background-defaultbackground-default
logo-pwa

เพิ่ม Khobsanam

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

แต่กระนั้นเกมรับยังคงเป็นปัญหาใหญ่ที่ ลิเวอร์พูล ยังแก้ไม่ตก เพราะกว่ากองหน้าจะยิงได้ เกมรับก็ดันมาเสียประตูง่ายๆอีก ซึ่งเกมเสมอ ไบรท์ตัน เป็นอะไรที่ชัดเจนมาก รวมถึงการเปลี่ยนตัวในเกมนี้ของ เจอร์เก้น คล็อปป์ ก็ถูกตั้งคำถามจากแฟนบอลเหมือนกัน 

เอาเป็นว่ามีประเด็นอะไรน่าสนใจให้ติดตามกันต่อ มารับชมรับฟังกันได้เลยครับ

- เกมรับ ลิเวอร์พูล เปื่อยยุ่ยเป็นกระดาษทิชชู่เปียกน้ำ

เกมรับ ลิเวอร์พูล เปื่อยยุ่ยเป็นกระดาษทิชชู่เปียกน้ำ คำนี้ไม่ใช่เรื่องเกินจริงเลยครับ เพราะพวกเขามักจะเสียประตูแบบง่ายๆ ขึงกดดันใส่คู่แข่งแทบตาย พอโดนบุกมา 1-2 ครั้ง กลับเสียประตูทันที ซึ่งก่อนหน้าจะเจอกับ ไบรท์ตัน พวกเขาเสียไปแล้ว 6 ประตู จากการเล่นแค่ 6 นัด

นัดเจอกับ ไบรท์ตัน ก็เช่นกัน เพียงแค่ 3 นาทีแรก ขุนพล หงส์แดง ก็เสียประตูแรกทันที ซึ่งเกิดขึ้นจากความผิดพลาดของพวกเขาเอง ที่เคลียร์กันไม่ขาด โดนตัดบอลได้ตรงหน้ากรอบเขตโทษ ก่อนจะเป็น แดนนี่ เวลเบ็ค ตอกส้นแอสซิสต์มาให้กับ เลอันโดร ทรอสซาร์ พริ้วหลบ เทรนท์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ ซัดด้วยซ้าย ผ่านมือ อลิสซอน เข้าไป

จากนั้นไม่นาน ไบรท์ตัน ก็ทำช็อคใส่สาวก เดอะ ค็อป อีกครั้ง โดย  เลอันโดร ทรอสซาร์ คนเก่งคนเดิม ซัดประตูที่ 2 ให้กับทีม ซึ่งแทบจะก็อปปี้จากลูกแรกมาเลย ถ้าไม่มี อลิสซอน เบ็คเกอร์ ช่วยเซฟแล้วล่ะก็ ช่วงประมาณ 25 นาทีแรก ลิเวอร์พูล อาจโดนมากกว่า 2 ลูกด้วยซ้ำ

แน่นอนว่า เทรนท์ จะถูกเป็นเป้าหมาย โดนแฟนบอลด่าเต็มโซเชี่ยล เกี่ยวกับเกมป้องกันของเขา เพราะมักจะเสียประตูทางฝั่งเขาอยู่บ่อยๆ โดยก่อนหน้านี้ก็มีดราม่าว่าสมควรติดทีมชาติอังกฤษ ไปเล่น ฟุตบอลโลก 2022 หรือไม่ หลังจาก แกเร็ธ เซาธ์เกต ตัดชื่อออกจากทีมในการเล่น ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก นัดสุดท้าย ที่เสมอกับ เยอรมัน 3-3

ถ้าใครได้ดูแบบสดๆตลอด 90 นาที จะเห็นเลยว่า ไบรท์ตัน เลือกเจาะแต่ฝั่งขวาของ ลิเวอร์พูล โดยเฉพาะตอนที่ หงส์แดง พลิกแซงนำ 3-2 ซึ่งมันได้ผลเลยด้วย เรียกว่า ขวาผ่านตลอด แต่นั่นแหละครับ ไม่ใช่แค่ เทรนท์ คนเดียวที่หลุดฟอร์ม

เพราะหลายๆคนของ ลิเวอร์พูล ก็ยัง งมหา ผลงานที่ดีที่สุดของตัวเองไม่เจอเหมือนกัน หลายๆคนมีข้อผิดพลาด จนสุดท้ายแล้วก็มาโดน ไบรท์ตัน ตามตีเสมอ 3-3 ซึ่งช็อตตี้ เฟอร์จิล ฟาน ไดค์ ก็สกัดบอลพลาด จนมาเข้าทาง ทรอสซาร์ ที่ยืนรออยู่ ส่งผลให้ 3 นัดหลังสุด หงส์แดง เสียประตูมากถึง 8 ประตู ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อล่ะครับ ถ้าไม่มี อลิสซอน ช่วยชีวิต คงโดนเยอะกว่านี้จริงๆ

- การเปลี่ยนตัวของ เจอร์เก้น คล็อปป์
ส่งผลหรือเปล่า ?

ก็แอบสงสัยนิดๆนะ เกี่ยวกับการเปลี่ยนตัวของ เจอร์เก้น คล็อปป์ อาจจะด้วยแท็คติค หรือ ต้องการปรับเปลี่ยนรูปแบบ ขณะที่ทีมพลิกแซงนำ 3-2 หลังตัดสินใจเปลี่ยนตัว โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ ออกจากสนาม และ ส่ง ดิโอโก้ โชต้า ลงมาแทน นาที 75

เรื่องคุณภาพของ ฟีร์มิโน่ กับ โชต้า ไม่มีใครสงสัยอยู่แล้ว เก่งพอๆกันทั้งคู่ แต่ชั่วโมงนี้ ฟีร์มิโน่ กำลังร้อนแรงเกินห้ามใจจริงๆ ซึ่งเขาก็เป็นคนยิง 2 ประตูให้กับ ลิเวอร์พูล ตามตีเสมอ ไบรท์ตัน 2-2 เรียกว่าความมั่นใจเรื่องการจบสกอร์กำลังมา เพราะ 4 นัดหลังสุด กดไปแล้ว 5 ประตู

ในขณะที่ ฟีร์มิโน่ กำลังกระหายที่จะทำแฮตทริค เพื่อหวังซัดปิดกล่องให้เกมมันจบๆไป แต่ทว่า คล็อปป์ ก็ตัดสินใจถอดเขาออก และ ส่ง โชต้า ลงมาแทน จริงๆการเปลี่ยนตามตำแหน่งไม่ผิดเลยครับ เพราะ คล็อปป์ ก็ทำอยู่บ่อยๆ แต่ชั่วโมงนี้ในบรรดากองหน้า หงส์แดง นั้น ฟีร์มิโน่ คือฮอตที่สุด ดังนั้นการเปลี่ยนตัวตำแหน่งนี้ จึงเกิดคำถามจากแฟนบอลขึ้นมา

นอกจากนี้อีกหนึ่งตำแหน่ง ที่แฟนบอลสงสัยต่อการเปลี่ยนตัวของ คล็อปป์ ก็คือการเอา เจมส์ มิลเนอร์ ลงมาเล่นเป็นแบ็กซ้าย แทนที่ คอสตาส ซิมิกาส ซึ่งท่านรอง ก็เคยเล่นตำแหน่งนี้ แต่มันไม่ใช่ตำแหน่งที่เขาถนัด เติมเกมรุกได้ไม่เป็นธรรมชาติอยู่แล้ว มีช็อตที่เจ้าตัวจ่ายพลาดด้วย บางทีการที่มีเกม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รออยู่ อาจทำให้ คล็อปป์ ตัดสินใจเลือกพักผู้เล่นบางตำแหน่งก็เป็นได้

- เลอันโดร ทรอสซาร์ ผู้ปราบ พญา หงส์แดง

แอนฟิลด์ ขึ้นชื่อว่าเป็นสังเวียน "นรกแห่งทีมเยือน" ไม่ว่าใครก็ตาม ที่บุกมาสนามแห่งนี้ มักเจอฝันร้ายกลับไป เพราะเสียงจากสาวก เดอะ ค็อป ดั่งสนั่นหวั่นไหว จนคู่แข่งอาจรู้สึกขี้หดตดหาย แต่ทฤษฎีที่ว่านั้น มันก็ใช้ไม่ได้เสมอไป และ เลอันโดร ทรอสซาร์ ก็ทำให้เห็นเป็นตัวอย่างในเกมนี้

ทรอสซาร์ ลุ้นแฮตทริค ตั้งแต่ 17 นาทีแรก หลังฝ่าแนวรับ ลิเวอร์พูล เข้าไปยิงผ่านมือ อลิสซอน ได้ทั้ง 2 ประตู ส่วนครึ่งหลังถึงแม้ผลงานจะเงียบๆไป เพราะไม่มีช่องว่างให้เขามากนัก แต่พอมีโอกาสก็ทำได้ทันที ด้วยการซัดด้วยซ้าย บอลกระดอนพื้นพุ่งเช็ดคานเข้าไป เป็นลูกตีเสมอ 3-3 นาที 83 ทำเอาสนาม แอนฟิลด์ แทบจะเงียบสงัด

ไม่แปลกใจเลยที่ ทรอสซาร์ ถูกเรียกไปติดทีมชาติเบลเยี่ยม แบบสม่้ำเสมอ ทั้งๆที่ เบลเยี่ยม เต็มไปด้วยแนวรุกคุณภาพทั่วยุโรป เพราะเขาทำให้เห็นว่าชั่วโมงนี้กำลังร้อนแรงสุดๆ โดยยิงในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ซีซั่นนี้ไปแล้ว 5 ประตู

เท่านั้นยังไม่พอ ทรอสซาร์ ได้จารึกชื่อตัวเองเอาไว้ว่า เป็นนักเตะคนที่ 3 ในประวัติศาสตร์ที่สามารถบุกมาซัดแฮตทริคได้ถึงถิ่นแอนฟิลด์ นับเฉพาะการแข่งขันบนเวที พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ต่อจาก ปีเตอร์ เอ็นด์โลวู อดีตกองหน้า โคเวนทรี ซิตี้ และ อังเดร อาชาร์วิน ตำนานมิดฟิลด์แห่งค่าย อาร์เซน่อล

- ท็อปโฟร์ ลิเวอร์พูล สั่นคลอน

แน่นอนว่า ฤดูกาลนี้ยังอีกยาวไกล เหลืออีกประมาณ 30-31 ให้ลงเล่น มันจึงพูดได้ว่า ลิเวอร์พูล ก็ยังมีโอกาสลุ้นแชมป์กับพวกบรรดาทีมบิ๊ก 6 เช่นกัน แต่กระนั้นถ้ามองโลกแห่งความเป็นจริง ไม่ต้องอวยยศอะไรให้มากความ ถ้าหาก หงส์แดง ยังมีผลงานเป็นเฉกเช่นนี้ บอกเลยว่าการลุ้นท็อปโฟร์ยังลำบาก

หลังจาก ลิเวอร์พูล ต่อยอดโครงการ ก้าวทีละแต้ม ทำให้ ลิเวอร์พูล ร่วงมาอยู่อันดับ 9 ของตาราง แข่ง 7 นัด มีเพียงแค่ 10 คะแนน ตามหลัง อาร์เซน่อล จ่าฝูง 11 แต้ม และ ห่างจาก ไบรท์ตัน ท็อป 4 ชั่วโมงนี้ อยู่ 4 คะแนน ไหนจะมี แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กับ เชลซี ที่แม้ยังไม่เข้าท็อปโฟร์ แต่อันดับก็เหนือกว่าพวกเขาในตอนนี้

ดังนั้นให้พูดกันตามตรง โอกาสลุ้นแชมป์สำหรับ ลิเวอร์พูล ยากเหลือเกินครับ เพราะปัญหาเกมรับ ดูแล้วไม่สามารถแก้ไขได้ ภายใน 1 หรือ 2 นัด ยิ่งเสมอกับ ไบรท์ตัน ก็ทำให้พวกเขาไม่สามารถทำแต้มแซงไปได้

ฉะนั้นต่อจากนี้แน่นอน การลุ้นท็อปโฟร์ คือสิ่งที่ลูกทีม เจอร์เก้น คล็อปป์ ต้องโฟกัสแล้วล่ะครับ โดยเฉพาะ 2 เกมถัดไป พวกเขาต้องเจอกับโปรแกรมสุดโหด ทั้งบุกไปเยือน อาร์เซน่อล และ กลับมาเปิดบ้านเจอกับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ถ้าไม่มี 3 แต้มให้เชยชมอีก บอกเลยว่าโควต้า ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก มีสั่นคลอนแน่นอนในซีซั่นนี้

ฮาย ฮาวดี้-

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline