background-defaultbackground-default
logo-pwa

เพิ่ม Khobsanam

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

ซึ่งเกมนี้ ฮีโร่ผู้พาทัพ แซมบ้า เก็บ 3 คะแนน ประเดิมศึก ฟุตบอลโลก 2022 นั่นก็คือ ริชาร์ลิซอน ที่สวมวิญญาณการยิงแบบสไตล์ โรนัลโด้ ตำนานโล้นทองคำ ตอกกลับคำวิจารณ์ได้อย่างหมดจด แต่ก็มีเรื่องที่แฟนบอลต้องรอลุ้นเกี่ยวกับ เนย์มาร์ เช่นกัน เอาเป็นว่าจะมีประเด็นอะไรน่าสนใจให้พูดถึงกันบ้าง ไปติดตามกันเลยครับ

- เหตุผลที่เรียก ริชาร์ลิซอน

ริชาร์ลิซอน ถูกวิจารณ์อย่างหนัก กับการถูกเรียกมาติดทีมชาติบราซิล ลุยศึก ฟุตบอลโลก 2022 เพราะตั้งแต่ออกสตาร์ทซีซั่น เขาแทบไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอันกับ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ เลยสักนิด ลงเล่นไป 10 นัด ยิงไม่ได้แม้แต่ประตูเดียว ทำให้มีดราม่าเกิดขึ้นว่า โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ กองหน้าจาก ลิเวอร์พูล สมควรติดธง แซมบ้า มากกว่าหรือเปล่า

แต่แล้ว ริชาร์ลิซอน ก็ตอบทุกคำถาม ด้วยการโชว์ผลงานให้เห็นในสนาม ว่าทำไม ติเต้ ถึงต้องเรียกเขามาลุย ฟุตบอลโลก ซึ่งถึงแม้เขาจะไม่ได้มีส่วนร่วมกับการสร้างสรรค์เกมรุกมากนัก เพราะนั่นมันหน้าที่ของพวก เนย์มาร์, วินิซิอุส จูเนียร์ และ ราฟินญ่า แต่เมื่อถึงหน้าที่จบสกอร์ เขาก็ไม่ทำให้ผิดหวัง

เพราะ ริชาร์ลิซอน เหมาคนเดียว 2 ประตูให้กับทีมชาติบราซิล โดยเฉพาะลูกขึ้นนำ 2-0 เขาได้โชว์ลูกยิงอันลือลั่น เป็นแบบฉบับสไตล์แซมบ้าขนานแท้ หลังจับบอลด้วยเท้าซ้าย ก่อนจะกระโดดหมุนตัวฮาล์ฟวอลเล่ย์ ด้วยเท้าขวา บอลพุ่งเสียบตาข่ายเข้าไปอย่างสวยงาม เป็นหนึ่งในประตูแห่งทัวร์นาเมนต์ได้เลย

เรียกว่า ฟุตบอลโลก ครั้งแรกของ ริชาร์ลิซอน ก็ทำให้ผู้คนจดจำทันที และ จาก 2 ประตูที่เขาทำได้ ทำให้มีสถิติยิงประตูในศึก เวิลด์ คัพ เท่ากับ โรนัลดินโญ่ ตำนานจอมทัพแห่ง แซมบ้า ได้แล้วเช่นกัน นอกจากนี้นี่คือประตูที่ 9 ของ ริชาร์ลิซอน กับการเล่นให้ทีมชาติบราซิล 7 นัดหลังสุด บอกเลยว่าโคตรโหดกระโดดยิง

- เนย์มาร์ ยังต้องรอการทำสถิติเทียบเท่า เปเล่

เนย์มาร์ จอมทัพทีมชาติบราซิล ผู้ผิดหวังกับ ฟุตบอลโลก มาแล้ว ทั้งปี 2014 และ 2018 ซึ่ง 2 ครั้งนั้น เจอทั้งอาการบาดเจ็บกลางทัวร์นาเมนต์ ไหนจะสภาพความฟิตของเขาไม่เต็ม 100 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งยังโดนวิจารณ์เรื่องการเป็นจอมพุ่งล้มอีกต่างหาก แต่กระนั้น เนย์มาร์ ก็ยังอุตส่าห์ซัลโวบนเวที เวิลด์ คัพ ไปแล้ว 6 ลูก 

มา ฟุตบอลโลก ครั้งนี้ เขาพกความฟิตมาเต็มกระเป๋า พร้อมกับบทบาทใหม่ ที่ถอยมาเป็นจอมทัพ เล่นแบบฉบับเพลย์เมกเกอร์เต็มตัว มีอิสระเกมรุกอย่างเต็มที่ และ ทั้ง 2 ประตูที่ บราซิล ยิงใส่ เซอร์เบีย ก็มีจุดเริ่มต้นมาจาก เนย์มาร์ ทั้งหมด ทว่าบทบาทนี้เขาโดนคู่แข่งไล่เตะเยอะมาก ตลอด 90 นาที โดนทำฟาวล์ไปมากถึง 9 ครั้งด้วยกัน

แต่จากการที่ เนย์มาร์ ไม่มีชื่ออยู่บนสกอร์บอร์ด ทำให้เขายังต้องตามหาโอกาสทำสถิติขึ้นแท่นดาวซัลโวสูงสุดตลอดกาลของทีมชาติบราซิล เพื่อเทียบเท่ากับ เปเล่ ที่ทำไว้จำนวน 77 ลูก ต่อไป โดยตอนนี้ดาวเตะจาก ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ซัดไปแล้ว 75 ตุง ขอเพียงแค่อีก 2 ลูก จะเป็นอันดับ 1 ร่วมทันที ต้องมารอดูว่ามันจะเกิดขึ้นบนเวที ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ หรือไม่

เพราะสิ่งที่ตอนนี้แฟนบอลทีมชาติบราซิล ต้องกังวลคืออาการบาดเจ็บเข้ามาเล่นงาน เนย์มาร์ อีกครั้ง หลังจากเจ้าตัวมีอาการบาดเจ็บบริเวณข้อเท้า และ ต้องช่วยกันประคบตั้งแต่ถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนาม ถ้าหากปัญหาเดี้ยงหนักล่ะก็ จะเป็นข่าวร้ายสำหรับทัพ เซเลเซา อย่างแน่นอน

- ผลงานบราซิล ยุค ติเต้ ยังแรงไม่ตก

นับตั้งแต่ แซมบ้า เจอกับความผิดหวัง พ่ายให้กับ อาร์เจนติน่า ในนัดชิงชนะเลิศ โคปา อเมริกา 2021 ทว่าหลังจากนั้น ติเต้ ได้ขุน บราซิล ขึ้นมาใหม่ ให้มันไฉไลกว่าเดิม โชว์ผลงานที่ต้องเรียกว่า "มาสเตอร์พีซ"

เพราะหลังจากไล่ต้อน เซอร์เบีย 2-0 ทำให้ 16 นัดหลังสุด บราซิล สะกดคำว่า "แพ้" ไม่เป็น โดยชนะได้ถึงมาก 13 เกม หลุดเสมอไปเพียงแค่ 3 นัด เท่านั้น พร้อมกับการกระซวกไส้คู่แข่งได้มากถึง 40 ประตู เสียไปเพียงแค่ 5 ลูก และ เก็บคลีนชีตได้ถึง 11 นัด 

ด้วยฟอร์มแบบนี้ ไม่แปลกใจเลยว่า ทำไม ฟุตบอลโลก 2022 ถึงยกให้ บราซิล เป็นเต็ง 1 คว้าแชมป์ ทุกอย่างมันดูยอดเยี่ยมไปหมด ตั้งแต่ผู้รักษาประตู ไปยันกองหน้า ทว่า เวิลด์ คัพ มันมี เสือ สิงห์ กระทิง แรด เต็มไปหมด ต้องมารอดูกันว่า ขุนพล แซมบ้า จะไปถึงฝั่งฝันหรือไม่

- เซอร์เบีย อาจซ้ำรอย ตกรอบแบ่งกลุ่ม

นับตั้งแต่ เซอร์เบีย แยกประเทศออกมา ไม่ได้ใช้ชื่อ ยูโกสลาเวีย หรือ เซอร์เบีย แอนด์ มอนเตเนโกร แบบยุคอดีต .. พวกเขาผ่านเข้ามาเล่น ฟุตบอลโลก รอบสุดท้าย ครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 3 โดย 2 ครั้งก่อนหน้านี้ ต้องจบลงด้วยการตกรอบแบ่งกลุ่ม แบบอีหรอบเดิม คือชนะได้แค่ 1 นัด และ แพ้ 2 นัด

ซึ่งคราวนี้ ก็มีโอกาสที่ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย เพราะพวกเขาประเดิมด้วยการแพ้ต่อ บราซิล 0-2 ดังนั้นนัดต่อไปที่จะพบกับ แคเมอรูน ถือว่าสำคัญมาก โดยเกมแรกแพ้มาทั้งคู่ หมายความว่า เซอร์เบีย จะต้องชนะสถานเดียว เพื่อต่อลมหายใจในการลุ้นเข้ารอบ

แน่นอน เซอร์เบีย ภาษีดีกว่า แคเมอรูน เพราะนักเตะหลายๆคนค้าแข้งอยู่ในลีกชั้นนำทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น ดูซาน วลาโฮวิช, อเล็กซานดาร์ มิโตรวิช, ดูซาน ทาดิช หรือ เซอร์เกย์ มิลินโควิช-ซาวิช เป็นต้น แต่อย่างที่บอก นี่คือ ฟุตบอลโลก อะไรก็เกิดขึ้นได้ มารอดูกันว่าขุนพลชาวเซิร์บ จะยังมีโอกาสลุ้นสร้างประวัติศาสตร์ ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ได้หรือเปล่า

ฮาย ฮาวดี้
 

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline