logo-pwa

เพิ่ม Khobsanam

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

ซึ่งคู่เปิดสนามก็เป็นศึก ลอนดอน ดาร์บี้ เลยล่ะครับ เป็นการพบกันระหว่าง คริสตัล พาเลซ จะเปิดบ้านต้อนรับการมาเยือนของ อาร์เซน่อล

คู่นี้จะน่าสนใจมากขนาดไหน ไปติดตามการวิเคราะห์ และ ความพร้อมกันครับ โดยเฉพาะ "ไอ้ปืนใหญ่" ที่ฟอร์มช่วงปรีซีซั่นสดใสไฉไลเหลือเกิน และ จะมีโอกาสเก็บ 3 แต้ม ขึ้นไปเป็นจ่าฝูงชั่วคราวก่อนหรือไม่ ไปติดตามกันครับ

- ผลงานช่วงปรีซีซั่น

ขออนุญาตเริ่มจากทางฝั่งทีมเยือนก่อนเลยนะครับ เพราะผลงานของ "ไอ้ปืนใหญ่" ต้องบอกเลยว่าเยี่ยมยอดกล้วยทอดสองถุงจริงๆ เพราะลูกทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ลงสนามในช่วงปรีซีซั่นไปทั้งสิ้น 5 นัด และ สะกดคำว่า "พ่ายแพ้" ไม่เป็นเลยสักเกมเดียว

ที่มันพิเศษไปกว่านั้น เพราะชัยชนะ 5 นัดของ อาร์เซน่อล มันไม่ธรรมดาเลยครับ ไล่ไปตั้งแต่ ชนะ เนิร์นแบร์ก 5-3 / ทุบ เอฟเวอร์ตัน 2-0 / กด ออร์แลนโด้ ซิตี้ 3-1 / ถล่ม เชลซี 4-0 และ ปิดท้ายด้วยการไล่อัดตัด เซบีย่า แบบเละเทะ 6-0

เท่ากับว่าตลอด 5 นัดในช่วงปรีซีซั่น ไอ้ปืนใหญ่ ซัลโวใส่คู่แข่งไปถึง 20 ประตู เฉลี่ยซัดได้ 4 ลูก ต่อ 1 นัด โดยเสียไปเพียงแค่ 4 ประตู เท่านั้น และ สามารถเก็บคลีนชีตได้ถึง 3 นัด นับว่าเป็นผลงานที่ทำเอาสาวก เดอะ กันเนอร์ส หัวใจเต้นรัวๆด้วยความดีอกดีใจ เพราะฟอร์มแบบนี้ บอกเลยว่าอนาคตสดใสรออยู่ โดยเฉพาะเป้าหมายที่อยากกลับไปเล่น ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก อีกครั้ง

ตัดมาที่ พาเลซ เจ้าบ้านกันบ้างครับ พวกเขาก็เดินทางมาเฉียดๆประเทศไทย อยู่เหมือนกันในช่วงปรีซีซั่น หลังเดินทางมาโม่แข้งที่ประเทศสิงค์โปร์ ลับเกือกกับ ลิเวอร์พูล ซึ่ง ปราสาทเรือนแก้ว ก็แพ้ไปด้วยสกอร์ 0-2 จากนั้นปต่อที่ประเทศออสเตรเลีย ก็พ่ายต่อ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ไปอีก 1-3 เรียกว่า 2 นัด โดนไปอิ่มๆ 5 ลูก

อย่างไรก็ตาม จากการที่แพ้ 2 ทีมยักษ์ใหญ่ พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ไปแล้วนั้น พวกเขาก็ไปเรียกความมั่นใจกลับมาได้ เพราะ 4 นัดต่อมา ก่อนจะเปิดซีซั่น พวกเขาไม่พ่ายให้กับทีมใดเลย มีชนะ จิลลิ่งแฮม 3-2 / เสมอ ลีดส์ ยูไนเต็ด 1-1 / ถล่ม ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส 3-0 และ ปิดท้ายด้วยการชนะ มงต์เปลลิเย่ร์ 4-2

- ความพร้อมทั้ง 2 ทีม

ต้องบอกว่าทางฝั่ง อาร์เซน่อล แทบจะสมบูรณ์เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์ ขาดเพียงแค่ เอมิล สมิธ-โรว์ คนเดียวเท่านั้น เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บบริเวณโคนขาหนีบ ส่วนข่าวดีพวกเขาจะได้ตัว คีแรน เทียร์นี่ย์, ทาเคฮิโร่ โทมิยาสุ และ ฟาบิโอ วิเอร่า ดาวเตะตัวใหม่ ที่ฟื้นตัวจากปัญหาเดี้ยง พร้อมกลับมาเป็นตัวเลือกให้ มิเกล อาร์เตต้า ให้ใช้งานจนสนุกมือ

ขณะที่ ตัวคีย์แมนของ ไอ้ปืนใหญ่ ชั่วโมงนี้ ต้องยกให้กับแข้งใหม่ของทีม นั่นก็คือ กาเบรียล เชซุส หัวหอกทีมชาติบราซิล ที่ไปดึงตัวมาจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ในช่วงซัมเมอร์นี้ เรียกว่าไม่ต้องปรับตัวอะไรเลย เล่นกลมกลืนกับเพื่อนๆได้ดีเหลือเกิน ประหนึ่งว่าอยู่กับทีมมานานหลายปี โดยผลงานส่วนตัวลงสนามให้กับไป 5 นัด ช่วงปรีซีซั่น กดไป 7 ประตู ซึ่งสามารถทำได้ 1 แฮตทริค

ดังนั้นไม่ต้องแปลกใจนะครับ ถ้าหากว่า อาร์เตต้า ส่ง เชซุส ลงสนามเป็นตัวจริง และ สามารถเบิกสกอร์แรกให้กับทีม บนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ทันที เพราะผลงานดีจริงอะไรจริง ขึ้นอยู่ที่ว่า มิเกล อาร์เตต้า จะเลือกใช้ระบบแบบไหน จะเป็น 3-4-3 แบบนัดเจอ เซบีย่า หรือ จะเป็น 4-2-3-1 แบบที่เคยใช้มาก่อนหน้านี้

ส่วน คริสตัล พาเลซ จะหมดสิทธ์ใช้งาน เจมส์ ทอมกิ้นส์ กองหลังมากประสบการณ์ เนื่องจากมีปัญหาบาดเจ็บกล้ามเนื้อ ขณะที่ แจ็ค บัตแลนด์ กับ แซม จอห์น สโตนส์ สองผู้รักษาประตูของทีม ก็จะไม่ได้ลงเฝ้าเสาเช่นกัน แต่ไม่น่ามีปัญหาอะไร เพราะ บิเซนเต้ ไกวต้า นายทวารตัวหลักอยู่แล้ว นอกเหนือจากนั้น พร้อมลงสนามทั้งหมด

ซึ่ง ปาทริค วิเอร่า กุนซือใหญ่ อาจจะยึดนักเตะจากชุดที่เอาชนะ มงต์เปลลิเย่ร์ 4-2 มาได้ ซึ่งตัวหลักๆของทีม ที่พร้อมจะพาสโมสร พิชิตชัยเหนือ อาร์เซน่อล เช่นกัน นำมาโดย วิลฟรีด ซาฮา แนวรุกตัวจี๊ดของทีม รวมถึง จอร์แดน อายิว กองหน้าตัวเก๋า ที่พร้อมจะกระซวกตาข่ายให้กับ ปราสาทเรือนแก้ว

- เกมนี้สำคัญกับ ปืนใหญ่ ขนาดไหน

เชื่อว่า สาวก เดอะ กันเนอร์ส คงกลัวอาถรรพ์นัดเปิดซีซั่นเหลือเกิน เพราะไม่ว่าจะเจอกับทีมใหญ่ หรือ ทีมเล็ก เชื่อไหมครับว่าพวกเขาออกสตาร์ทฤดูกาล 9 ครั้งหลังสุด เก็บชัยชนะไปได้เพียงแค่ 4 ครั้งเท่านั้น โดยแพ้ให้กับคู่แข่งถึง 5 ครั้ง โดยซีซั่นก่อนทะลึ่งไปแพ้กับ เบรนท์ฟอร์ด น้องใหม่ แบบช็อคคนดู ด้วยสกอร์ 0-2

ดังนั้น ด้วยความที่ อาร์เซน่อล ฟอร์มสวยหรูช่วงปรีซีซั่น มันจะมีเหตุผลอื่นไปไม่ได้เลย นอกเสียจากต้องไปเก็บ 3 คะแนน เท่านั้น และ ที่สำคัญต้องล้างอาถรรพ์จากการออกสตาร์ทซีซั่นอันย่ำแย่ออกไปให้ได้ เพราะถ้าคุณตั้งเป้าหมายจะติดท็อปโฟร์ เพื่อกลับไปเล่น ยูซีแอล การเปิดหัวด้วยชัยชนะย่อมเป็นสิ่งสำคัญจริงๆ

แต่มันไม่ใช่เรื่องง่ายหรอกครับ เพราะ คริสตัล พาเลซ ก็ไม่ใช่ขนมให้ใครมาเคี้ยวง่ายๆ และ ต้องไม่ลืมว่า ปาทริค วิเอร่า ก็เป็นอดีตกัปตันทีม อาร์เซน่อล อยู่ในชุดแชมป์ไร้พ่ายในตำนาน ย่อมรู้ไส้รู้พุงของทีมเป็นอย่างดี ซึ่งเมื่อฤดูกาลก่อนก็ทำให้เห็นแล้ว ด้วยการนำ ปราสาทเรือนแก้ว เปิดถิ่น เซลเฮิร์สท์ พาร์ค ถล่มใส่ ไอ้ปืนใหญ่ แบบกลับบ้านไม่ถูก 3-0

อีกหนึ่งสถิติที่น่าเกรงขามของ พาเลซ นั่นก็คือ เกมเปิดซีซั่น 4 ครั้งหลังสุด แพ้ไปแค่ 1 นัด เท่านั้น ที่เหลือชนะ 2 นัด และ เสมอ 1 นัด นอกจากนี้ย้อนกลับไปท้ายซีซั่นก่อน ช่วง 5 นัดหลังสุด ต้องบอกเลยว่า พาเลซ มีสถิติเล่นในบ้านตัวเองไม่ธรรมดาเลย เพราะไม่แพ้ให้กับใคร แบ่งเป็นชนะ 3 นัด และ เสมอ 2 นัด ชนิดที่เก็บคลีนชีตได้ทั้งหมด ดังนั้นพวกเขาก็ต้องการรักษาแต้มในบ้านเหมือนกัน

เชื่อเลยว่า ลอนดอน ดาร์บี้ นัดเปิดหัว พรีเมียร์ลีก อังกฤษ เดือดแน่นอน เพราะไม่มีใครยอมใครเป็นแน่แท้ แต่ถ้า อาร์เซน่อล ไม่สามารถเปิดหัวด้วย 3 คะแนน อีกรอบ รับรองว่าภาพวันเก่าๆที่อาจหลุดท็อปโฟร์ อาจเข้ามาถาโถมอีกครั้ง

ฮาย ฮาวดี้
 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline