ใครคือ เจสซี่ มาร์สช์ ? กุนซือใหม่ป้ายแดงของ ไลป์ซิก !

เจสซี่ มาร์สช์

มีการคอนเฟิร์มออกมาเรียบร้อยเพียงไม่กี่วันหลังจาก จูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์ จะย้ายไปรับจ็อบคุม บาเยิร์น มิวนิค ในซีซั่นหน้า ล่าสุด ไลป์ซิก ก็ได้กุนซือคนใหม่ในทันทีซึ่งคนๆ นั้นมีชื่อว่า เจสซี่ มาร์สช์

ส่วน เจสซี่ มาร์สช์ คนนี้เขาเป็นใครมาจากไหน และมีโปรไฟล์อย่างไรบ้าง ? วันนี้ทางเรา “ขอบสนาม” จะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับผู้ชายคนนี้กันครับ

ประวัติพอสังเขป

RB Leipzig announce Jesse Marsch as their new head coach!

ชื่อ – เจสซี่ อลัน มาร์สช์

เกิด – 8 พฤศจิกายน ปี 1973

อายุ – 47 ปี

บ้านเกิด – ราซีน, วิสคอนซิน ประเทศสหรัฐอเมริกา

สมัยเป็นนักเตะ

Jesse Marsch interview: Red Bull Salzburg want to win the whole thing |  Football News | Sky Sports

ชื่อของ เจสซี่ มาร์สช์ อาจไม่ได้เป็นที่รู้จักเท่าไหร่ในหมู่แฟนบอล เพราะเส้นทางส่วนใหญ่ก็คือการค้าแข้งอยู่ในบ้านเกิดประเทศสหรัฐอเมริกา เขาเริ่มต้นเส้นทางนี้จากการเป็นนักกีฬาของมหาวิทยาลัย พรินเซตัน เล่นได้ทั้งตำแหน่งกองกลางและกองหน้า ก่อนที่ปี 1996 เจสซี่ มาร์สช์ จะโดนดราฟท์ตัวให้เข้าไปเป็นหนึ่งในขุนพลของสโมสร ดีซี ยูไนเต็ด แต่จะไปสร้างชื่อจริงๆ ก็ตอนช่วงปี 1998-2005 โน่นเลยกับ ชิคาโก้ ไฟร์ ก่อนจะปิดท้ายอาชีพกับสโมสร ชิวาส ยูเอสเอ ในช่วงปี 2006-09

เส้นทางโค้ช

หลังยุติเส้นทางอาชีพค้าแข้งในปี 2009 ความใฝ่ฝันของ เจสซี่ มาร์สช์ ก็คือการเดินทางต่อในเส้นทางการเป็นโค้ช เขาเริ่มศึกษาเคล็ดและวิชาต่างๆ นับตั้งแต่นั้นก่อนจะได้ไปลองงานอยู่พักหนึ่งที่ มหาวิทยาลัย พรินเซตัน ซึ่งเขาเคยเป็นนักเตะของที่นั่นมาก่อนเมื่อสมัยยังเด็ก พอถึงปี 2010 เจ้านายเก่าอย่าง บ็อบ แบรดลี่ย์ ที่เคยร่วมงานกันสมัยอยู่ ดีซี ยูไนเต็ด และ ชิคาโก้ ไฟร์ ก็ได้ดึง เจสซี่ มาร์สช์ มาช่วยงานที่ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา ชุดใหญ่ในบทบาทผู้ช่วยมือขวา

พอถึงช่วงเดือนสิงหาคมปี 2011 หลัง บ็อบ แบรดลี่ย์  แยกทางกับ สหรัฐอเมริกา ทาง เจสซี่ มาร์สช์ ก็แยกตัวออกมาด้วย พร้อมกับตัดสินใจเข้าไปรับงานคุมทีมแบบเต็มตัวครั้งแรกในชีวิตกับสโมสร มอนเทรอัล อิมแพ็ค โดยในฤดูกาลนั้นเขาพาทีมจบอันดับ 12 มี 42 คะแนน มีเกมให้ลงแข่งทั้งหมด 36 นัด ชนะ 12 เสมอ 7 และแพ้ไปถึง 17 นัด ถึงบอร์ดบริหารจะพอใจกับผลงานของ เจสซี่ มาร์สช์ แต่ด้วยแนวทางและปรัชญาที่ไม่ตรงกันนั่นก็เลยทำให้เขาต้องไปจากทีมในปี 2012 

ปี 2015 หลังหายหน้าหายตาไป 3 ปี เจสซี่ มาร์สช์ ก็กลายเป็นเฮดโค้ชคนใหม่ให้กับสโมสรอย่าง นิวยอร์ค เร้ดบูลส์ แทนที่ ไมค์ เพ็ตเก้ และในฤดูกาลแรกของเขาก็ถือเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซเลย เขาพาทีมคว้ารางวัล เอ็มแอลเอส ซัพพอร์ทเตอร์ ชิลด์ นี่คือรางวัลที่เอาไว้มอบให้กับสโมสรใน เมเจอร์ลีก ซ็อคเกอร์ ที่มีสถิติที่ดีที่สุดในช่วงซีซั่นปกติ ซึ่งปีนั้น นิวยอร์ค เร้ดบูลส์ ของ เจสซี่ มาร์สช์ เก็บชัยได้ 18 นัด และมี 60 คะแนน นับเป็นสถิติที่ดีที่สุดของสโมสร และนั่นก็ทำให้ เจสซี่ มาร์สช์ ได้รับรางวัล กุนซือยอดเยี่ยมแห่งปีของ เมเจอร์ ลีก และได้ขยายสัญญาใหม่กับทางต้นสังกัดด้วย 

เบ็ดเสร็จตลอดระยะเวลากว่า 3 ปีครึ่งในรั้ว เร้ดบูลส์ อารีน่า เจสซี่ มาร์สช์ คุมทีมไปทั้งหมด 151 นัด ชนะ 75 เสมอ 32 และ แพ้ 44 นัด ยิงได้ 256 ประตู เสีย 175 ประตู ลูกได้เสียรวมเท่ากับ +81 ประตู มีเปอร์เซนต์การพาทีมชนะอยู่ที่ 49.67 เปอร์เซนต์

ผลงานกับ เร้ดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก

RB Leipzig names Jesse Marsch as Nagelsmann's successor | Daily Sabah

ปัจจุบัน เจสซี่ มาร์ชส์ คือกุนซือใหญ่ของสโมสร เร้ดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก อีกหนึ่งสโมสรที่อยู่ในเครือของบริษัท เร้ดบูลส์ เขายังคงทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมนับตั้งแต่ได้รับการแต่งตั้งเมื่อเดือน มิถุนายน ปี 2019 พาทีมคว้าดับเบิ้ลแชมป์ได้เมื่อปีก่อน และในปีนี้หรือซีซั่น 2020-21 เร้ดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก ของ เจสซี่ มาร์สช์ ก็มีสิทธิ์ที่จะเถลิงบัลลังก์แชมป์ บุนเดสลีกา ออสเตรีย อีกหนึ่งสมัย เพราะตอนนี้พวกเขาคือทีมจ่าฝูงในโซน แชมเปี้ยนชิพ ราวน์ เช่นเดียวกับเกม ออสเตรีย คัพ ตอนนี้ ซัลซ์บวร์ก ก็ตีตั๋วไปถึงรอบชิงชนะเลิศแล้วโดยจะดวลกับ แอลเอเอสเค ลินซ์ ในวันที่เสาร์ที่ 2 พฤษภาคมนี้

ส่วนในเวทียุโรปถึงแม้ เร้ดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก จะต้องจอดป้ายแค่รอบแบ่งกลุ่มเท่านั้นตลอดช่วง 2 ปีในยุคของ เจสซี่ มาร์สช์ แต่สิ่งที่เขาควรได้รับเครดิตและได้รับคำชมก็คือ การยกระดับทีมขึ้นมาเยอะแยะมากมาย แน่นอนว่า เร้ดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก ตอนนี้คือ นัมเบอร์ วัน ของ ออสเตรีย ในชนิดที่ว่าไร้เทียมทานสุดๆ แต่ในเวทียุโรปเขาทำทีมสู้รบกับพวกทีมใหญ่ๆ ได้ดี และสร้างปัญหาให้คู่แข่งมากๆ ไม่ว่าจะเป็นการเจอกับ ลิเวอร์พูล, นาโปลี หรือแม้กระทั่ง แอตเลติโก มาดริด เองก็ด้วยเหมือนกัน

เคยอยู่ ไลป์ซิก มาก่อน

Bundesliga: Red Bull Salzburg′s Jesse Marsch becomes new RB Leipzig coach |  Sports| German football and major international sports news | DW |  29.04.2021

ตอนนี้มีการประกาศยืนยันออกมาเรียบร้อยแล้วว่า เจสซี่ มาร์สช์ คนนี้จะเข้าไปรับงานเป็นกุนซือใหม่ที่ ไลป์ซิก ในฤดูกาลหน้าแทนที่ จูเลี่ยน นาเกลส์มันน์ แต่คุณรู้ไหมว่าจริงๆ แล้ว เจสซี่ มาร์สช์ ก็เคยใช้ชีวิตและทำงานกับ ไลป์ซิก มาก่อนเหมือนกัน โดยในฤดูกาล 2018-19 เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้ช่วยมือขวาของ ราล์ฟ รังนิค และก็มีส่วนในการพาทีมไปผจญภัยในทัวร์นาเมนต์ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก, จบอันดับ 3 ในตาราง บุนเดสลีกา ทั้งที่เพิ่งขึ้นชั้นมาไม่นาน ตลอดจนการพาทีมเข้าถึงรอบชิงฯ ฟุตบอล เดเอฟเบ โพคาล แต่น่าเสียดายที่สุดท้ายต้องเสียท่าให้ บาเยิร์น มิวนิค ไป ถึงจะเซ็นสัญญากับทีมไว้ 2 ปี แต่ เจสซี่ มาร์สช์ เลือกอยู่กับทีมแค่ปีเดียว เพราะเขาตัดสินใจย้ายไปคุม เร้ดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก แทนที่ มาร์โก โร้ส ในช่วงซัมเมอร์ปี 2019

ความฝัน

Report: Jesse Marsch to be named new RB Leipzig boss

“แน่นอนว่าผมเข้าใจสโมสรแห่งนี้เป็นอย่างดี ถ้าคุณถามผมว่าอะไรคือสิ่งที่เหมาะสมที่สุด แน่นอนว่า อาร์บี ไลป์ซิก คือความคิดที่ดีที่สุด แต่ จูเลี่ยน นาเกิลส์มันน์ กำลังทำผลงานได้อย่างดีเยี่ยม และไม่มีเหตุผลอะไรที่ ไลป์ซิก ต้องมองหาโค้ชใหม่ แต่ถ้าผมมีโอกาสที่จะเป็นโค้ชที่ ไลป์ซิก มันก็เป็นทางเลือกที่ดีสำหรับผม”

นี่คือสิ่งที่ เจสซี่ มาร์สช์ เคยให้สัมภาษณ์เอาไว้เมื่อไม่นานมานี้ และ ณ ตอนนี้ความฝันของเขาเป็นจริงแล้ว

สไตล์การทำทีม

ตลอดเส้นทางสายกุนซือถ้าจะถามถึงเรื่องระบบแผนการทำทีม สำหรับตัวของตัว เจสซี่ มาร์สช์ ไม่ได้มีแผนและแท็คติกที่ตายตัว ไม่ว่าจะเป็น 4-3-3, 4-2-3-1 หรือ 4-4-2 เขาเคยใช้มาหมดแล้ว

“ผมไม่ได้มีระบบแผนที่ตายตัว ผมจะใช้แนวทางที่แตกต่างกัน อยู่ที่ว่าเราต้องเจอกับทีมแบบไหน สิ่งสำคัญเลยก็คือการใช้ผู้เล่นให้เกิดประโยชน์กับแผนๆ นั้นมากที่สุด นั่นคือสิ่งที่สำคัญที่สุดในการสร้างความยืดหยุ่นทางกลยุทธ์”

เจสซี่ มาร์สช์ เคยเป็นผู้เล่นในตำแหน่งกองกลางและบทบาทตัวรุมาก่อนดังนั้นเขามักให้ความสำคัญกับเรื่องการครองบอลและประสิทธิภาพการเล่นเกมรุกเข้าโจมตีศัตรู แต่การได้ร่วมงานกับ ราล์ฟ รังนิค ทำให้เขาเริ่มให้ความสำคัญกับการเน้นเกมรับมากขึ้น เพราะบางทีการเล่นเกมรับที่รัดกุมก็จัดว่าเป็นเกมรุกที่ดีเช่นกัน

ถ้าเกิดดูจากการเล่นของ เร้ดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก ระบบที่ใช้บ่อยที่สุดก็คือ 4-4-2 นี่คือระแบบแผนที่สามารถปรับเปลี่ยนหรือเคลื่อนเป็น 4-5-1, 4-4-1-1 หรือบางทีก็เป็น 4-3-3 ได้เหมือนกัน ขึ้นอยู่กับจังหวะและสถานการณ์ของเกม ณ ตอนนั้นว่าเป็นอย่างไร การเล่นฟุตบอลสไตล์เพรสซิ่งเพื่อกดดันและทำลายเกมคู่แข่ง และช่วงชิงโอกาสเพื่อสวนกลับจังหวะที่ศัตรูตั้งตัวไม่ทันเป็นสิ่งที่นิยมกันมากในยุคนี้ 

สิ่งสำคัญเลยก็คือการเลือกใช้นักเตะและเรื่องของพละกำลัง ซึ่งนี่สิ่งที่ เร้ดบูลส์ ซัลซ์บวร์ก ของ เจสซี่ มาร์สช์ ทำได้อย่างดีเยี่ยม พวกเขาพิสูจน์ตัวเองมาระดับหนึ่งแล้วว่าประสิทธิภาพของพวกเขาอันตรายแค่ไหน ไม่ใช่แค่กับคู่แข่งในประเทศอย่างเดียว แต่ทีมระดับบิ๊กๆ ยุโรปก็โดนเล่นงานจนหอบกินเลยเหมือนกัน

HaMu Dos Santos

 

RELATED NEWS