background-defaultbackground-default
logo-pwa

เพิ่ม Khobsanam

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

และแล้ว บียาร์เรอัล ก็สร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์เมเจอร์รายการแรกมาประดับสโมสรได้สำเร็จ หลังจากเผด็จศึกจัดการเอาชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปได้ในการดวลจุดโทษตัดสิน 11-10 หลังจากเสมอกันมาในเวลา 1-1 ประตู ซึ่งถือว่าเป็นเกมที่ดราม่าและมีหลายอารมณ์เหลือเกิน จะเป็นไงนั้นไปดูกัน

  เริ่มต้นที่การจัดทีมกันก่อนเลย ไม่มีปาฏิหารย์อะไรใดๆ ทั้งสิ้น แฮร์รี่ แม็คไกวร์ แนวรับกัปตันทีม แมนฯ ยูไนเต็ด หายเจ็บไม่ัทัน ไม่ฟิตพอลงเล่นเป็น 11 ตัวจริง ทำให้ต้องใช้ เอริค ไบยี่ ยืนคู่กับ วิคตอร์ ลินเดเลิฟ ขนาบข้างด้วย อารอน วาน-บิสซาก้า กับ ลุค ชอว์ กองกลางวาง สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ เป็นตัวยืนพื้นแต่ที่เซอร์ไพร้ส์คือคู่หูปกติต้องเป็น เฟร็ด แต่เกมนี้เลือกใช้ ปอล ป็อกบา มาจับคู่ด้วย แล้วแนวรุก บรูโน่ แฟร์นันเดส เป็นเพลย์เมกเกอร์ มาร์คัส แรชฟอร์ด กับ เมสัน กรีนวู้ด ยืนซ้าย-ขวา หน้าเป้าเป็น เอดินสัน คาวานี่ เรียกได้ว่าจัดมาเต็บสูบเหมือนกัน ตัดสลับกลับมาดูที่ บียาร์เรอัล พวกเขาในฐานะอันดับ 7 ของลีก ก็ต้องการคว้าแชมป์นี้ให้ได้เพื่อคว้าโควต้าไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก แบบอัตโนมัตโดยไม่ต้องจบท้อปโฟร์ อูไน เอเมรี่ กุนซือของทีมซึ่งเป็นเจ้าพ่อบอลถ้วยนี้ก็จัดหนักจัดเต็ม เปา ตอร์เรส แนวรับที่มีข่าวกับ แมนฯ ยู อยู่ก็ลงเล่นเป็นตัวจริง บวกกับตัวเก๋าอย่าง ราอูล อาบิโอล กองกลางก็มี ดานี ปาเรโฆ่ กับ เอเตียน กาปู แนวรุกก็ฝากความหวังไว้ที่ เคร์ราร์ด โมเรโน่ กับ คาร์ลอส บัคก้า เริ่มเกมมาด้วยความที่เป็นนัดชิงชนะเลิศ ทั้ง 2 ฝ่ายยังแบ่งรับแบ่งสู้ไม่ได้มีฝ่ายไหนโดดเด่นกว่ากันในช่วงต้น แต่นาทีที่ 7 ผีแดง ก็ได้ทักทายก่อน จากจังหวะที่ มาร์คัส แรชฟอร์ด กระชากไปทางซ้ายแล้วจ่ายตัดกลับมาให้ สก็อตต์ แม็คโทมิเนย์ วิ่งเข้ามายิงด้วยขวา บอลพุ่งเรียดหลุดเสาออกไป  จากนั้นอีก 10 นาที เรือดำน้ำสีเหลือง ก็ได้ลุ้นบ้าง มานู ตริเกรอส ได้จังหวะโฉบเข้ามาแปบอลด้วยขวา ทว่ายิงไม่ค่อยถนัดบอลเลยลอยโด่งออกหลังไป ต่อมานาทีที่ 20 แมนฯ ยู ได้ลุ้นอีกครั้ง ลุค ชอว์ กึ่งยิงกึ่งผ่านมาหน้าประตู แต่เพื่อนเข้าชาร์จไม่ทันบอลเลยหลุดกรอบออกไป จนกระทั่งนาทีที่ 29 บียาร์เรอัล ที่ครองบอลบุกได้น้อยกว่า ก็มาพลิกได้ประตูขึ้นนำจากจังหวะที่ ผีแดง ไปเสียฟรีคิกแบบไม่น่าเสียต่อบอลพลาดกันเองจนโดนดักได้ คาวานี่ ไม่มีทางเลือกต้องดักฟาล์วแล้วเสียฟรีคิก ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่ ผีแดง พลาดเสียประตูจากลูกเซ็ตพีท ดานี่ ปาเรโฆ่ เปิดบอลโค้งเข้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะเป็น เคร์ราร์ด โมเรโน่ ที่สังหารเข้าไปไม่เหลือ เรือดำน้ำสีเหลือง ขึ้นนำก่อน 1-0 หลังโดนขึ้นนำ แมนฯ ยู ก็เริ่มบุกหนักขึ้น แต่ บียาร์เรอัล ของ อูไน เอเมรี่ ก็มีดีที่การเน้นเกมรับ ทำให้ ผีแดง ตันเจาะไม่เข้าสุดท้ายจบครึ่งแรกแยกย้ายกันไปที่ 1-0 เข้าสู่ครึ่งหลังทั้ง 2 ฝ่ายยังไม่มีการเปลี่ยนตัวกัน เกมครึ่งหลังตึงๆ ประมาณ 10 นาทีได้ ก็มามีจังหวะที่ แม็คโทมิเนย์ ซัดแฉลบออกหลังเป็นเตะมุม และแล้วก็จากจังหวะเตะมุมนี้แหละทำให้ ผีแดง ตามตีเสมอสำเร็จ บอลเปิดมาหลุดออกมานอกกรอบเขตโทษ มาร์คัส แรชฟอร์ด ยิงมั่วๆ สวนไปบอลขลุกขลิกหลุดไปเข้าทางนายพราน เอดินสัน คาวานี่ ตวัดยิงเข้าไป เช็ค VAR แล้วไม่ล้ำหน้า ผีแดง ตีเสมอได้สำเร็จเป็น 1-1 ซึ่งตอนนั้นเชื่อว่า แฟนผี ต่างก็รู้ดีว่าโอกาสมาแล้ว ผีลุกจากหลุมพร้อมหลอนเรือดำน้ำ ซึ่งหลังจากตีเสมอได้มันก็เหมือนจะเป็นแบบที่แฟนผีคาดคิด เพราะ ลูกทีมของน้าโอเล่ อาศัยจังหวะที่ผู้เล่น บียาร์เรอัล กำลังใจไม่ดีที่โดนตีเสมอ ทำเกมรุกบุกเข้าใส่อย่างหนัก และมันก็มีโอกาสจะปิดสกอร์พลิกแซงขึ้นนำได้แบบไม่น่าพลาด จากจังหวะที่ บรูโน่ แฟร์นันเดส ได้หลุดขึ้นไปทางฝั่งซ้ายก่อนจะเปิดย้ายเข้ากลางให้ มาร์คัส แรชฟอร์ด หน้าปากประตูดวลเดี่ยวกับผู้รักษาประตูแต่ดันยิงพลาดไปแบบไม่น่าเชื่อ  และหลังจากจังหวะนั้นแหละก็ทำให้ผู้เล่น ผีแดง ที่กำลังฮึกเฮิมกลับสู่สภาวะเซื่องซึม เริ่มเล่นดึงเกมรอต่อเวลา บียาร์เรอัล ก็บอกมาสิ กูก็พร้อมต่อเวลาอยู่แล้ว สุดท้ายมีเสียวกันแค่เล็กน้อยไม่ได้อะไรจบ 90 นาที เจ๊ากันไป 1-1 ต้องต่อเวลาอีก 30 นาที หาเรื่องให้นอนดึกซะอย่างงั้น แล้วไอ้ 30 นาทีที่ต่อเวลาเนี่ย ถ้าจะให้สรุปเร็วๆ เลยคือไม่ีมีเชี่ยอะไรให้ลุ้นเลย ต่างฝ่ายต่างกลัวเพลี่ยงพล้ำ รอจะยิงจุดโทษกันอย่างเดียว ถ้ามีอะไรจะพูดถึงคงต้องเรื่องของการเปลี่ยนตัวที่แฟนผีหลายท่านน่าจะขัดใจ ทำไม มาร์คัส แรชฟอร์ด อยู่ครบ 120 นาที ทำไม เด เคอา ที่รู้ทั้งรู้ว่าเซฟจุดโทษห่วงแตกถึงได้มาเซฟในตอนดวลเป้า ซึ่งเราก็ไม่ได้อยากจะเก่งกว่าโค้ช แต่แฟนผีสงสัยกันแน่ๆ อีกอย่าง เสี่ยงทายเหรียญตอนดวลจุดโทษ บรูโน่ ก็เสี่ยงชนะแต่ดันเลือกยิงทีหลัง ซึ่งจริงๆ ตามปกติแล้วควรยิงก่อนเพื่อกดดัน สุดท้ายอะไรก็ไม่รู้ แต่ที่รู้คือ 10 คนยิงกันแม่นมายไม่มีใครพลาด แล้วก็ไม่มีใครเซฟได้ด้วย จนกระทั่งเข้าสู่คนที่ 11 ผู้ัรักษาประตูต้องมาดวลกันเอง เคโรนิโม่ รูยี่ นายด่าน บียาร์เรอัล ซัดผ่านมือ เด เคอา เข้าไปได้สบายๆ แต่พอ เด เคอา มายิงบ้าง วิ่งเปิดหน้าเท้ามาจากบ้านให้รู้เลยว่ากูจะยิงทางนี้นะ แล้ว รูยี่ ก็พุ่งไปเซฟได้สบายใจส่งให้ เรือดำน้ำสีเหลือง เป็นแชมป์ ซะอย่างงั้น  อย่างไรก็ตามเชื่อว่าแฟนผีคงไม่โทษที่ เด เคอา ยิงจุดโทษพลาดหรอก เพราะขนาด คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยังเคยพลาดนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก เลย นับประสาอะไรกับผู้รักษาประตู อันนี้เข้าใจได้ แต่ก็เข้าใจว่าแฟนผีคงคิดเสียดายว่าไม่น่าจะต้องยื้อมาถึงจุดโทษ เสียดายที่ทำไมไม่เอา ดีน เฮนเดอร์สัน ลงมาเซฟแทน แต่สุดท้ายบอลมันจบแล้ว ผู้ชนะมีเพียงทีมเดียว ซึ่งพวกเขาก็สู้ได้ดี ทำได้ดี และคู่ควรกับการเป็นแชมป์ สิ่งที่ทำได้ของแฟนผีตอนนี้คือต้องให้ โซลชา พัฒนาทีมต่อไป ยินดีด้วยกับ บียาร์เรอัล จากใจเด็กผี ที่เขียนหลังเกมนัดนี้  

ชิน ชินพัฒน์

logoline