เป็นโค้ชบุรีรัมย์ แข้งรายนี้ก็น่าจะอยู่คุมแผงหลังปราสาทสายฟ้าต่อไป

เอลด์สตอล ในโควต้าอาเซียน เราก็เห็นแล้วว่าเป็นกองหลังที่แข็งแกร่ง และฝีเท้าถือว่าใช้ได้ ซึ่งการจะมีแข้งอาเซียนในทีม มันก็ต้องได้ตัวอย่างนี้มาถูกต้องแล้ว

ตัวรุกมี จิดี้ คานยุค นี่ก็ถือเป็นแข้งชั้นนำของอิสราเอล ซึ่งก็เช่นกัน ถ้าไม่ใช่ กาม่า เขาก้น่าจะได้อยู่กับบุรีรัมย์ต่อไป บอกเลยว่า คานยุค รี่แหละที่จะเข้ามาสร้างความแตกต่างให้ทีมฉลามชลในฤดูกาลหน้า

กองหน้ามาแบบแพ็คคู่ คนแรก เดนนิส มูริลโล่ คงไม่ต้องบอกสรรพคุณอะไรมากกับตำแหน่งรองดาวซัลโวที่ซัดไป 21 ประตู ฤดูกาลที่ผ่านมา แถมยังมีคู่หูอย่างคานยุค มาปั้นเกม รับประกันมีอย่างน้อย 15-20 ประตูแน่นอน

ปิดท้ายที่โควต้าเอเชียอย่าง ยู บยอง ซู ดาวยิงเกาหลีใต้ ที่ซัดไป 21 ประตูในไทยลีก 2 กับอยุธยา ยูไนเต็ด นี่ก็เป็นอีกหนึ่งจิ๊กซอว์ที่ฉลามอิมพอร์ตเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาปืนฝืด

และจากการที่ปิดดีลโควต้าต่างชาติได้หมดแล้ว เมื่อมาดูขุมกำลังชาวไทยที่เหลือ พวกเขาแทบจะไม่ต้องเสริมใครเข้ามาเลย เพราะตอนนี้บรรดาแข้งดาวรุ่งที่ปลุกปั้นกันมา 2-3 ฤดูกาลก่อน ตอนนี้สุกงอมพร้อมใช้งานหมดแล้ว

นักเตะอย่าง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, กฤษดา กาแมน, สหรัฐ สนธิสวัสดิ์, ฉัตรมงคล เรืองฐณโรจน์, ภานุพงศ์ พลซา, ชาญณรงค์ พรมศรีแก้ว ไหนจะมีตัวเก๋าอย่าง นพนนท์ คชพลายุกต์, ชนินทร์ แซ่เอียะ, เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ คือพร้อมทุกขุมกำลัง

และมีกุนซืออย่าง “โค้ชเตี้ย” อยู่ในทีมด้วยแล้ว รับประกันว่าจะสร้างเชฟที่ลงตัวให้กับทีมฉลามชลได้อย่างแน่นอน และบอกเลยว่าถ้าหาทีมที่ลงตัวได้เมื่อไหร่ ชลบุรี จะเป็นทีมที่น่ากลัวทีมนึงในซีซั่น 2021 อีกหนึ่งทีม

และด้วยเป้าหมายในการกลับมาอยู่หัวตารางของไทยลีก รวมทั้งแชมป์บอลถ้วยที่ต้องการ บอกเลยปีหน้ามีลุ้น ซึ่งตอนนี้ถ้าไปถามแฟนบอลชลบุรี ทุกคนพูดเหมือนกันว่า

“เปิดฤดูกาลพรุ่งนี้เลยได้ไหม???”

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม เพิ่มเพื่อน

RELATED NEWS