logo-pwa

เพิ่ม Khobsanam

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

ย้อนไปในช่วงเดือนถึง 2 เดือนที่ผ่านมา อนาคตของ โม ซาลาห์ กับ ลิเวอร์พูล ถูกทุกฝ่าย โดยเฉพาะแฟนหงส์เอง เชื่อว่าสตาร์รายนี้คงไม่ได้ต่อสัญญากับทีมต่อไปอีกแล้ว หลังการเจรจาล้มเหลวมาโดยตลอด บวกกับกระแสที่ดูไปทางลาจากกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

แต่แล้วอยู่ ๆ ดี เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เกิดบิ๊กเซอร์ไพรส์ที่สุดของวันแบบไม่มีใครตั้งตัว เมื่อ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ บรรลุข้อตกลงต่อสัญญากับ ลิเวอร์พูล ออกไปถึงปี 2026 แบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยเฉยเมย

สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนลูกหนังทั่วโลก รวมถึงพวกเราด้วยเช่นกัน และเพื่อเก็บย้อนทุกความรู้สึก หลังมหากาพย์การต่อสัญญานี้ได้จบลง ขอบสนาม จึงอยากจะขอพาทุกคนไปไล่เรียงไทม์ไลน์ครั้งนี้ของซาลาห์สักหน่อย ตั้งแต่ต้นจนจบ รวมถึงไปหาสาเหตุว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้ ลิเวอร์พูล สามารถจบเรื่องราวนี้ได้แบบแฮปปี้ เอนดิ้ง …

 

เราจะเริ่มจากเรื่องนโยบายการต่อสัญญาผู้เล่นของลิเวอร์พูล หลังหงส์แดงในยุค เจอร์เก้น คล็อปป์ ได้บทเรียนจากเคสที่เสีย เอ็มเร่ ชาน ที่ตอนนั้นเป็นทั้งตัวหลักและตัวอนาคตไปแบบฟรี ๆ

พวกเขาจึงมีนโยบายคอยไล่ต่อสัญญากับนักเตะที่เหลือสัญญากับทีมเป็น 2 ฤดูกาลสุดท้าย เพราะว่าหากปล่อยให้สัญญาเข้าปีสุดท้าย ก็มีโอกาสสูงที่ ลิเวอร์พูล จะต้องเสียนักเตะคนนั้นไปแบบฟรี ๆ

ซึ่งจากนั้นเราจะเห็นได้ว่าหงส์แดง คอยไล่ต่อสัญญากับนักเตะตัวหลักอยู่เรื่อย ๆ แต่จะมีที่พลาดเสียไปก็แค่ จอร์จินโญ่ ไวจ์นัลดุม เนื่องจากตกลงตัวเลขค่าเหนื่อยไม่ลงตัวเท่านั้น และมันก็เป็นสิ่งที่แฟนหงส์ไม่อยากจะเห็นเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นกับ ซาลาห์ นักเตะที่ได้ชื่อว่าดีและสม่ำเสมอที่สุดใน ลิเวอร์พูล ยุค เจอร์เก้น คล็อปป์

 

ซึ่งเมื่อสัญญา ซาลาห์ เริ่มเข้าสู่ 2 ฤดูกาลสุดท้ายกับ ลิเวอร์พูล หรือจะหมดลงหลังจบซีซั่น 2022/23 บอร์ดบริหารหงส์แดงก็เริ่มดำเนินงานทันที ในช่วงเดือนสิงหาคม ปี 2021 ที่ผ่านมา เป็นเจอร์เก้น คล็อปป์ ที่เผยเองว่าสโมสรเริ่มเจรจาเรื่องสัญญาใหม่กับ โม ซาลาห์ แล้ว

ณ ตอนนั้น เดอะ ค็อป ฟังแล้วก็แฮปปี้ ทีมกำลังจะต่ออยู่โยงกับนักเตะเบอร์หนึ่งออกไป ทว่าในวันที่ 17 ตุลาคม กลับมีข่าวออกมาว่าการเจรจากับ รามี่ อับบาส เอเยนต์ของ ซาลาห์ ไม่ประสบผลสำเร็จ

พร้อมตามมาด้วยรายงานของ เทเลกราฟ สื่อเชื่อถือได้ของอังกฤษ ระบุว่า โม และ เอเยนต์ ต้องการค่าเหนื่อยสูงถึง 400,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ แต่ไม่ได้มีการระบุว่า ลิเวอร์พูล ยื่นให้ไปเท่าไหร่ แต่ก็มีการคาดกันว่า น่าจะอยู่ราว ๆ  300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์หรือน้อยกว่านั้น ซึ่งตัวเลขมันห่างกันเป็นแสนปอนด์

 

โดยมันได้เกิดเป็น 2 กระแสจากฝั่งแฟนบอลลิเวอร์พูล ฝั่งหนึ่งมองว่าตัวเลข 4 แสน มันเป็นการทำลายเพดานค่าเหนื่อยมากเกินไป ตัวหลักคนอื่น ๆ อย่าง เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, อลิสซอน หรือ ฟาบินโญ่ จะคิดอย่างไร และในอนาคตหากจะต่อสัญญาหรือเซ็นใครเข้ามา คงโดนโก่งไม่น้อย

ด้านอีกฝั่งก็บอกว่าคู่ควรแล้ว เมื่อดูจากผลงานที่ซาลาห์ทำให้ทีมมาโดยตลอด เพราะนับตั้งแต่เข้ามาหงส์แดง โม ถือเป็นนักเตะที่มีส่วนร่วมประตูมากที่สุดในพรีเมียร์ลีก ในขณะที่ แฮร์รี่ เคน อันดับ 2 ยังมีจำนวนยิงและจ่ายรวมกันน้อยกว่าเขาเกือบ 30 ลูก

และสถานการณ์ดูจะยากขึ้นไปอีกสำหรับ ลิเวอร์พูล เมื่อช่วงนั้นฟอร์ม ซาลาห์ อยู่ในระดับที่ดีที่สุดคนหนึ่งของโลก 23 นัดแรกของซีซั่น 2021/22 ทั้งใน พรีเมียร์ลีก และ แชมเปี้ยนส์ ลีก โม ทำไปได้ถึง 22 ประตู กับ 10 แอสซิสต์ หรือมีส่วนร่วมถึง 32 ประตู จาก 23 นัดแรก

กระแสส่วนใหญ่จึงไปในทางหนุนโม ซาลาห์ แฟนบางส่วนถึงขั้นบอกว่าต่อให้เป็น 5 แสนต่อสัปดาห์ ก็ต้องยอมจ่ายถ้าฟอร์มแบบนี้ 

 

สถานการณ์ดูเป็นไปได้ลำบากสำหรับฝั่ง ลิเวอร์พูล แต่อย่างน้อยก็มีข่าวในมุมบวกมาก่อนขึ้นปี 2022 โดยเจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือ ได้เผยว่าเริ่มมีการเจรจาที่ดีต่อกันระหว่างสโมสรและ ซาลาห์

แต่แล้วกระแสก็กลับไปในทางแย่ลงอีกครั้ง เมื่อช่วงต้นปี 2022 ซาลาห์ ได้ให้สัมภาษณ์ว่าอยากอยู่ต่อ แต่ไม่ได้ขึ้นอยู่ตัวเขา แต่ขึ้นอยู่กับสโมสร พร้อมบอกไม่ได้เรียกร้องอะไรที่เกินเหตุเลย กระแสแฟน ๆ ยิ่งกดดันฝั่ง ลิเวอร์พูล ให้ยอมมอบสัญญาแพงกับ ซาลาห์ มากขึ้นเรื่อย ๆ 

แต่แล้วโมเมนตั้นการเชียร์ก็เริ่มเปลี่ยนไป เมื่อ โม เริ่มมีฟอร์มที่ดร็อปลง หลังจากไปเล่นรายการ แอฟริกัน เนชั่นส์ ลีก กับ อียิปต์ แล้วพลาดคว้าแชมป์ในนัดชิง ก่อนยิ่งดูดร็อปลงไปอีก เมื่อ อียิปต์ ตกรอบเพลย์ออฟอดไป บอลโลก 2022

จากฮ็อตสุดขีด ผลงาน โม เริ่มตกลงมา ซึ่งคาดว่าจะมาจากความเหนื่อยล้าทั้งทางร่างกายและจิตใจ ที่นี้กระแสก็กลับตาลปัตร กลายเป็นว่าพากันติว่า ถ้าฟอร์มตกแบบนี้ ซาลาห์ ก็ไม่ควรได้ถึง 4 แสน

 

โดยในช่วงเดือนมีนาคม เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ได้พูดเสมือนโยนความกดดันกลับไปที่ฝั่ง โม โดยบอกว่าที่ ซาลาห์ ต้องการให้สโมสรทะทะเยอทะยานมากกว่านี้ ก็ทำให้เห็นแล้ว แต่ทีมไม่สามารถไปไกลได้มากกว่านี้แล้ว หรือให้ได้มากกว่านี้แล้วนั่นเอง พร้อมบอกว่าตอนนี้ ซาลาห์ ต้องตัดสินใจว่าจะเอายังไงต่อไป

ก่อนกระแสจะยิ่งแย่ และ ซาลาห์ ยิ่งโดนแฟนหงส์ด่าหนักไปอีก เมื่อ รามี่ อับบาส ออกมาทวีตอีโมจิหัวเราะ หลังสัมภาษณ์ดังกล่าวของ คล็อปป์ เหมือนเป็นการแซะกุนซือที่ เดอะ ค็อป เทิดทูนเหนือสิ่งอื่นใด คือบรรยากาศข้างในเป็นไงไม่รู้ แต่มาทำแนว ๆ นี้กับ คล็อปป์ แฟน ๆ ไม่ชอบแน่นอน

 

จนเวลาค่อย ๆ ผ่านไป หลายฝ่ายจากที่กังวล เริ่มทำใจว่าอาจต้องเสียสตาร์เบอร์หนึ่งของทีมออกไป และแฟนหงส์หลายคนก็รู้ดี ว่าต่อให้ซาลาห์จะฟอร์มดร็อปยังไง เขาก็มักจะกลับมาได้เสมอ ทุกครั้ง

แถมฟอร์มเอาจริง ๆ ก็ใช้ได้ไม่ถึงขั้นแย่ บวกกับสภาพร่างกาย โม ที่มัดกล้ามเนื้อดูก็รู้ ว่าวินัยการกินและออกกำลังเป็นเลิศ และมีโอกาสยืนช่วงพีคได้อีกเป็น 3-4 ปี พร้อมกับตัวอย่างนักเตะในช่วงหลัง ๆ ที่ยิ่งแก่ยิ่งเก่งกันหลายคน อย่าง คาริม เบนเซม่า หรือ โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้ 

แต่กระนั้นยังมีโอกาสในช่วงใกล้จบฤดูกาล หรือใกล้สิ้นเดือนพฤษภาคม ทอม เวอร์เนอร์ ประธาน ลิเวอร์พูล ออกมายืนยันว่ายังสโมสรยังมีการเจรจาสัญญากับ ซาลาห์ และเป็น จูเลี่ยน วอร์ด ผอ.สโมสร คนใหม่ที่มารับหน้าที่หลัก

 

แต่กระแสก็มาตีกลับอีก เมื่อ ซาลาห์ ให้สัมภาษณ์ก่อนเกมนัดชิง แชมเปี้ยนส์ ลีก ว่าจะอยู่กับ ลิเวอร์พูล ต่อไปในฤดูกาลหน้า แต่ไม่ได้บอกว่าจะต่อสัญญาไหม

ตอนนั้นแฟนหงส์แทบร้อยทั้งร้อย รวมถึงเหล่ากูรูข่าวหน้าทีวีต่างประเทศ ต่างคิดไปในทางเดียวกัน ว่าคงอยู่รอจนหมดสัญญา แล้วย้ายฟรีแน่ ๆ

แต่ในช่วงปลายเดือนมิถุนายนได้มีกระแสข่าวเล็ก ๆ จาก ลิเวอร์พูล เอคโค่ สื่อท้องถิ่น ระบุว่าสโมสรยังพยายามและหวังจะต่อสัญญากับ โม ส่วนฟังแฟน ๆ ฟังแล้วไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ หรือส่วนใหญ่เรียกได้ว่าช่างแม้งกันแล้ว และยังคิดกันแบบเดิม ว่าคงอยู่จนหมดสัญญาแล้วไปฟรีชัวร์ ๆ

 

แต่วันนี้เรารู้กันแล้วว่ามันไม่ชัวร์และไม่ใช่ เพราะคืนวันที่ 1 กรกฎาคม หรือวันศุกร์ที่พึ่งผ่านมา เกิดการเซ็นสัญญาที่เซอร์ไพรส์ที่สุดในตลาดซัมเมอร์นี้ ซึ่งมันเป็นการเซ็นต่อสัญญาของ โม ซาลาห์ กับ ลิเวอร์พูล ออกไปถึงปี 2026 เรียกว่าจบสวยแบบไม่น่าเชื่อ และเกิดเป็นคำถามว่า “ได้ไงวะ?”

โดยปัจจัยส่วนหนึ่ง อาจมาจากจำนวนงบค่าเหนื่อยที่ว่างขึ้น หลังพวกเขาปล่อย ซาดิโอ มาเน่ ที่ต้องการย้าย, ดิว็อค โอริกี้ ที่หมดสัญญา และ ทาคุมิ มินามิโนะ ที่ย้ายไป โมนาโก

แต่จริง ๆ แล้วเรื่องหลัก ๆ ทุกสื่อยืนยันตรงกันว่ามันเป็นเพราะ ซาลาห์ ยังต้องการอยู่ ลิเวอร์พูล ต่อมาเสมอ ส่วน ลิเวอร์พูล ก็ต้องการต่อสัญญากับ ซาลาห์ เสมอมา

และ เจอร์เก้น คล็อปป์ เป็นอีกคีย์สำคัญช่วงก่อนตกลงต่อสัญญา เขาคอยติดต่อกับ ซาลาห์ พร้อมยืนยันและเผยถึงแผนงานในอนาคตที่มี โม เป็นหนึ่งในแกนนำหลักของทีม และเมื่อทุกอย่างถูกบรรจบมันก็ง่าย ท้ายที่สุดทั้งสองฝ่ายยอมกันคนละครึ่งทาง ที่ตัวเลข 350,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์

ซึ่งเอาจริง ๆ แน่นอนตามผลงาน โม คู่ควรจะได้ตัวเลขระดับนี้ และถามว่าแพงไหม ก็ยังน้อยกว่าทั้ง เดอ บรอยน์, โรนัลโด้, ฮาแลนด์, เด เคอา และ กรีซมันน์ ด้วยซ้ำ เอาว่า ซานโช่ ก็ได้รับเรทในราคาใกล้เคียงกันนี้

 

โดยอีกคนสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการต่อสัญญานี้ ก็คือ จูเลี่ยน วอร์ด ผอ.กีฬา ป้ายยังแดงของทีม มีการเปิดเผยภายหลัง ว่าเขาเป็นคนที่มาปรับเรื่องรายละเอียดสัญญา และเจรจาจน รามี่ อับบาส เอเยนต์และ ซาลาห์ ตกลงต่อสัญญากับทีมออกไปอย่างน่าเหลือเชื่อ

และตัว วอร์ด ยังเป็นคนเอาเอกสารไปให้ โม เซ็นถึงที่ประเทศ กรีซ เพราะ ซาลาห์ ตอนนั้นอยู่ในช่วงพักร้อน พร้อมกับจัดทำวิดีโอเพื่อประกาศลงโซเชี่ยล สโมสรซะที่นั่นเลย

รวม ๆ แล้วนับตั้งแต่ วอร์ด เข้ามารับหน้าที่ ผอ.กีฬา คนใหม่ ลิเวอร์พูล ในปี 2022 เขาพาทีมเซ็นสัญญา หลุยส์ ดิอาซ, ฟาบิโอ คาร์วัลโญ่, ดาร์วิน นูนเญซ และ คัลวิน แรมซี่ย์

และยังพาสโมสรต่อสัญญาฉบับโบว์แดงกับ เจอร์เก้น คล็อปป์, เจมส์ มิลเนอร์ และล่าสุด โมฮาเหม็ด ซาลาห์ แม้ยังเร็วเกินไปที่จะเอาเขาไปเทียบกับ ไม่เคิ่ล เอ็ดเวิร์ดส์ ผอ.กีฬามือฉมังคนก่อน แต่เอาเป็นว่ามาซัมเมอร์แรกก็สามารถพา ลิเวอร์พูล บรรลุทุกเป้าหมายหลัก ได้ตั้งเดือนแรกหลังปิดฤดูกาล น่าประทับใจมาก ๆ ครับ

 

และท้ายนี้ มหากาพย์ครั้งนี้ของ ซาลาห์ ได้ชี้ให้เห็นว่าปัจจุบัน ลิเวอร์พูล เป็นทีมที่โคตรดึงดูด สามารถรั้งตัวซูเปอร์สตาร์ได้ แม้จะเหลือสัญญาเป็นปีสุดท้าย นักเตะก็ไม่ปล่อยรอย้ายฟรี ไปรับเงินก้อนโต

เพราะว่าหากย้ายออกไปก็ไม่มีอะไรการันตี ว่าคุณจะมีชื่อเสียง, ได้ลุ้นแชมป์ และความสำเร็จในทุกรายการเหมือนกับ หงส์แดง ในยุคนี้หรือยุค เจอร์เก้น คล็อปป์

และที่สำคัญเรื่องสถานะตำนาน ซึ่ง โม อาจจะเคยได้เห็นจากเคส คูตินโญ่ ที่เคยถูก เจอร์เก้น คล็อปป์ เตือนว่าหากย้ายออก คุณจะเป็นได้เพียงใครบางคนหรือ somebody แต่หากอยู่ในถิ่น แอนฟิลด์ ต่อคุณจะมีรูปปั้นติดสโมสร

 

และ ซาลาห์ ก็ไม่ได้เลือกทิ้งทีมเหมือนกับ คูตินโญ่ และที่สำคัญเราต้องไม่ลืมว่าสัมภาษณ์ทุกครั้ง โม ให้เกียรติและย้ำว่าอยากอยู่ต่อกับสโมสรมาโดยตลอด และยังวางตัวดีทั้งในและนอกสนาม

จากตอนแรกที่ดูเหมือนทีมจะต้องรอเสียสตาร์เบอร์หนึ่งไปแบบฟรี ๆ และต้องไปหาตัวแทน ซึ่งก็คงต้องใช้เงินไม่ต่ำกว่า 60-70 ล้านปอนด์ ยังไม่รวมถึงเรื่องสัญญา

แต่กลับกลายเป็นว่าสามารถต่อสัญญากับ ซาลาห์ ได้ รวมทั้งแพ็คเกจ 3 ปี ก็ราว ๆ 55 ล้านปอนด์ คุ้มกว่าเสียฟรีไปหาตัวแทนคนใหม่ ที่ไม่รู้จะแทนได้ไหมอย่างแน่นอน

และท้ายที่สุดจริง ๆ นี้ คงต้องบอกว่าใจหลักที่ทำให้เรื่องนี้สามารถจบแบบแฮปปี้ เอนดิ้งได้ คงเป็นเพราะ “ใจ” ที่ทั้งสองฝั่งก็ยังต้องการจะอยู่ด้วยกันต่อไป ขอแค่แต่ละฝั่งยอมถอยหลังให้กันคนละก้าว อะไร ๆ มันก็สามารถเดินหน้าต่อไปด้วยกันได้เสมอครับ.

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline