background-defaultbackground-default
logo-pwa

เพิ่ม Khobsanam

ลงในหน้าจอหลักของคุณ

ติดตั้ง
ปิด

และ เกือบจะมีดราม่าเขี่ย 2 ยักษ์ใหญ่ อย่าง สเปน และ เยอรมัน กระเด็นตกรอบแบ่งกลุ่ม ไปแบบช็อคโลก อยู่แล้ว เพราะมันมีช่วงที่ ญี่ปุ่น และ คอสตาริกา ขึ้นนำพร้อมๆกัน

แต่กระนั้นเรื่องราวก็พลิกไปพลิกมา มีเซอร์ไพรส์เกิดขึ้นมากมาย แตกต่างจากสิ่งที่บรรดากูรู หรือ แฟนบอลคาดคิดเอาไว้อย่างสิ้นเชิง เอาเป็นว่า เวิลด์ คัพ กลุ่มนี้ แต่ละทีมมีอะไรต้องพูดถึง ทีมที่ผ่านเข้ารอบไปเจอ และ ทีมที่ตกรอบผลงานเป็นแบบไหน ไปสรุปสถานการณ์ของกลุ่มนี้กันครับ

- สเปน เกือบช็อค หวิดตกรอบแบ่งกลุ่ม

จากชัยชนะของทีมชาติสเปน ที่ไล่ถล่ม คอสตาริกา แบบเละเทะ 7-0 ทำให้พวกเขาแทบจะตีตราจองผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายไปแล้ว อีกทั้งเสมอกับ เยอรมัน มาอีก 1-1 ดังนั้นนัดสุดท้ายที่เจอกับ ญี่ปุ่น ขอแค่ผลเสมอเป็นอย่างน้อย ก็จะจบเป็นอันดับ 1 ของกลุ่มอย่างแน่นอน

มุมเดียวที่ สเปน จะตกรอบก็คือแพ้ ญี่ปุ่น ส่วนอีกคู่ต้องเป็น คอสตาริกา สร้างปาฏิหาริย์ พลิกล็อคเอาชนะ เยอรมัน ซึ่งก่อนเริ่มการแข่งขัน ทางทฤษฎีสามารถเป็นไปได้ แต่ทว่าทางปฏิบัติแทบไม่มีโอกาสเกิดขึ้น ทุกอย่างเป็นไปตามคาด สเปน นำ ญี่ปุ่น 1-0 ตั้งแต่ 11 นาทีแรก จาก อัลบาโร่ โมราต้า ที่ขึ้นนำเป็นดาวซัลโวร่วม ด้วยจำนวน 3 ประตู 

แต่ความเดือดดาลของเวที ฟุตบอลโลก ทุกอย่างสามารถเกิดขึ้นได้หมด เพราะใครจะเชื่อล่ะว่า สเปน จะมาโดนแข้ง ซามูไร พลิกแซงนำ 2-1 ช่วงครึ่งหลัง ในเวลาห่างกันแค่ 3 นาที เท่านั้นยังไม่พอ เพราะมีเรื่องราวช็อคโลกเกิดขึ้น เมื่อ คอสตาริกา พลิกแซงนำ เยอรมัน 2-1 ถ้าหากจบแบบนั้น ทั้ง กระทิงดุ และ อินทรีเหล็ก เตรียมกอดคอตกรอบพร้อมกันทั้งคู่

วินาทีนั้นแฟนบอล สเปน หน้าเสียกันหมดแล้ว เพราะไม่มีทีท่าเลยว่าทีมจะไล่ตามตีเสมอ ญี่ปุ่น ได้ อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้ใบบุญจาก เยอรมัน เนื่องจาก อินทรีเหล็ก พลิกกลับมาแซงเอาชนะ คอสตาริกา 4-2 กลายเป็นส่งผล กระทิงดุ เข้ารอบไปโดยปริยาย ต่อให้มี 4 แต้มเท่ากัน แต่กินบุญเก่าจากลูกได้เสีย +6

สุดท้าย สเปน จบเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม อี จะผ่านเข้าไปพบกับ โมร็อกโก ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย แต่การจบเป็นรองแชมป์กลุ่มไม่ใช่เรื่องดีเอาเสียเลย เพราะทำให้ กระทิงดุ หล่นมาอยู่สายที่เชื่อมโยงกับพวก อังกฤษ, ฝรั่งเศส และ อาจรวมไปถึง โปรตุเกส ถ้าหากผ่านเข้าไปรอบลึกๆ ดังนั้นการเป็นแชมป์ไม่ง่ายแน่นอน

- ญี่ปุ่น ทีมจอมสร้างเซอร์ไพรส์แห่ง ฟุตบอลโลก

การที่ทีมชาติญี่ปุ่น ถูกจับมาอยู่สายเดียวกันกับ สเปน และ เยอรมัน บรรดาเหล่ากูรู หรือ แฟนฟุตบอลส่วนใหญ่ ก็มองว่า ไม่น่ารอด และ น่าเสียดายความสามารถของนักเตะแดนปลาดิบ ไม่น่ามาอยู่ในกลุ่มที่แข็งเคี้ยวขนาดนี้

แต่ใครจะเชื่อล่ะครับ ญี่ปุ่น เริ่มต้น ฟุตบอลโลก 2022 ด้วยการสร้างเซอร์ไพรส์ ตบคว่ำ เยอรมัน ด้วยการพลิกแซงเอาชนะ 2-1 เรียกว่าผลงานของพวกเขาถูกแซ่ซ่องไปทั่วโลก จากโอกาสกระเด็นตกรอบ กลายเป็นเข้ารอบแบบสดใส ขอเพียงแค่ไปชนะ คอสตาริกา ให้ได้ 

ญี่ปุ่น บุกกดอยู่ฝั่งเดียว พยายามจะเอาชนะ คอสตาริกา ให้ได้ จากรูปเกมไม่มีมุมไหนเลยที่พวกเขาจะแพ้ แต่ปาฏิหาริย์ไม่ได้เกิดขึ้นแค่กับพวกเขาทีมเดียว เพราะเป็น คอสตาริกา บุกสวนมาตูมเดียว ยิงเอาชนะ ญี่ปุ่น 1-0 ได้อย่างเหลือเชื่อ ทำเอาชัยชนะเหนือ เยอรมัน แทบไม่มีความหมาย

นัดสุดท้ายที่ต้องเจอกับ สเปน ผลเสมออาจไม่เพียงพอ ถ้าหาก เยอรมัน ไล่ถล่ม คอสตาริกา ดังนั้นทางเดียวที่จะผ่านเข้ารอบ แบบไม่ต้องยืมจมูกคนอื่นหายใจ คือต้องเอาชนะ กระทิงดุ ให้ได้สถานเดียว ซึ่ง 45 นาทีแรก ต้องบอกว่า ขุนพล ซามูไร เป็นรอง สเปน หลายขุม ต่อบอลสู้ไม่ได้ โอกาสยิงก็แทบน้อยนิด แถมตามหลัง 0-1 โอกาสตกรอบสูงมาก

อย่างไรก็ตาม เรื่องโคตรเซอร์ไพรส์เกิดขึ้น เมื่อตัวสำรองอย่าง ริทซึ โดอัน ยิงตีเสมอ 1-1 นาที 48 จากนั้นสนามแทบแตกเพราะ 3 นาทีให้หลัง อาโอะ ทานากะ มายิงแซงนำ 2-1 จากลูกปาดที่ยังไม่ออกหลัง คาบเส้นแบบมิลลิเมตรของ คาโอรุ มิโตะมะ เข้าไป ก่อนจะรวมพลังช่วยกันยันสกอร์ พร้อมเก็บ 3 แต้มสำคัญ ตีตั๋วเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ได้อย่างเหลือเชื่อ เอาชนะทั้ง เยอรมัน และ สเปน ไปได้ มารอดูกันว่ารอบต่อไปเจอกับ โครเอเชีย จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้อีกหรือไม่

- คอสตาริกา ตกรอบแบบได้ใจ

ถึงแม้ว่า คอสตาริกา จะต้องกระเด็นตกรอบ แต่การตกรอบของพวกเขามันได้ใจแฟนบอลจริงๆ เพราะ คอสตาริกา แสดงให้เห็นถึงความเป็นนักสู้ ไม่มีวันยอมแพ้ พร้อมกับลบล้างภาพความทรงจำว่าเป็นทีมแจกแต้ม จากการแพ้ สเปน 0-7 ในนัดแรกไปจนหมดสิ้น

คอสตาริกา เป็นเหมือนทีมที่โดนโยนลงหลุมฝังศพไปแล้ว แต่ถูกฉุดขึ้นมาจากขุมนรก เพราะสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด คือดันทะลึ่งเอาชนะ ญี่ปุ่น ไปได้ด้วยสกอร์ 1-0 ทำให้พวกเขายังมีโอกาสสร้างปาฏิหาริย์ผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ได้เหมือนกัน พวกพลิกเอาชนะ เยอรมัน ไปได้

แต่มีใครกล้าคิดไหมครับว่า คอสตาริกา จะพลิกนรกเอาชนะ เยอรมัน ผ่านเข้ารอบได้จริงๆ ? ยิ่ง คอสตาริกา โดนนำ 0-1 ตั้งแต่ 10 นาทีแรก ก็แทบเป็นคำตอบชัดเจนแล้วว่า พวกเขาคงไม่ได้ไปต่ออีกแล้ว ในศึก ฟุตบอลโลก 2022

อย่างไรก็ตาม คอสตาริกา สวมวิญญาณความเป็นนักสู้ สร้างเรื่องสั่นสะเทือนไปทั่วโลกช่วงขณะหนึ่ง เมื่อตามตีเสมอ 1-1 นาที 58 และ พลิกนำ เยอรมัน 2-1 นาที 70 จบแบบนั้นไม่ต้องรอผลอีกคู่ พวกเขาจะได้ผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบปาฎิหาริย์

ทว่าสุดท้ายแล้ว ก็ไม่อาจต้านทานความแข็งแกร่งของ เยอรมัน ไปได้ สุดท้าย คอสตาริกา พ่ายไป 2-4 ตกรอบแบ่งกลุ่มไปตามคาด แต่เป็นการตกรอบแบบได้ใจแฟนบอล เพราะพวกเขาสู้สุดใจจริงๆ แม้เป็นรองแบบสุดกู่ก็ตาม

- เยอรมัน น้ำตาเช็ดหัวเข่า นั่งเศร้าร่วง ฟุตบอลโลก

หลังจาก เบลเยี่ยม ทีมอันดับ 2 ของโลก ตาม ฟีฟ่าแรงกิ้ง ร่วงตกรอบ ฟุตบอลโลก 2022 ฟากฝั่ง เยอรมัน ก็ไม่ยอมน้อยหน้า เมื่อพวกเขากลายเป็นยักษ์ใหญ่ทีมที่ 2 ที่ต้องจอดป้ายหยุดอยู่แค่รอบแบ่งกลุ่มเท่านั้น

ตลอด 3 นัด ปัญหาของ เยอรมัน ภายใต้การคุมทีมของ ฮันซี่ ฟลิค มีอะไรให้พูดถึง และ ต้องกลับไปแก้ไขเต็มไปหมด โดยเฉพาะจังหวะจบสกอร์ของบรรดาตัวรุก เพราะต่อให้จะพลิกกลับมาถล่มเอาชนะ คอสตาริกา 4-2 แต่เป็นการชนะที่ต้องใช้คำว่า "เป่าปาก" และ ไม่เพียงพอต่อการเข้ารอบด้วยซ้ำ เนื่องจากแพ้ลูกได้-เสีย อีกทั้ง ญี่ปุ่น ไปชนะ สเปน มาด้วย ถามว่า สเปน วางงานหรือไม่ ไม่ทราบได้ เป็นสิ่งที่พวกเราคิดกันไปเอง 

แต่แมตช์ที่ เยอรมัน ควรจะเขกกะโหลกตัวเองมากที่สุดก็คือ นัดช็อคโลกพ่ายให้กับ ญี่ปุ่น 1-2 ทั้งๆที่ครึ่งแรกครองเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จ เพียงแค่ไม่สามารถเพิ่มสกอร์ให้เป็น 2-0 หรือ มากกว่านั้นไปได้ มิเช่นนั้นคงไม่ออกมาแบบรูปแบบนี้ หรืออย่างนัดที่เสมอกับ สเปน 1-1 ช่วงท้ายเกม เลรอย ซาเน่ ก็ได้หลุดเดี่ยว แต่ตัดสินใจไม่ได้ดี จึงพลาดประตูชัย หรือว่าการขาด ติโม แวร์เนอร์ กองหน้าตัวเป้า จะส่งผลมาถึงเรื่องการจบสกอร์

ส่วนเกมรับ นี่คือสิ่งที่ เยอรมัน ก็มีปัญหามากมายเช่นกัน นับตั้งแต่ อันโตนิโอ รูดิเกอร์ ไปวิ่งท่ากวนโอ้ยกับนักเตะญี่ปุ่น หลังจากนั้นก็เสียประตูมาทุกนัด ขนาดเจอ คอสตาริกา ยังโดนยิงไป 2 ประตู และ หวิดแพ้ด้วยซ้ำ

จากการตกรอบแบ่งกลุ่ม ฟุตบอลโลก 2 สมัยซ้อน สิ้นลายแชมป์เก่าเมื่อปี 2014 คงมีการสังคายนาครั้งใหญ่ สำหรับนักเตะทีมชาติเยอรมัน เพราะผลงานแบบนี้ รุ่นเก่าอาจต้องผลัดใบ  เพื่อให้พวกรุ่นใหม่ก้าวขึ้นมา การตกรอบแบ่งกลุ่ม แบบที่คู่แข่งไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรง เชื่อว่าเป็นสิ่งที่แฟนบอลรับไม่ได้อย่างแน่นอน

ฮาย ฮาวดี้

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติมของ ขอบสนาม
logoline