ประเด็นหลังเกม หงส์แดง เจาะไม่เข้า ได้แค่เจ๊า เชลซี 10 คน

เกมระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ เชลซี จบลงไปแล้วด้วยสกอร์ 1-1 แต่เชื่อว่าหลายคนยังคงอารมณ์ค้าง เพราะนอกจากความเข้าข้นของเรื่องแท็คติค ที่ทั้ง 2 ทีม นำมาใช้สู่กัน ยังมีประเด็นถกเถียงกันว่อนโซเชี่ยล เน็ตเวิร์ค ถึงประเด็นที่ เชลซี เหลือ 10 คน หลังจาก รีซ เจมส์ โดนไล่ออก

แต่ทว่าสุดท้ายแล้ว หงส์แดง ก็เจาะไม่เข้า เอาเป็นว่าแมตช์นี้มันมีประเด็นอะไรที่ต้องพูดถึง และ น่าสนใจเกิดขึ้นบ้าง ไปติดตามรับชมกันดีกว่าครับ

– ใบแดงจุดเปลี่ยนของเกม

ต้องบอกว่าครึ่งแรก เต็มเปี่ยมไปด้วยคุณภาพล้วนๆ เป็น 2 ทีม ที่สู้กันด้วยแท็คติคอย่างแท้จริง โดย ลิเวอร์พูล ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็มาในสไตล์ครองบอลบุกเข้าใส่ เพื่อหาช่องเจาะเข้าทำ ซึ่งเน้นการขึ้นเกมทางริมเส้น

ขณะที่ โธมัส ทูเคิ่ล วางหมากมาให้ เชลซี เล่นแบบรัดกุมเหนียวแน่น ใช้จังหวะดักตัดบอล และ สวนกลับชนิดได้น้ำได้เนื้อใส่ ลิเวอร์พูล เรียกว่าเกมตึงเครียดสุดๆ แต่ดูด้วยสายตา ไม่มีความเบื่อหน่ายอยู่เลย เชือดเฉือนกันนาทีต่อนาที ซึ่ง หงส์แดง ก็มีโอกาสยิง แต่กลายเป็น สิงห์บลูส์ ที่ขึ้นนำไปก่อน โดยอาศัยจากลูกเตะมุม และ เป็น ไค ฮาร์แวร์ตซ์ โหม่งเข้าไป จากนั้นเกมก็เข้มข้นขึ้นมาทันที

อย่างไรก็ตาม ต้องบอกว่าเกมนี้ ใบแดงคือจุดเปลี่ยนจริงๆ เพราะ รีซ เจมส์ ไปทำแฮนด์บอลขณะบอลกำลังข้ามเส้น โดนไล่ออก พร้อมเสียจุดโทษ ทำให้ ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอ 1-1 สำเร็จ จากการสังหารของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ก่อนหมดครึ่งแรก แต่ที่ว่าจุดเปลี่ยนไม่ใช่เรื่องของผลสกอร์นะครับ แต่มันเป็นอรรถรสความเข้มข้นระหว่างเกมที่มันหายไป

ด้วยความที่ เชลซี เหลือ 10 คน มันบีบให้พวกเขาต้องเหนียวแน่นหนึบไว้ก่อน ไม่ขอเปิดเกมแลก ยอมให้ ลิเวอร์พูล เป็นฝ่ายบุกเข้าทำ เพื่อยันสกอร์เสมอให้ได้ จึงส่งผลไปถึงรูปเกม ที่กลายเป็น หงส์แดง ครองบอลฝ่ายเดียว ส่วน สิงห์บลูส์ เล่นแบบเจียมตัวขอ 1 แต้มกลับบ้าน เมื่อรูปเกมเป็นแบบนั้น คนก็ย้อนไปพูดถึงจังหวะใบแดงปัญหา แฟนบอลส่วนใหญ่กลับไปโฟกัสตรงจุดนั้น จนลืมการต่อสู้ทางแท็คติคระหว่างเกมของคู่นี้ไปเลย

– ประเด็นแฮนด์บอล สมควรเป็นจุดโทษ ใบแดง ?

ถ้าเอาประเด็นที่ว่า รีซ เจมส์ สมควรถูกจับเป็นแฮนด์บอล และ ถึงขั้นต้องโดนไล่ออก หรือเปล่า ไปออกรายการ “โหนกระแส” โดยเอาเป็นแฟนบอล ลิเวอร์พูล กับ อีกฝั่งเป็นกองเชียร์ เชลซี ไปเถียงกัน เชื่อเถอะว่าทั้งวันก็ไม่จบไม่สิ้นหรอกครับ เพราะต่างฝ่ายต่างก็อยากให้ผลประโยชน์เข้าสู่ทีมตัวเองอยู่แล้ว

แต่กระนั้นถ้าดูจากภาพช้า จะเห็นเลยว่า รีแอคชั่นของ รีซ เจมส์ มีการเหวี่ยงแขน เพื่อประคองบอลไม่ให้ข้ามเส้นจริงๆ โดยพอ แอนโธนี่ เทย์เลอร์ ผู้ตัดสินชี้ขาด เดินออกไปดูจอ VAR ข้างสนาม ก็ควักใบแดงไล่ออกทันที ไม่มีลังเล

ดังนั้นหากว่ากันตามกฎระเบียบของ ฟีฟ่า ข้อ 12 ระบุไว้ชัดเจนว่า “หากมีผู้เล่นทำแฮนด์บอลในกรอบเขตโทษตัวเอง เพื่อปกป้องการเสียประตูแบบจงใจ ซึ่งอาจนำไปสู่การเสียประตู ผู้เล่นคนนั้นจะต้องถูกไล่ออกสถานเดียว” 

จึงไม่มีทางเลือกที่  แอนโธนี่ เทย์เลอร์ จะไล่ รีซ เจมส์ ออกจากสนาม ถึงแม้มันจะดูรุนแรงไปในสายตาสาวก สิงห์บลูส์ ก็ตาม แต่กฎก็คือกฎ นักเตะไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้

– ลิเวอร์พูล ควรซื้อตัวรุก ก่อนปิดตลาดนักเตะ ?

ท่ามกลางที่สโมสรอื่นอย่าง เชลซี, แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และ ล่าสุด แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่คว้าตัวผู้เล่นเสริมทัพกันอย่างสนุกสนาน เพื่อเดินหน้าล่าแชมป์มาครอง แต่ฝั่ง ลิเวอร์พูล กลับเงียบเป็นป่าช้า ได้มาแค่ อิบราฮิม่า โกนาเต้ กองหลังจาก ไลป์ซิก ก็ไม่มีอะไรเคลื่อนไหว

ซึ่งจากเกมที่ หงส์แดง ทำได้เพียงเสมอกับ เชลซี 1-1 ทั้งๆที่คู่แข่งเหลือ 10 คน แบบเต็มๆ 45 นาที มันแสดงให้เห็นว่าลูกทีมของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ไม่มีไอเดียการเจาะเข้าทำได้เลย เมื่อเกมริมเส้นโยนไม่แม่น ก็ต้องลุ้นจากการยิงไกลเท่านั้น พอเจาะไม่เข้า แน่นอนว่า มันต้องมองมาที่ตัวสำรองคอยพลิกเกม

แมตช์นี้ ซาดิโอ มาเน่, โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ 3 แนวรุกตัวจริง ไม่สามารถสร้างความอันตรายได้เลย ทำเอา คล็อปป์ ต้องเปลี่ยน ฟีร์มิโน่ ออกตั้งแต่ 40 นาทีแรก และ เปลี่ยนเอา ดิโอโก โชต้า ลงมา ทว่าครึ่งหลัง มาเน่ แทบไม่มีประโยชน์อะไรกับเกมรุก แต่ดันได้อยู่ครบ 90 นาที

มองไปที่แผงตัวสำรองตัวรุกของ ลิเวอร์พูล มีทั้ง ทาคุมิ มินามิโนะ กับ อเล็กซ์ อ็อกซ์เลด-แชมเบอร์เลน แต่เหมือนว่า คล็อปป์ ยังไม่ไว้ใจ้ปลี่ยนลงสนาม โดยไปเปลี่ยนเอา ติอาโก้ อัลคันตาร่า ลงมาแทน จอร์แดน เฮนเดอร์สัน และ ช่วงท้ายเปลี่ยน คอสตาส ซิมากาส ลงมาแทน แอนดรูสว์ โรเบิร์ตสัน เรียกว่าเอาแบ็กซ้ายมาแทนแบ็กซ้าย ทั้งๆที่ทีมต้องการประตู

จากการเปลี่ยนตัวแบบนั้น ทำให้ฉุกคิดว่าได้ ลิเวอร์พูล ควรจะต้องเสริมตัวรุกมาเป็นการด่วนแล้วล่ะครับ เหมือนที่นำ โชต้า เข้ามาเมื่อปีก่อน เพื่อต่อสู้แย่งแชมป์กับทีมยักษ์ใหญ่ๆอื่น เพราะแมตช์เจอกับ เชลซี ถ้าไม่เชื่อใจตัวรุกในม้านั่งสำรอง ก็ไม่มีตัวพลิกเกมอีกแล้ว ปล่อย เซอร์ดาน ชากิรี่ กับ จอร์จินิโอ ไวจ์นัลดุม ออกไป โดยที่ไม่ได้ใครเข้ามา ดังนั้นฤดูกาลยังมีอีกยาวไกล การจะไปพึ่ง มาเน่ ที่ฟอร์มลุ่มๆดอนๆ จะมีปัญหาตามมาแน่นอน

– การดวลกันระหว่าง ฟาน ไดค์ กับ ลูกากู

อารมณ์เหมือนจัดมวยรุ่น เฮฟวี่เวท มาปะทะกันในสนามฟุตบอล เพราะ เชลซี มีกองหน้าที่ค่าตัวแพงที่สุดในทีมอย่าง โรเมลู ลูกากู จะต้องมาเผชิญหน้ากับ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังค่าตัวสถิติสโมสร ลิเวอร์พูล เรียกว่า 2 คนนี้ เป็นประเด็นที่แฟนบอลจับตามองกันอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม จากที่ได้เห็นกันในช่วงครึ่งแรก ฟาน ไดค์ ไม่ได้เข้าปะทะกับ ลูกากู โดยตรง เนื่องจาก โจเอล มาติป มีหน้าที่เป็นตัวชนกับ พี่ตู้ มากกว่า ส่วน ฟาน ไดค์ เป็นสายคัฟเวอร์ หากผ่านด่านแรกมาได้ ก็จะเป็นเขาที่เข้าไปเก็บตก

ถึงแม้ ฟาน ไดค์ กับ ลูกากู ไม่ได้ปะทะกันโดยตรง แต่ก็มีช็อตที่ทั้งคู่ต้องเผชิญหน้ากัน ก็เป็นเหลี่ยมใครเหลี่ยมมันมากกว่า ซึ่ง ฟาน ไดค์ ก็ไม่ได้ปล่อยให้ ลูกากู ทำอะไรง่ายดายอยู่แล้ว จะมีเพียงช็อตที่ ลูกากู เบียดเอาชนะ มาติป จนเกือบทำให้ทีมได้ประตูที่ 2

ส่วนครึ่งหลัง ลูกากู ไม่ได้มีบทบาทสักเท่าไหร่ นอกจากลูกสวนกลับ ที่ได้ล้มตัววอลเล่ย์ไปติด มาติป เนื่องจาก เชลซี เป็นฝ่ายตั้งรับในแดนหน้าตัวเอง ทำให้ไม่สามารถเก็บบอล หรือ พาบอลไปข้างหน้าได้เลย

– เชลซี เกมรับแน่นสุดๆ 

ไม่ใช่เรื่องแปลกใจอะไรเลยครับว่า ทำไม 2 เกมที่ผ่านมาก่อนเจอกับ ลิเวอร์พูล ทาง เชลซี ถึงยังไม่เสียประตู โดยเกมที่ถล่ม คริสตัล พาเลซ 3-0 และ บุกตบ อาร์เซน่อล 2-0 ขุนพล สิงห์บลูส์ ปล่อยให้คู่ได้ง้างเท้ายิงเพียงแค่ 10 ครั้ง รวมกันเท่านั้น นับเป็นสถิติเกมรับที่เหนียวแน่นสุดๆ

พอมาเจอกับ ลิเวอร์พูล ถึงแม้พวกเขาจะเหลือแค่ 10 คน  และ ปล่อยให้ ลิเวอร์พูล ได้เข้าทำมากกว่า 15 ครั้ง แต่ก็เป็นเกมรับที่ช่วยกัน จน หงส์แดง ทำอะไรไม่ถนัด ต่อให้คนน้อยกว่าถึง 45 นาทีเต็ม แต่ก็ไม่ได้หวั่นใจอะไร โดย มาร์กอส อลอนโซ่ ตามประกบใส่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นเงาตามตัว จนหนีไม่ออก อีกทั้งใช้ความเก๋ารับมือกับ ฮาร์วี่ย์ เอลเลียตต์ เด็กหนุ่ม หงส์แดง ได้ยอดเยี่ยม

อันโตนิโอ รูดิเกอร์ โชว์ความแข็งแกร่งให้เห็น เอาอยู่หมด โดยเฉพาะลูกกลางอากาศเก็บกินเรียบ ไหนจะมี เซร์ซาร์ อัซปลิกวยต้า ที่ใช้ความเก๋า ก่อกวนสมาธิ ยืนเกะกะขวางแนวรุก ลิเวอร์พูล อยู่ตลอด ยิ่งเปลี่ยน ติอาโก้ ซิลวา ลงมาช่วยเกมรับอีกคน กลายเป็นว่าทำให้แนวรุก หงส์แดง บื้อทื่อ ไปไม่เป็นเลยทีเดียว

แต่ไม่ใช่แค่บรรดากองหลังนะครับที่เล่นดี เพราะมิดฟิลด์อย่าง จอร์จินโญ่ ที่เพิ่งคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของ ยูฟ่า ก็สู้กับ ลิเวอร์พูล ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย เขามีเล่ห์เหลี่ยมในการบังบอล ในการเรียกฟาวล์ นับว่าช่วยผ่อนหนักให้เป็นเบาจริงๆ ไหนจะ เอดูอาร์ เมนดี้ ที่โชว์เซฟหลายครั้ง ในครึ่งหลัง

เรียกว่า เชลซี มีคุณภาพสมบัติครบถ้วน ทั้งเกมรุกที่วูบวาบ เมื่อมี โรเมลู ลูกากู เข้ามา และ เกมรับทีเหนียวแน่น บอกเลยว่าซีซั่นนี้ เชลซี จะได้ลุ้นแชมป์แบบตัวเต็วสู้กับพวกยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ

ฮาย ฮาวดี้

RELATED NEWS