5 เหตุผลส่ง “บีจี เอฟซี” ฟอร์มดิ่งลงเหว !!!

Summary

  • 5 เหตุผลส่ง "บีจี เอฟซี" กลายเป็นทีมฟอร์มดิ่งลงเหวในตอนนี้
  • บีจี ทำได้เพียงแค่ชนะ 3 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้มากถึง 7 เกม เก็บได้ 12 คะแนนเท่านั้น

ไทยลีกผ่านมา 13 นัด ไม่มีมีใครจะเชื่อว่าชื่อของ บางกอกกล๊าส เอฟซี ยังคงจมอยู่ในโซนตกชั้น แต่ด้วยผลงานทั้ง 13 นัดต้องบอกว่ามันคือเรื่องจริง เพราะ บีจี ทำได้เพียงแค่ชนะ 3 นัด เสมอ 3 นัด และแพ้มากถึง 7 เกม เก็บได้ 12 คะแนนเท่านั้น

ซึ่งถ้าดู้จากคะแนนจะตามหลังพวกทีมที่อยู่ในเร้ดโซนอยู่ 3 คะแนน แต่ถ้ามองให้สูงขึ้นไป บีจี มีคะแนนตามหลัง บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูงอยู่มากถึง 17 แต้มด้วยกัน !!!

วันนี้ “ทีมงานขอบสนามบอลไทย” จะมาวิเคราะห์ด้วยเเหตุและผลว่าทำไม ??? เพราะอะไร ??? ถึงทำให้ บางกอกกล๊าส เอฟซี ถึงฟอร์มดึ่งลงเหวได้ขนาดนี้


1. เปลี่ยนแปลงเยอะตั้งแต่ “สนาม” จนถึง “นักเตะ”

การเปลี่ยนแปลงในที่นี้ไม่ได้หมายถึงแค่การปรับ “โค้ชใหม่” หรือเปลี่ยน “นักเตะใหม่” เท่านั้น เพราะตรงนั้นเริ่มฤดูกาลใหม่ยังไงก็ต้องเปลี่ยนแปลงอยู่แล้ว ซึ่งปีนี้ บีจี ถือว่ามีการปรับเปลี่ยนเยอะพอสมควรในตรงนั้น แต่อีกอย่างที่สำคัญคือเรื่อง “สนาม” ที่ปรับเปลี่ยนใหม่จาก “หญ้าเทียม” ไปเป็น “หญ้าจริง” และรีบเร่งใช้งานจนทำให้ความได้เปรียบที่เคยใช้หญ้าเทียมหายไปหมด โดย “บีจี” ก็เหมือนเริ่มใช้สนามแห่งนี้ไปพร้อมๆ กับหลายๆ ทีมเช่นกัน

 


2. นักเตะใหม่ยังใช้งานไม่ได้ผล

ข้อที่สอง..การได้นักเตะตัวใหม่ๆ ดีๆ อย่าง ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ , มาริโอ ยูรอฟสกี้ และ เฟเดริค เมนดี้ ที่แต่ละคนมีดีกรีกันทั้งนั้น แต่ทำไปทำมาจนถึงตอนนี้ดีกรีเหล่านั้นพวกเขายังนำมาใช้กับ “บีจี เอฟซี” ไม่ได้เลย ดูเหมือนยังต่างคนต่างเล่น จุดลงตัวยังไม่มี และที่สำคัญการประสานงานกันของ “นักเตะใหม” และ “นักเตะเก่า” ยิ่งชัดว่าผ่านมาแล้ว 10 กว่าเกม ยังไม่เข้าขากันสักที ถ้าใครได้ดูฟอร์ม บีจี จะเห็นว่า “เมนดี้-มาริโอ-ฐิติพันธ์” เคมียังไม่เข้ากันจริงๆ

 


3. 11 ตัวจริงชุดแรกยังหาไม่เจอ

นี่คืออีกข้อที่ “บีจี เอฟซี” กำลังประสบอยู่ในตอนนี้ เพราะมีแค่ช่วงแรกๆ ที่พวกเขาใช้นักเตะชุดเดิมๆ ลงเล่น ซึ่งนั่นก็เป็นการทำงานของ โจเซฟ เฟร์เรร์ กุนซือชาวสเปนกุนซือคนแรกในปีนี้ ก่อนที่จะโดนปลดในที่สุด เรื่อยมาจนถึงเฮดโค้ชขัดตาทัพอย่าง “อำนาจ แก้วเขียว” ที่เริ่มทำทีมเหมือนจะดี แต่ทำไปทำมาด้วยปัญหาหลายๆ อย่าง ตัวเจ็บ, หน้าฝืด, หลังรั่ว, โกล์ไม่หนึบ ทำให้ “น้าอ่ำ” พยายามจะแก้ด้วยการหาทีมใหม่ไปเรื่อยๆ เปลี่ยนไปเรื่อยๆ โดยก่อนเกมที่จะโดนชัยนาทยิง 5 เม็ดก็ใช้ตัวไทยทั้งหมด แล้วก็เปลี่ยนมาเป็นตัวต่างชาติเหมือมเดิมในเกมล่าสุดนี้ 

 


4. ความมั่นใจนักเตะกำลังถดถอย

ปัญหาข้อนี้มันก็สืบเนื่องมาจากทุกๆ ข้อก่อนหน้านี้ที่พออะไรๆ มันไม่ค่อยดี มันก็ส่งผลมาถึง “จิตใจ” หรือ “ความมั่นใจ” ของนักเตะโดยตรง อย่างเช่น จังหวะที่เคยทำได้กับทำไม่ได้, เกมที่ควรชนะก็ไม่ชนะ และพอยิ่งแพ้ถี่มากขึ้นเรื่อยๆ มันยิ่งตอกย้ำความผิดพลาด มันยิ่งทำให้นักเตะขาดความใจลงไปเรื่อยๆ และถ้า บีจี ไม่ชนะสวยๆ ติดกันๆ สัก 2-3 เกม น่าจะยิ่งกดดันและเสียกำลังใจหนักกว่านี้แน่นอน

 


5. บีจีเดินเกมผิดตั้งแต่ปลด “วิดมาร์”

ข้อสุดท้ายนี้คือจุดเริ่มต้นทั้งหมดที่ทำให้ บีจี เอฟซี ยังเป๋จนถึงทุกวันนี้ นั่นคือการปลด “ออเรลิโอ วิดมาร์” หัวหน้าผู้ฝึกสอนชาวออสเตรเลียออกจากการเป็นกุนซือใหญ่ในช่วงครึ่งซีซั่นหลังของปีที่แล้ว (2017) ด้วยเหตุผลที่ฟังแล้วไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าที่ควรคือ วิดมาร์ ไม่อยู่ในแผนการทำทีมในฤดูกาลหน้า เพราะแนวทางการทำทีมยังไม่ตรงกับแผนของสโมสรในระยะยาว (จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครรู้เลยว่าแผนระยะยาวของ บีจี คืออะไร) ซึ่ง ณ ตอนนั้นแฟนๆ บีจี ชื่นชอบบอลสไตล์โค้ชคนนี้พอสมควร และพอเจอการปลดกลางอากาศทำให้หลายๆ คนยังงุนงงกับแผนการของ บีจี ไม่หาย ซึ่งวันนั้นจนถึงวันนี้ บีจี เอฟซี ยังไม่นิ่งสักที

 

บทความโดย : บอลกูรู (เจษดาพร ศรีสรง)
ภาพจาก : บางกอกกล๊าส เอฟซี

RELATED NEWS