background-defaultbackground-default
logo-pwa

เพิ่ม Khobsanam

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

ดังนั้นการที่ สิงโตคำราม ไล่ถล่ม นักรบเปอร์เซีย ไปถึง 6-2 มีสถิติน่าสนใจเกิดขึ้นหลายอย่าง จะมีอะไรบ้าง ไปติดตามกันเลยครับ
 

- จู๊ด เล่นเรียกค่าตัว

ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไมยักษ์ใหญ่ทั่วยุโรป ต่างต้องการได้ตัว จู๊ด เบลลิงแฮม มาร่วมทีม ไม่ว่าจะเป็น เรอัล มาดริด, ลิเวอร์พูล หรือ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะฝีเท้าของเจ้าหนูวัย 19 ปี มันเก่งเกินอายุจริงๆ โดยครั้งหนึ่ง แจ็ค กรีลิช เคยยกย่องไว้ว่า ไม่เคยเห็นเด็กดาวรุ่งที่เก่งขนาดนี้มาก่อน เหมือนเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่อยู่ใยช่วงพีคๆ

โดย จู๊ด เปิดสนาม ฟุตบอลโลก ให้กับทีมชาติอังกฤษ ได้อย่างโดดเด่น ทั้งเกมรุก และ เกมรับ ที่สำคัญเขาสอดขึ้นไปในกรอบเขตโทษ พร้อมกับโหม่งประตูเบิกร่องให้กับทีมชาติอังกฤษ ขึ้นนำ 1-0 ซึ่งลูกนี้ ส่งให้เจ้าตัวกลายเป็นแข้งอายุน้อยที่สุดอันดับ 2 ของ ทรี ไลอ้อนส์ ที่ซัลโวได้ ในศึก เวิลด์ คัพ รอบสุดท้าย ด้วยวัยเพียง 19 ปี 145 วัน เป็นรองเพียงแค่ ไมเคิ่ล โอเว่น ตำนานหัวหอก ที่เคยสร้างสถิติเอาไว้ ในศึก ฟุตบอลโลก 1998 ซึ่งตอนนั้นอายุ 18 ปี 190 วัน

นอกจากนี้ มีอีกหลายๆจังหวะ ที่เขาก็มีส่วนบิ๊วท์อัพ ช่วยให้ สิงโตคำราม ได้ประตูซัดใส่ อิหร่าน เรียกว่าฟอร์มแบบนี้ของ จู๊ด เบลลิงแฮม คงยึดตำแหน่งตัวจริงๆยาวๆ มีทั้งสถิติแท็คเกิ้ลชนะ 100 เปอร์เซ็นต์, เลี้ยงหลบคู่แข่ง 100 เปอร์เซ็นต์ และ มีการผ่านบอลแม่นยำถึง 97 เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นมารอดูกันเลยว่าช่วงตลาดซัมเมอร์ ค่าตัวของเขาจะอยู่แค่ 150 ล้านยูโร หรือเพิ่มเป็น 200 ล้านยูโร ตามข่าวล่าสุดที่ โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ ตั้งไว้หรือไม่

- บูกาโย่ ซาก้า On Fire

จากเคยเป็นแพะรับบาป ซัดจุดโทษไม่เข้า ทำให้ อังกฤษ เป็นแค่รองแชมป์ ยูโร 2020 แต่จากความผิดหวังครั้งนั้น เขาเก็บมันมาเป็นแรงผลักดัน ใส่ความมุ่งมั่น จนผลิดอกออกผลมาเป็น ผลงานอันยอดเยี่ยมกับ อาร์เซน่อล ที่เขามีส่วนสำคัญพาสโมสรขึ้นไปรั้งจ่าฝูง พรีเมียร์ลีก ก่อนจะต่อยอดมาถึงฟอร์มในทีมชาติอังกฤษ

เพราะ ซาก้า ทำผลงานได้อย่างเด็ดดวงเหลือเกิน เขาเล่นแต่ละจังหวะด้วยความมั่นใจ ปั่นป่วนแนวรับ อิหร่าน ได้อยู่ตลอด ก่อนจะเป็นผู้สังหาร 2 เม็ด ให้กับทัพ สิงโตคำราม ทั้งจังหวะ วอลเล่ย์เช็ดใต้คาน และ เลี้ยงตัดในซัดด้วยซ้ายเสียบเสาสองเข้าไป

จากการประเดิม ฟุตบอลโลก ด้วยการทำ 2 ประตู ของ ซาก้า ทำให้เขามีสถิติซัลโวในศึก เวิลด์ คัพ มากกว่าทั้ง เวย์น รูนี่ย์ และ พอล สโคลส์ สองตำนานแข้งทีมชาติอังกฤษ ที่ทำประตูในทัวร์นาเมนต์นี้ ไปเพียงแค่ 1 ลูก เท่านั้น พร้อมกับคว้ารางวัล แมน ออฟ เดอะ แมตช์ ไปครอง

และ ด้วยวัยเพียง 21 ปี ของ ซาก้า บวกกับ จู๊ด เบลลิ่งแฮม วัย 19 ปี ทำให้ อังกฤษ กลายเป็นชาติแรกในประวัติศาสตร์ ฟุตบอลโลก ที่มีนักเตะอายุต่ำกว่า 21 ปี ทำประตูได้ถึง 2 คน ใน 1 เกม

- แรชฟอร์ด ลงปุ๊บ ยิงปั๊บ

หลังจากที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต ตัดสินใจเปลี่ยนแนวรุกตัวสำรองทีเดียว 3 คนรวด ทั้ง ฟิล โฟเด้น, แจ็ค กรีลิช และ มาร์คัส แรชฟอร์ด ประมาณนาทีที่ 70 ของเกม ซึ่งเพียงแค่ 49 วินาที ที่อยู่ในสนาม ก็เป็น มาร์คัส แรชฟอร์ด สามารถยิงประตูให้กับทีมชาติอังกฤษ ขึ้นนำ 5-1 ได้ทันที

จากลูกนี้ ส่งผลให้ แรชฟอร์ด กลายเป็นตัวสำรอง ที่ทำประตู ด้วยการใช้เวลาน้อยที่สุด เป็นอันดับ 3 ตลอดกาลของศึก ฟุตบอลโลก พร้อมกับเป็นนักเตะอีก 1 คน ที่เปิดซิงลูกแรก บนเวที เวิลด์ คัพ ร่วมกับ จู๊ด เบลลิงแฮม, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, บูกาโย่ ซาก้า และ แจ็ค กรีลิช

- แฮร์รี่ เคน ไม่มีประตู แต่ผลงานโดนใจ

ถ้าหากใครไม่ได้ดูเกม 90 นาที และ ไม่เห็นมีชื่อ แฮร์รี่ เคน อยู่บนสกอร์บอร์ด ทั้งๆที่ อังกฤษ ยิงตั้ง 6 ประตู ก็อาจจะคิดได้ว่า เขาโดนประกบติด หรือ โชว์ฟอร์มไม่ออก ก็เป็นได้ แต่เปล่าเลย เขามีส่วนสำคัญมากเหลือเกิน 

เคน ได้ทำ 2 แอสซิสต์ให้กับทีม เริ่มจากการปาดเข้าในไปให้กับ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง และ จ่ายไปให้กับ มาร์คัส แรชฟอร์ด ทำประตู และ ยังเป็นตัวเช็ตจังหวะหลายๆช็อตให้กับทัพ สิงโตคำราม ดังนั้นการทำลายสถิติดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลทีมชาติอังกฤษ 53 ประตู ที่ เวย์น รูนี่ย์ เคยทำไว้ ยังต้องรอต่อไป โดย แฮร์รี่ เคน ตามหลังเพียงแค่ 2 ลูก เท่านั้น

แต่ต้องรอดูว่านัดต่อไป จะลงสนามได้หรือไม่ เพราะเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า เพิ่งถูกส่งตัวไปสแกนมาหมาดๆ คงต้องรอเช็คความฟิตอีกครั้ง ก่อนที่จะดวลกับ ทีมชาติสหรัฐอเมริกา

- สถิติอันยอดเยี่ยมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต

ถึงแม้ว่า แกเร็ธ เซาธ์เกต จะถูกด้อยค่าอยู่ไม่น้อย ว่ามือไม่ถึงที่จะพาทีมชาติอังกฤษ ประสบความสำเร็จในระดับนานาชาติ ทั้งๆที่เขาเคยสร้างผลงานนำทัพ สิงโตคำราม ผ่านเข้าไปถึงรอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2018 และ รอบชิงชนะเลิศ ยูโร 2020

แต่ด้วยฟอร์มช่วงหลังของทีมชาติอังกฤษ ที่สะบักสะบอม ไม่ชนะใครมาถึง 6 นัด ก่อนเริ่ม ฟุตบอลโลก 2022 อีกทั้งยังต้องร่วงไปอยู่ ลีก B ในศึก ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก ดังนั้นจึงเกิดคำถามที่ว่า เซาธ์เกต จะพาทีมไปได้สักกี่น้ำ ในศึก เวิลด์ คัพ หนนี้

อย่างไรก็ตาม เซาธ์เกต ก็ตอบคำถามเหล่านั้น ด้วยผลงานพา อังกฤษ ถล่มเอาชนะ อิหร่าน 6-2 ทำให้เขาคว้าชัยชนะระดับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ ทั้ง ยูโร และ ฟุตบอลโลก มากถึง 9 นัด มากกว่ากุนซือทีมชาติอังกฤษ คนก่อนๆ โดยแซงหน้า เซอร์ อัลฟ์ แรมซี่ย์ ตำนานเฮดโค้ช ที่เคยพา สิงโตคำราม คว้าแชมป์ เวิลด์ คัพ 1966 ไปแล้วเรียบร้อย

ฮาย ฮาวดี้

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline