ทีมชาติไทย “งานเข้า”!! เพราะโควิด แล้วจะแก้ยังไง??

ทีมชาติไทย “งานเข้า”!! เพราะโควิด แล้วจะแก้ยังไง??

และแล้วโควิด ก็กลายเป็นตัวปัญหาที่มาเล่นงานทีมชาติไทย จนได้ ซึ่งทั้งทัพช้างศึก และทีมชบาแก้ว กำลังจะมีโปรแกรมสำคัญในช่วงเดือนหน้านี้ แล้วปัญหานี้มันจะแก้ยังไง??

เมื่อวานนี้ (8 พ.ค.64) เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นในแคมป์ “ช้างศึก” และแคมป์ “ชบาแก้ว” เมื่อมีการตรวจพบนักกีฬาและเจ้าหน้านี้ของทั้งทีมชายและทีมหญิงติดเชื้อโควิด 19 ทำให้กระทบต่อแผนการเตรียมทีม และอาจจะส่งผลต่อศึกใหญ่ที่ทั้งคู่มีโปรแกรมจะลงแข่งขันด้วยในเดือนมิถุนายนนี้

หลายท่านคงได้ทราบตามหน้าสื่อต่างๆ ว่ามีนักฟุตบอลชาย, นักฟุตบอลหญิง และทีมติดโควิด รวมกันทั้งสิ้น 8 คนด้วยกัน โดยแบ่งเป็นทางฝั่งทีมชาย 6 คน เป็นนักเตะ 2 และเจ้าหน้าที่ทีมอีก 4 ส่วนทีมหญิงมีติด 2 คน เป็นนักีฬา 1 และเจ้าหน้าที่อีก 1

ซึ่งทั้งทีมฟุตบอลชาย และทีมฟุตบอลหญิง ตอนนี้อยู่ระหว่างการเก็บตัวฝึกซ้อมสำหรับทัวรืนาเม้นท์สำคัญทั้งคู่ ฝั่งทีมชายกำลังเตรียมทีมเพื่อลุยศึกฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก 3 เกมสุดท้าย ที่ประเทศยูเออี ในช่วงต้นเดือนมิถุนายนนี้

ขณะทีมทัพชบาแก้วก็กำลังเตรียมพร้อมสำหรับฟุตบอลหญิงชิงแชมป์เอเชีย รอบคัดเลือก ที่ประเทศไทยช่วงกลางเดือนกันยายน

แน่นอนว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันจะส่งผลกระทบต่อการเตรียมทีมชาติไทยของทั้งทีมชายและทีมหญิงอย่างแน่นอน

เรามาว่าในส่วนของทีมชาติเป็นหลักก็แล้วกันนะครับ เพราะจะเตะกันในช่วงเดือนหน้านี้แล้ว ซึ่งทัพช้างศึกเพิ่งจะเข้ามาเก็บตัวฝึกซ้อมกันได้ 4-5 วันที่ผ่านมา ก่อนจะพบว่ามีการติดเชื้อเกิดขึ้น

ซึ่งตอนนี้เป็นการฝึกซ้อมของนักเตะ 23 คนแรกที่ถูกเรียกเข้ามาก่อน ส่วนที่เหลืออีกชุดนึงจะเข้ามาสบทบภายหลัง ซึ่งจริงๆ ทั้งหมด 40 กว่าคนก็จะต้องมาซ้อมร่วมกันในวันที่ 9 พ.ค.นี้ นี่แหละ แต่แผนดังกล่าวก็ต้องล้มเลิกไปตามระเบียบ

จริงๆ แล้วก่อนจะเดินทางมาเข้าแคมป์ฝึกซ้อมนักเตะทีมชาติไทยรวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกคนจะต้องมีการตรวจเชื้อ และฉีดวัคซีนเข็มแรกกันก่อนทั้งหมด เพราะทุกคนมีแผนที่จะต้องเดินทางไปที่ประเทศยูเออี

ก็ไม่มีใครคาดคิดว่านักฟุตบอลที่มีความแข็งแรงอยู่แล้ว มีการตรวจหาเชื้อก่อน แถมยังได้ฉีดวัคซีนด้วย จะมีการติดเชื้อเกิดขึ้น ซึ่งก็มีการสันนิษฐานออกมาเป็น 2 ทฤษฏีว่า คนที่มีการติดเชื้อนั้น ติดมาก่อนเข้าแคมป์ หรือ มาติดหลังฉีดวัคซีนเข็มแรกไปแล้วกันแน่?? ซึ่งตรงนี้ไม่มีใครตอบได้

เพราะทางสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ก็ไม่ได้มีการเปิดเผยรายชื่อ หรือไทม์ไลน์ของนักเตะและเจ้าหน้าที่ออกมาให้สาธารณชนได้รับทราบ ซึ่งอาจจะเป็นเพราะว่ามั่นใจว่าทั้งหมดติดมาจากในแคมป์ที่ฝึกซ้อมอยู่ด้วยกัน คำถามคือแล้วมันติดเข้าไปได้อย่างไรในเมื่อมีการตรวจเชื้ออย่างละเอียด แล้วอีกอย่างสมาคมฯ ก็มีการเตรียมการที่ดีอยู่แล้ว

แต่ถึงตอนนี้ก็คงไม่มีประโยชน์ว่าจะไปหาคำตอบว่าเชื้อนั้นติดมาได้อย่างไร ปัญหาก็คือเมื่อมันมีคนในแคมป์ติดเชื้อขึ้นมา เท่ากับว่าทั้งหมดในทีมอยุ่ในกลุ่มเสี่ยงทั้งหมด ซึ่งการฝึกซ้อมก็ต้องยกเลิกไป เพราะต้องเข้าสู่มาตรการการกักตัว 14 วัน

โดยมาตรการเบื้องต้นตอนนี้ของทางสมาคมฯ ก็คือทุกคนแยกกันกักตัวอยู่แล้ว และจะมีการตรวจหาเชื้อทุกๆ 3 วันเพื่อความชัวร์ และถ้าพูดถึงความเป็นไปได้ มีโอกาสสูงที่จะมีคนติดเชื้อเพิ่ม เพราะการฝึกซ้อมที่ผ่านมานักเตะก็อยู่ใกช้ชิดกัน

โชคยังดีที่ตอนนี้ทีมชุดสองอีก 20 กว่าคน ยังไม่ได้มาเข้าแคมป์ฝึกซ้อม และโชคชั้นที่สองก็คือมาเจอเชื้อกันที่นักเตะชุดสองจะเข้าแคมป์ ไม่เช่นนั้นถ้ามาเจอที่หลัง ที่งานงอกยิ่งกล่าเดิมหลายเท่า

สำหรับนักเตะชุดสองก่อนหน้านี้ก็มีการตรวจเชื้อและฉีดวัคซีนกันไปแล้วเช่นกัน ซึ่งก็มารอลุ้นกันว่าจะมีใครติดเชื้อเพิ่มอีกหรือไม่

อีกปัญหาใหญ่ตอนนี้ก็คือเรื่องแผนการฝึกซ้อมและการเดินทางไปยูเออี ที่อาจจะต้องมีการรื้อใหม่ทั้งหมด เพราะตอนนี้ที่แน่ๆ คือซ้อมกันต่อที่ไทยไม่ได้แล้ว ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้เราจะได้ซ้อมกันที่ไทยกว่า 2-3 สัปดาห์เต็มๆ ก่อนเดินทางไปยูเออี

กำหนดการเดิมคือจะออกเดินทางกันในวันที่ 21 พ.ค.นี้ และจะไปเก็บตัวที่ยูเออีต่อ มีโปรแกรมอุ่นเครื่อง 2 นัด ก่อนจะลงเตะเกมแรกวันที่ 3 มิ.ย.64 กับ อินโดนิเซีย

แต่ปัญหาคือนักเตะชุดแรกที่กักตัวอยู่ตอนนี้กว่าจะครบ 14 วัน ก็คือวันที่ 21 พอดี กรณีที่ไม่มีใครติดเชื้อเพิ่ม ถ้ามีอีกก็ต้องรักษาและกักตัวเพิ่มไปอีก เผลอๆ คนที่ติดอาจจะต้องถูกตัดชื่อออกไป

ดังนั้นเมื่อครบวันกักตัวมันก็จะกระทบกับวันเดินทางแน่นอน เพราะไม่มีทางที่จะเดินทางในวันที่ 21 เหมือนเดิมได้ ก็คงจะต้องเปลี่ยนวันเวลาเดินทางกันไป

ส่วนนักเตะชุดที่สอง ซึ่งไม่ได้ลงซ้อมกันเลย ก็คงจะต้องใช้การตัดตัวโดยเซนส์ว่าจะเอาใครไปมั่ง เพราะเอาไปทั้งหมดไม่ได้ นักเตะที่เรียกว่าทั้งสองชุดมี 40 กว่าคน ซึ่ง นิชิโนะ ก็จะเอาไปแค่ 23-25 คนเท่านั้น ซึ่งก็คงต้องตัดตัวทัพย์กันไป เพราะซ้อมไม่ได้แล้ว

ถึงตอนนี้ยังไม่มีความคืบหน้าหรือความเคลื่อนไหวอะไรเพิ่มออกมาสำหรับแผนการเตรียมทีมชาติไทย ซึ่งแน่นอนว่าทั้ง อากิระ นิชิโนะ และสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ก็คงจะกำลังปวดหัวกับเรื่องที่เกิดขึ้น และกำลังหาทางออกกันอย่างเต็มที่

เอาเป็นว่าขอเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาและทีมงานทุกคนที่ทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเต็มที่ ใครที่ติดเชื้อก็ขอให้หายไวๆ และหวังว่าทีมชาติไทยจะผ่านเรื่องนี้ไปได้ และไปว่ากันใหม่เมื่อถึงวันแข่ง

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม เพิ่มเพื่อน

RELATED NEWS