วันนี้สิ่งที่ "ขอบสนาม" อยากนำเสนอก็คือการพาทุกท่านไปวิเคราะห์เจาะลึกว่ามีสโมสรใดบ้างที่อาจเป็น "สถานีต่อไปของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้"
ที่มา ?
โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เหลือสัญญากับค้าแข้งในรั้ว อัลลิอันซ์ อารีน่า อีก 1 ปีก็จริง แต่พี่แกได้ประกาศจุดยืนชัดเจนแล้วว่ายังไงก็ต้องการเก็บข้าวของไปจาก บาเยิร์น มิวนิค เพื่อหาความท้าทายครั้ง แต่เหมือนกับว่ามันไม่ได้ง่ายแบบนั้น เพราะทางบอร์ดฯ ของ "เสือใต้" เองก็พยายามจะเก็บเขาไว้ใช้งานต่อไป
"ผมต้องการย้ายออกจาก บาเยิร์น ความจงรักภักดีและความเคารพซึ่งกันและกัน มันสำคัญกว่าเรื่องอื่นๆ ทางออกที่ดีที่สุดคือการหาทางออกร่วมกัน บางสิ่งในใจผมได้ตายไปแล้ว และยากจะนำมันกลับมา ผมยังไม่ได้ข้อเสนอที่ชัดเจนจากทีมไหนนอกจาก บาร์เซโลน่า ผมต้องการออกจาก บาเยิร์น นั่นคือความชัดเจน"
นี่คือบทสัมภาษณ์ล่าสุดของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ที่ย้ำให้ทุกคนฟังอีกรอบถึงจุดยืนที่ชัดเจนถึงความต้องการไปจาก บาเยิร์น มิวนิค
บาร์เซโลน่า
จากรายงานที่เกิดขึ้นมากมายทั้งบนหน้าหนังสือพิมพ์และโลกออนไลน์ รวมไปถึงจากปากของตัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เอง แน่นอนว่าตอนนี้ทีมที่เป็นตัวเต็งอันดับ 1 ก็คือ บาร์เซโลน่า เพราะตามที่ตัวนักเตะพูดออกมาว่าดูเหมือนตอนนี้จะมีข้อเสนอที่ยื่นเข้ามาให้พิจารณาแค่ทีมเดียวนั่นก็คือจาก บาร์เซโลน่า
มีอยู่อีกหลายปัจจัยที่ทำให้ บาร์เซโลน่า ดูมีโอกาสมากที่สุดไม่ว่าจะเป็นเรื่องการบรรลุข้อตกลงด้วยวาจาปากเปล่า ว่ากันว่าตัวของ ชาบี เอร์นานเดซ เหมือนจะมีการพูดคุยส่วนตัวกับ เลวานดอฟสกี้ แล้วด้วย เช่นเดียวกับทางคนที่เป็นเอเยนต์ย่าง ปินี ซาฮาวี่ ก็เหมือนจะมีความสัมพันธ์ที่ดีกับท่านประธาน โจน ลาปอร์ต้า
แต่ทุกๆ อย่างมันไม่ได้ราบรื่นอย่างที่คิดเพราะนอกจากความรั้นของบอร์ดบริหาร "เสือใต้" แล้วทาง บาร์เซโลน่า เองก็มีปัญหาภายในอยู่ไม่น้อยโดยเฉพาะในเรื่องของการเงิน มีหนี้สินมากมาย อย่างที่เราทราบกันว่าตอนนี้สโมสรต้องใช้กรรมเก่าจากวีรกรรมที่ โจเซฟ มาเรีย บาร์โตเมว ได้ก่อเอาไว้
มีการคาดการณ์กันว่าถ้า โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ จะย้ายไปโลดแล่นที่ คัมป์ นู จะมีค่าตัวอยู่ที่ 30 ล้านปอนด์ ไหนจะมีค่าเหนื่อยต่อปีที่ตัวเลข 17 ล้านปอนด์อีกต่างหากซึ่งนั่นอาจทำให้ บาร์เซโลน่า กับกฏ ไฟแนนเชี่ยล แฟร์ เพลย์ ของ ลา ลีกา แน่นอนว่าทางออกเดียวของเรื่องนี้ก็คือการลดจำนวนนักเตะในทีมเพื่อที่จะได้รักษาสมดุลในเรื่องรายจ่ายและเพดานค่าเหนื่อยนักเตะ
เชลซี
ย้อนเวลากลับไปเมื่อช่วงซัมเมอร์ปีที่แล้วมันก็เคยมีข่าวว่าทางฝั่ง เชลซี เองก็เคยวางตัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เป็นหนึ่งในทาร์เก็ตเช่นกันในการตามหากองหน้าระดับยอดดาวยิงมาเสริมความคมเพื่อล่าความสำเร็จ ก่อนที่สุดท้ายจะไปได้ตัวเด็กเก่าอย่าง โรเมลู ลูกากู มาจาก อินเตอร์ มิลาน ด้วยค่าตัวระดับสถิติสโมสรที่ 97 ล้านปอนด์
อย่างไรก็ตามด้วยฟอร์มที่น่าผิดหวังของ ดาวยิงเบอร์ 1 ทีมชาติเบลเยี่ยม ที่ทำไปแค่ 15 ประตูเท่านั้นจากการลงเล่น 44 นัดมันก็ทำให้พี่แกก็หลุดโผกลายเป็นตัวสำรองไปโดยปริยาย ไหนจะมีปัญหาเรื่องวินัยอีกต่างหาก บวกกับข่าวร่ำข่าวลือที่พี่แกกำลังวางแผนย้ายกลับไปค้าแข้งกับ อินเตอร์ มิลาน อีกครั้งจนมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์มากมายตามมา
และนั่นก็ทำให้ เชลซี เริ่มผุดโปรเจ็กต์กลับมาตามหากองหน้าตัวใหม่อีกครั้ง และจากการที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ได้ปฏิเสธสัญญาฉบับใหม่กับ บาเยิร์น มิวนิค บวกกับความระหองระแหงกับบอร์ดบริหารมันก็ให้นักเตะรายนี้กลับมามีข่าวพัวพันด้วยกันอีกครั้ง ดูแล้วดีลนี้ก็น่าจะโดนใจชาวแฟนบอล "สิงห์บลูส์" ไม่ใช่น้อย เช่นเดียวกับตัวของ โธมัส ทูเคิ่ล ที่ชื่นชอบและเป็นแฟนตัวยงของาพ่อค้าแข้งรายนี้มานมนาน
ยิ่งตอนนี้ เชลซี ได้เจ้าของทีมคนใหม่อย่างเป็นทาการแล้วนั่นก็คือ ท็อดด์ โบห์ลี เท่ากับว่าสถานการณ์ต่างๆ กลับสู่สภาวะปกติ พวกเขาสามารถใช้เงินเสริมทัพได้ตามใจชอบเหมือนเคย เดี๋ยวต้องมาดูกันว่าสุดท้ายแล้ว เชลซี จะมีโอกาสมากน้อยแค่ไหนกับการล่าตัว โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ เพราะถ้าเทียบองค์ประกอบกันทางฝั่ง เชลซี ก็มีสิ่งที่ตอบโจทย์ทุกอย่างตามที่ตัวนักเตะต้องการไม่ต่างจาก บาเยิร์น มิวนิค
ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
ถึง ปารีส แซงต์-แชร์กแมง จะประสบความสำเร็จในการรั้งตัวเพชรเม็ดงามอย่าง คิเลียน เอ็มบัปเป้ ให้อยู่กับทีมต่อไปได้ด้วยการต่อสัญญาฉบับใหม่ออกไปอีก 3 ปีพร้อมกับมูลค่าต่างๆ นาๆ ที่อยู่ในระดับมหาศาล แต่ก็ใช่ว่าพวกเขาจะไม่วางแผนหาผู้เล่นหน้าใหม่มาช่วยเสริมความแข็งแกร่งในช่วงตลาดซัมเมอร์นี้
อย่างที่ทราบกันว่า ปารีส แซงต์-แชร์กแมง เป็นทีมระดับอภิมหาเศรษฐีและก็มีโปรเจ็กต์ใหญ่ในการสร้าง "โคตรทีม" ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก จริงอยู่ที่ตอนนี้พวกเขามี 3 ประสานที่น่ากลัวสุดๆ นั่นก็คือ คิเลียน เอ็มบัปเป้, เนย์มาร์ และ ลิโอเนล เมสซี่ แต่ก็ไม่มีใครที่ได้ชื่อว่าเป็นกองหน้าเบอร์ 9 เลยสักคน
เมาโร อิคาร์ดี้ ดูจะเป็นคนที่เป็นสไตรเกอร์โดยธรรมชาติเพียงในทีมคนเดียว ณ ตอนนี้ แต่ก็อย่างที่เห็นกันในช่วง 1-2 มาปีนี้พี่แกมีปัญหาค่อนข้างเยอะ หลักๆ เลยก็คือเรื่องปัญหาอาการบาดเจ็บจนส่งผลให้ผลงานไม่เป็นอย่างที่หวัง และในช่วงซัมเมอร์นี้ อิคาร์ดี้ ก็ถูกมองว่าเป็นหนึ่งในผู้เล่นอีกหลายๆ คนที่อาจโดนสโมสรโละทิ้งอีกด้วย
ถึงข่าวร่ำข่าวลือที่พัวพันกันระหว่าง โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ กับ เปแอสเช จะค่อนข้างบางตา แต่ก็ใช่ว่าจะไม่เคยมีหรือไม่มีโอกาสเกิดขึ้นเลย เพราะในวันพรุ่งนี้หรือวันต่อๆ ไปอะไรก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น และในตำแหน่งผู้เล่นจอมถล่มประตูตอนนี้มีเพียงแค่เขาคนเดียวเท่านั้นที่มีโอกาสย้ายทีมมากที่สุด และไม่ว่า บาเยิร์น มิวนิค จะโก่งค่าตัวสูงขนาดไหนกับสัญญาที่เหลือ 1 ปีมันก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรอยู่แล้วของทีมระดับ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็เป็นอีกหนึ่งทีมที่มีข่าวเชื่อมโยงกับ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ตลอดช่วงที่ผ่านมา เรียกได้ว่าตั้งแต่สมัย 10 ปีก่อนโน่นเลยตั้งแต่ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังเป็นคนกุมบังเหียนและตอนนั้นพ่อค้าแข้งชาวโปแลนด์ก็ยังมีสถานะเป็นแค่นักเตะโนเนมๆ เท่านั้น
จนถึงตอนนี้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ก็ยังคงเฝ้าจับตาดูสถานการณ์ของ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ อย่างใกล้ชิด และตอนนี้ในตำแหน่งกองหน้าตัวเป้าก็มีความจำเป็นสำหรับพวกเขามากๆ หลังต้องเสีย เอดินสัน คาวานี่ ที่หมดสัญญาแยกทางกันไปเรียบร้อย ส่วน คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่กำลังจะเข้าสู่วัย 38 ปีในช่วงต้นปีหน้าก็ไม่รู้ว่าจะอยู่กับทีมได้ถึงเมื่อไหร่ และก็ไม่สามารถรู้ได้ว่าฤดูกาลหน้าจะยังรักษามาตรฐานของตัวเองได้ดีอยู่ไหม
ยิ่งสถานการณ์ของ เลวานดอฟสกี้ กับ บาเยิร์น มิวนิค เป็นแบบนี้มั่นใจได้เลยว่า "ปีศาจแดง" ลุยแน่กับการล่าตัวเขามาเสริมความแข็งแกร่ง ถึงแม้การได้โอกาสค้าแข้งร่วมกับ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ จะเป็นความใฝ่ฝันของนักเตะหลายๆ คน แต่ก็ค่อนข้างชัดเจนว่าโอกาสของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะได้ตัวเขานั้นมีน้อยกว่าทุกๆ ทีมที่กล่าวมาหากมองในเรื่องของการลุ้นความสำเร็จที่ไม่สามารถการันตีได้ และได้ไปเล่นแค่ ยูฟ่า ยูโรปา ลีก เท่านั้น
บาเยิร์น มิวนิค
จริงอยู่ที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ แสดงจุดยืนชัดเจนว่าต้องการเก็บข้าวของไปจาก บาเยิร์น มิวนิค ในช่วงซัมเมอร์นี้เลย แต่ทางบอร์ดบริหารเองก็ไม่ยอมง่ายๆ โดยเฉพาะผู้อำนวยการกีฬาอย่าง ฮาซาน ซาลิฮามิดซิช ที่ยืนกรานว่า กองหน้าทีมชาติโปแลนด์ จะต้องอยู่กับทีมไปจนหมดสัญญาถ้าหากสโมสรไม่สามารถหาตัวตายตัวแทนที่เหมาะสมได้
เมื่อเป็นแบบนั้นก็เท่ากับว่าชีวิตของ เลวานดอฟสกี้ หมือนบุญมีแต่กรรมบัง เพราะโปรไฟล์ที่พี่แกสร้างมาตลอด 8 ปีกับ บาเยิร์น มิวนิค มันสุดยอดอลังการเกินกว่าจะหาใครมาเทียบได้กับการซัลโวไปกระจุยกระจายถึง 344 ประตูจากการลงเล่น 375 นัด และก็นับเป็นส่วนคัญที่พา "เสือใต้" คว้าแชมป์ได้เป็นกอบเป็นกำ
ถ้าหากจะมองหาตัวเลือกที่เป็นไปได้ตอนนี้มันแทบจะไม่หลงเหลืออยู่เลย เพราะ เออร์ลิ่ง ฮาแลนด์ คนที่ถูกมองว่าเป็นตัวแทนก็ตัดสินใจย้ายไป แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เสียแล้ว ดังนั้นมันก็มีโอกาสที่ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ ต้องจำใจค้าแข้งกับ บาเยิร์น มิวนิค ต่อไปอีกอย่างน้อย 1 ฤดูกาล
เรื่องราวของ เลวานดอฟสกี้ ดูแล้วน่าจะยังมีประเด็นให้พูดถึงอีกเยอะตลอดช่วงซัมเมอร์นี้ เพราะก่อนหน้านี้ก็เพิ่งมีรายงานระบุว่าพี่แกเตรียมงัดไม้แข็งมาใช้รับมือกับความกดดันจากทางสโมสรนั่นก็คือการปฏิเสธไม่เดินทางไปทัวร์ปรีซีซั่นกับทีม และจนถึงขั้นสุดบางทีตัวพี่แกเองอาจเลือกควักเงินจ่ายค่าฉีกสัญญาตัวเองทิ้งไปเลยก็เป็นได้
HaMu Dos Santos

















