อนาคต ฮาเมส กับ เอฟเวอร์ตัน จากสำคัญ สู่นั่งสำรอง

ฮาเมส โรดริเกซ เพลย์เมกเกอร์ชาวโคลอมเบีย ที่เคยสร้างปรากฏการณ์ ทำผลงานอันลือลั่น บนเวที ฟุตบอลโลก 2014 เรียกว่าชื่อเสียงของเขาโด่งดังไปทั่วทุกสารทิศ จนได้ย้ายมาอยู่กับ เรอัล มาดริด ยุคสมัย คาร์โล อันเชล็อตติ ด้วยค่าตัวสูงถึง 63 ล้านปอนด์ แต่กระนั้นวันนี้เขากำลังเป็นนักเตะที่ถูกเมินอีกครั้ง

ชีวิตของ ฮาเมส กับ ราชันชุดขาว ดั่งสุภาษิต “เมื่อแรกรัก น้ำต้มผักก็ว่าหวาน” เพราะเข้ามาเป็นตัวหลัก เล่นร่วมกับพวก โทนี่ โครส, ลูก้า โมดริช, คาริม เบนเซม่า, แกเร็ธ เบล และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ โดยทำผลงานยิงไป 13 ประตู กับอีก 13 แอสซิสต์ บนเวที ลา ลีกา สเปน เมื่อปี 2014 นับเป็นผลงานอันยอดเยี่ยม พร้อมมีแชมป์ ยูฟ่า ซูเปอร์ คัพ และ สโมสรโลก มาครอง

แต่เมื่อเวลาผ่านไปสถานะของ ฮาเมส ก็เริ่มถดถอยลงไปเรื่อยๆ ยิ่งวันที่ คาร์โล อันเชล็อตติ แยกทางกับ มาดริด เขาแทบไม่ได้มีความสำคัญในทีมอีกแล้ว ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่ ซีเนอดีน ซีดาน เข้ามาคุมทีมพอดิบพอดี

พอหมดความสำคัญ ฮาเมส ก็ได้ลงสนามน้อยลง แต่กระนั้นเขาโชคดี ที่ได้ย้ายไปอยู่กับ บาเยิร์น มิวนิค ด้วยสัญญายืมตัว 2 ซีซั่น เมื่อปี 2017 ตามรอย อันเช่ คุณพ่อในวงการลูกหนัง ที่ตอนนั้นยังกุมบังเหียน เสือใต้ และ ระเบิดลูกแรกก็เกิดขึ้น เพราะแค่เวลาไม่นาน อันเชล็อตติ ก็ต้องแยกทางกับทีมในปีนั้น ปล่อยให้ ฮาเมส ต้องมาอยู่ที่นี่เพียงลำพัง

ยังดีที่ ฮาเมส ได้ลงสนามกับ บาเยิร์น ค่อนข้างเยอะ ไม่ได้ถูกจับดอง หรือ ปล่อยคืนก่อนกำหนด เพียงแค่หมดสัญญายืมตัว ก็ต้องระหกระเหินกลับไปอยู่กับ เรอัล มาดริด อีกครั้ง ซึ่งสถานะของเขาก็ไม่เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นนักเตะนอกสายตา ซีเนอดีน ซีดาน เหมือนเดิม แต่แล้วชีวิตของเขาก็พลิกผันอีกครั้ง เมื่อได้ไปเล่นในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

– เซอร์ไพรส์ ย้ายมา เอฟเวอร์ตัน

สมัยที่ ฮาเมส พีคๆ ต้องบอกเลยว่า เขาตกเป็นข่าวกับทีมยักษ์ใหญ่มากมาย ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แต่หลังจากไม่ค่อยได้ลงสนาม กลายเป็นส่วนเกินของ เรอัล มาดริด ชื่อเสียงของเขาก็เงียบหายไป และ ไม่มีวี่แววเลยว่าจะได้ย้ายมาอยู่ในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ อีกเลย

แต่แล้วเซอร์ไพรส์ก็เกิดขึ้น โดยดอกแรก เป็นทาง เอฟเวอร์ตัน ยอมทุ่มทุนดึง คาร์โล อันเชล็อตติ เข้ามาเป็นกุนซือใหญ่ ส่วนเซอร์ไพรส์ดอกสองก็คือ อันเช่ ได้นำศิษย์รักอย่าง ฮาเมส ติดสอยห้อยท้ายมาด้วย นับว่าเป็นการร่วมกันงานครั้งที่ 3 เข้าไปแล้ว ว่ากันตามตรง ถ้า อันเชล็อตติ ไม่มา ฮาเมส ไม่มีทางมาอยู่กับ ทอฟฟี่สีน้ำเงิน อย่างแน่นอน

การมาของ ฮาเมส เขาได้สร้างปรากฏการณ์อีกครั้ง เหมือนชีวิตค้าแข้งได้เกิดขึ้นมาใหม่ เขาทำผลงานทั้งยิง และ จ่ายให้เพื่อนๆ ดั่งนิยามคำว่า “ตัวเดียวเสียวทั้งลีก” โดยเคยพา ทอฟฟี่สีน้ำเงิน นำเป็นจ่าฝูง ในช่วงแรกๆของซีซั่น 2020-21 เลยด้วยซ้ำ โดยแค่เวลา 1 เดือนกับ เอฟเวอร์ตัน ยิงไป 3 ประตู กับอีก 3 แอสซิสต์ นับเป็นผลงานระดับมาสเตอร์พีซจริงๆ

– อาการบาดเจ็บพลัดพรากฟอร์มเก่ง

ตอนที่ เอฟเวอร์ตัน ขึ้นมานำเป็นจ่าฝูง หลายๆคนก็ตั้งข้อสงสัยว่า ทีมของ อันเชล็อตติ จะยืนระยะได้นานแค่ไหน จริงอยู่ที่ ฮาเมส โชว์ฟอร์มขึ้นเทพ แต่ก็ไม่ได้การันตีว่าเขาจะลงสนามช่วยทีมไปตลอดทั้งซีซั่น เพราะ ฮาเมส มีสถิติอาการบาดเจ็บให้เห็นอยู่ตลอดเวลา

และ สิ่งที่หลายคนคาดคิดเอาไว้ก็เกิดขึ้นจริงครับ ฮาเมส เริ่มมีปัญหาเดี้ยงออดๆแอดๆรบกวนอยู่เสมอ ด้วยความเข้มข้น บวกกับความหนักของ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ทำให้ดาวเตะรายนี้ ลงสนามไปเพียงแค่ 23 นัด จาก 38 เกม

ช่วงเดือนธันวาคม ที่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ลงเตะแบบถี่ยิบ มีโปรแกรม บ็อกซิ่ง เดย์ ยาวไปถึง ปีใหม่ เขากลับได้ลงเล่นเพียงแค่ 2-3 นัด เท่านั้น จากฟอร์มที่เคยยิงประตูสำคัญ แอสซิสต์ให้เพื่อนสวยๆ แทบจะไม่ได้เห็นอีกแล้ว ไม่ใช่ไปถามคนที่เล่นเกม “จัดทีมกับ จีจี ไลฟ์” จะทราบดีว่า ฮาเมส ไม่ค่อยทำแต้มอีกแล้ว ลำพังแค่ให้มีชื่อลงสนามยังต้องลุ้น

จากอาการบาดเจ็บที่เกิดขึ้น นอกจากจะพลัดพรากฟอร์มอันเก่งกาจของ ฮาเมส ไปแล้วนั้น ยังส่งผลร้ายแรงถึงขั้นที่เจ้าตัว หลุดออกจากทีมชาติโคลอมเบีย ลุยศึก โคปา อเมริกา 2021 เพราะสภาพร่างกายไม่ผ่านความฟิต แถมยังมีกระแสว่าไม่ค่อยกินเส้นกับเพื่อนร่วมชาติอีกด้วย ทำให้ เรนัลโด้ รูเอดาส กุนซือ โคเคน ตัดไฟตั้งแต่ต้นลม หั่นชื่อ ฮาเมส ทิ้งไป และ หลังจากนั้นชื่อของเขาก็แทบไม่ปรากฏบนหน้าสื่อกีฬา

จนกระทั่งเกิดระเบิดลูกใหญ่ในชีวิตค้าแข้งของเขาอีกครั้ง ..

– พ่อออกไป ไม่มีใครดูแล

คาร์โล อันเชล็อตติ ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นโค้ชคู่บุญของ ฮาเมส โรดริเกซ มิเช่นนั้นก็คงไม่เซ็นสัญญาคว้าตัวมาอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน อย่างไรก็ตาม การมาของ “คาร์เล็ตโต้” เหมือนเป็นการฆ่าเวลา รอกลับไปกุมบังเหียนทีมยักษ์ใหญ่อีกครั้ง เพราะโปรไฟล์ระดับคว้าแชมป์ยุโรป ใครๆก็อยากได้ไปบัญชาทัพ และ สุดท้ายก็เลือกกลับไปคุมทีม เรอัล มาดริด หลังจาก ซีเนอดีน ซีดาน ลาออกจากตำแหน่ง

จากการไปของ อันเช่ เหมือนทิ้งให้ ฮาเมส ลอยเคว้งคว้างกลางมหาสมุทร เขาเปรียบสถานการณ์ตัวเอง เหมือนกับ เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน ที่ย้ายไป บาร์เซโลน่า เพื่อเล่นร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี่ แต่ เมสซี่ ไม่สามารถต่อสัญญากับทีม ต้องจำใจต้องย้ายไปค้าแข้งให้กับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง

ต่อมาก็มีข่าวว่า ราฟาเอล เบนิเตซ ได้แจ้งให้กับ ฮาเมส โรดริเกซ ได้ทราบว่า เขาไม่ได้อยู่ในแผนการทำทีม ซึ่งเรื่องนั้นอาจส่งผลให้นักเตะรายนี้ ไม่ได้สนใจใยดี เอฟเวอร์ตัน อีกเลย โดยเจ้าตัวไม่มีชื่อในเกมเปิดซีซั่น เอาชนะ เซาธ์แฮมป์ตัน 3-1 ถึงแม้จะมีข่าวว่าสาเหตุที่ไม่ได้ลงสนาม เพราะต้องกักตัว เนื่องจากไปใกล้ชิดผู้ติดเชื้อ โควิด-19

เมื่อจะโดนตัดชื่อ ฮาเมส ก็เหมือนจะทิ้งทุ่นทันที เพราะเจ้าตัวใช้ช่วงเวลานี้ สตรีมเกมพูดคุยกับแฟนๆ พร้อมกับเปิดอกว่า “ไม่รู้ด้วยซ้ำว่า วีคนี้ เอฟเวอร์ตัน มีคิวพบกับทีมใด และ จะไม่ได้ลงสนามอย่างแน่นอน” ต้องมีแฟนๆมาคอมเมนท์ให้ว่า ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ออกไปเยือน ลีดส์ ยูไนเต็ด

บางทีการพูดแบบนี้ออกมา มันทำให้รับรู้ถึงความเป็นมืออาชีพของเจ้าตัวเหมือนกัน 

ไม่รู้ว่าการกลับมาซ้อมกับ เอฟเวอร์ตัน วันจันทร์นี้ สถานะของ ฮาเมส โรดริเกซ จะเป็นเช่นไร จะได้ย้ายออกไป หรือ จำต้องอยู่ต่อ ? จริงอยู่ที่ฝีเท้าของเขานั้นยอดเยี่ยม แต่ด้วยสภาพที่โรยราตามกาลเวลา และ เรื่องค่าเหนื่อยที่แพงเอาเรื่อง อาจถูกลอยแพก็ได้ 

ขึ้นอยู่กับว่าจะมีสโมสรใดพร้อมอาสาไปชุบเลี้ยงต่อ แต่ถ้า ฮาเมส จำต้องอยู่กับ เอฟเวอร์ตัน เขาจะมีโอกาสได้ลงสนามตามบัญชาของ ราฟาเอล เบนิเตซ หรือไม่ จะแสดงความเป็นมืออาชีพหรือเปล่า หากต้องกลับไปนั่งสำรองจนก้นด้าน เหมือนสมัยที่เคยค้าแข้งในถิ่นซานติอาโก้ เบร์นาเบว

ฮาย ฮาวดี้

RELATED NEWS