เปิดเหตุผล ! ทำไม โม ซาลาห์ ถึงคู่กับค่าเหนื่อยระดับมหาศาล

โมฮาเหม็ด ซาลาห์

มีข่าวลือหนาหูมากว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ต้องการค่าเหนื่อยที่แพงมากมายมหาศาลถึง 500,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์เพื่อแลกกับการสะบัดหมึกบนสัญญาฉบับใหม่ของ ลิเวอร์พูล

ไม่รู้ว่าเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องจริงรึเปล่า ? เพราะยังไม่มีการยืนยันออกมาอย่างเป็นทางการ แต่ถ้าจะถามถึงความเหมาะสมวันนี้สิ่งที่ “ขอบสนาม” อยากนำเสนอก็คือ เหตุผลที่ว่าทำไม โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ถึงคู่ควรกับการได้ค่าเหนื่อย 500,000 ปอนด์ต่อวีก

Agent sends warning message to Liverpool as Mo Salah scored in PL opener

ค่าเหนื่อยตอนนี้

ปัจจุบันในรายละเอียดบนสัญญาของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ พี่แกมีระยะเวลาค้าแข้งกับ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ถึงปี 2023 และได้ค่าเหนื่อย 237,000 ยูโรต่อสัปดาห์ตั้งแต่เซ็นสัญญาย้ายมาค้าแข้งที่รั้ว แอนฟิลด์ เมื่อปี 2017 แน่นอนว่าตลอดช่วงที่ผ่านมาก็มีข่าวลือเรื่องอนาคตเกิดขึ้นทุกวัน รวมไปถึงการได้รับความสนใจจากเหล่าบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ ตลอดจนเรื่องการเจรจาถึงสัญญาฉบับใหม่

ว่ากันว่าที่ตอนนี้การเจรจาสัญญาฉบับใหม่ยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ ออกมาก็เป็นเพราะตัวของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ต้องการค่าเหนื่อยในระดับสูงที่ 592,000 ยูโรต่อสัปดาห์ซึ่งนั่นจะทำให้เขากลายเป็นผู้เล่นที่รับค่าจ้างแพงที่สุดบนหน้าประวัติศาสตร์ ลิเวอร์พูล เช่นเดียวกับในระดับประวัติศาสตร์ของ พรีเมียร์ลีก

เทียบชั้น เมสซี่-โรนัลโด้

ปฏิเสธไม่ได้จริงๆ ว่า ลิโอเนล เมสซี่ กับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ คือนักฟุตบอลที่เก่งที่สุดในยุคนี้ และก็แทบไม่มีใครสามารถก้าวขึ้นมาเทียบชั้นได้ อย่างไรก็ตาม ณ วินาทีนี้ผู้คนทั้งโลกต่างก็ให้การยอมรับและยกในความ เวิลด์ คลาส ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ว่า อยู่ในระดับเดียวกันกับมนุษย์ต่างดาว 2 ตัวนี้

สิ่งที่จับต้องได้มากที่สุดก็คงเป็นสถิติการระเบิดสกอร์ที่ถล่มทลาย มีการเก็บสถิติมาเทียบเคียงกันนับตั้งแต่ออกช่วงสตาร์ทฤดูกาล 2020-21 ถึง ปัจจุบันนับรวมทุกรายการ โดยตัวของ โม ซาลาห์ ลงเล่นไป 60 เกม (คิดเป็น 4,953 นาที) ยิงได้  40 ประตู จากโอกาสยิงทั้งหมด (รวมติดบล็อค) 195 ครั้ง ยิงตรงกรอบ (รวมติดบล็อค) 94 ครั้ง มีค่าความเป็นยำ – 20.5 %

ส่วน ลิโอเนล เมสซี่ ลงเล่นไป 52 เกม (คิดเป็น 4,562 นาที) ยิงได้ 39 ประตู จากโอกาสยิงทั้งหมด (รวมติดบล็อค) 284 ครั้ง ยิงตรงกรอบ (รวมติดบล็อค) 132 ครั้ง มีค่าความเป็นยำ 13.7 % และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงเล่นไป 51 เกม (คิดเป็น 4,247 นาที) ยิงได้ 41 ประตูจากโอกาสยิงทั้งหมด (รวมติดบล็อค) 238 ครั้ง ยิงตรงกรอบ (รวมติดบล็อค) – 98 ครั้ง มีความเป็นยำ – 17.2 %

แข้งเบอร์ 1 ของ ลิเวอร์พูล

นับตั้งแต่ย้ายจาก โรม่า มาใช้ชีวิตยังรั้ว แอนฟิลด์ เมื่อช่วงซัมเมอร์ปี 2017 โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้พิสูจน์ตัวเองได้ชาวโลกได้เห็นแล้วถึงฝีมืออันร้ายกาจที่แท้จริง พร้อมกับลบภาพความทรงจำอันเลวร้ายเมื่อสมัยเป็นโนเนมธรรมดาๆ สมัยอยู่กับ เชลซี ช่วงหลายปีก่อน

นอกจากฟอร์มการถล่มประตูที่ระเบิดระเบ้อแล้ว โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยังเป็นนักเตะที่มีทักษะพรสวรรค์สูงในเรื่องของการขับเคลื่อนและสร้างสรรค์โอกาส มีเซนต์บอลเยี่ยม และการจ่ายบอลที่แม่นยำ พี่มีสถิติการทำแอสซิสต์ไปทั้งหมด 51 ครั้งจากการลงเล่น 214 นัด จัดว่าเป็นตัวเลขที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ ไหนจะมีความรวดเร็วความคล่องตัวในระดับสูง สามารถเอาตัวรอดได้ดียามโดนรุมประกบตลอดจนการเผาเครื่องฉีกแผงหลังของคู่แข่งเช่นกัน

จากทั้งหมดทั้งหมดที่พูดมันไม่มีใครกล้าปฏิเสธว่า โมฮาเหม็ด ซาลาห์ คือผู้เล่นเบอร์ 1 ของ ลิเวอร์พูล การมีกับไม่มีผู้ชายคนนี้บนสนามมันแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่ชัดเจน และที่ “หงส์แดง” ได้สถาปานาตัวเก่งจนก้าวขึ้นมาเป็นทีมที่ลุ้นแชมป์อย่างเต็มตัว ได้แชมป์ พรีเมียร์ลีก สมัยแรกบนหน้าประวัติศาสตร์ ได้ไปถึงรอบชิงฯ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก 2 ครั้ง ได้เถลิงบัลลังก์แชมป์อีก 1 สมัย แน่นอนว่า บังโม คนนี้ก็สมควรได้เครดิตความดีความชอบเช่นกัน

รักษามาตรฐานได้ดี

การรักษาฟอร์มการได้ดีแบบคงเส้นคงวาถือเป็นหนึ่งในคุณสมบัติที่ดีของนักเตะระดับโลก และที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ มีสถิติการพังประตูที่ยอดเยี่ยมมันก็ไม่ได้เกิดขึ้นแค่ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา แต่มันเป็นอย่างงี้มานานแล้วตั้งแต่อยู่กับ โรม่า แล้ว และในทางกลับกันการย้ายมา ลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นทีมที่ใหญ่กว่า ต้องเจอกับความท้าทายที่หนักหนายิ่งกว่าเดิม แต่มันกลับไม่ได้สร้างปัญหาอะไรให้กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เลย มิหนำซ้ำมันยังทำให้เขากลายเป็นนักเตะที่เก่งยิ่งกว่าเดิมอีกต่างหาก

ปีแรกในสีเสื้อ “หงส์แดง” โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เล่นซัลโวไปกระจุยกระจายถึง 44 ประตู อีก 3 ปีต่อมาก็เล่นซัดไปอีก 27 ประตู, 23 ประตู และ 31 ประตูตามลำดับ เมื่อเทียบกับ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ รวมไปถึงคนอื่นๆ ในช่วงเวลาเดียวกันแล้วเขาอาจไม่ได้เป็นนักเตะที่ทำประตูได้เยอะที่สุด แต่เรื่องการรักษาความต่อเนื่อง รักษาค่าเฉลี่ยในการพังประตูต่อเกมขอบอกเลยว่าพี่แกไม่เป็นสองรองใครเหมือนกัน เรียกได้ว่า แรงดี ไม่มีตกจริงๆ 

ณ ชั่วโมงนี้หลายคนต่างยกให้ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ เป็นนักเตะที่ดีที่สุดในโลกเหนือยิ่งกว่า คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลิโอเนล เมสซี่ นั่นก็มาจากความคงเส้นคงวาในเรื่องของผลงานนั่นเอง ยิงประตูได้อย่างต่อเนื่อง และมีความโดดเด่นในทุกๆ เกมและทุกบทบาท โดยซีซั่นนี้ โม ซาลาห์ ซัดไปแล้ว 14 ประตูจากการลงเล่น 11 นัด และทำไปอีก 4 แอสซิสต์ด้วยกัน ในขณะที่ โรนัลโด้ กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ยิงไปแล้ว 6 ประตูจากการลงเล่น 9 นัด ส่วน เมสซี่ กับ ปารีส แซงต์-แชร์แมง ลงเล่นไปแล้ว 6 นัด ยิงได้ 3 ประตู ถึงฟอร์มจะไม่ได้ดูแย่อะไรนัก แต่ถ้าวัดกันในเรื่องตื่นตาตื่นใจขอบอกเลยว่า ซาลาห์ มีมากกว่าแบบเห็นได้ชัด

คู่ควรหรือไม่ ?

ในเมื่อนักเตะระดับโลกหลายๆ คนได้รับค่าเหนื่อยที่มากมายมหาศาลเป็นเบอร์ท็อปๆ ของวงการไม่ว่าจะเป็น เนย์มาร์, คิเลียน เอ็มบัปเป้, แกเร็ธ เบล และอีกมากมาย เช่นเดียวกับ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่ได้รับในระดับ 400,000-500,000 ต่อสัปดาห์ คำถามก็คือจากสิ่งต่างๆ ที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ได้สร้างขึ้นมาในภาพรวมทั้งหมดคุณคิดว่าเขาคู่ควรกับการได้รับค่าจ้างในเรทที่มากที่สุดในโลกเหมือนกันไหม ? 

ถึงแม้ ลิเวอร์พูล จะไม่ใช่ทีมที่มีนโยบายหรือแผนการประเคนค่าเหนื่อยให้กับเหล่านักเตะในระดับมหาศาล แต่นั่นคือสิ่งที่ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ควรได้รับรึเปล่า ? อย่างน้อยก็เป็นการตกรางวัลสำหรับผลงานที่ยอดเยี่ยม เป็นการกันท่าทีมใหญ่ๆ ที่หวังพรากตัวไปเสริมแกร่ง พร้อมกับการันตีว่าเขาจะอยู่กับทีมต่อไปในช่วงที่ยังเป็ดที่พีคของอาชีพ คุณคิดว่าไงล่ะ ?

HaMu Dos Santos

RELATED NEWS