มาทำไมเนี่ย! 5 แข้งสัญชาติไทย ย้ายผิดทีม 2018

ว่ากันว่าชีวิตฟุตบอลหนีไม่พ้น 3 เรื่อง 1.ผลการแข่งขัน 2.บทสัมภาษณ์หลังเกม และ 3.ความเคลื่อนไหวข่าวคราวการย้ายทีม

หากเทียบ 3 ปัจจัยในข้างต้นที่เลือกหยิบยกมา การย้ายทีมคือประเด็นใหญ่เพียงพอจะทำให้นักฟุตบอลอาชีพ คนหนึ่งยอมเลือกไปรับเงินเดือนมากกว่า และได้โอกาสลงเล่นกับทีมใหญ่พร้อมจะยกศักยภาพของตนเอง แต่หากตรงกันข้ามละ นั่งตบยุงสำรองข้างสนาม คงมีความสุขในการรับเงิน แต่ความสุขแรงจูงใจหดหายไป

ไทยลีก 2018 มีนักบอลสัญชาติไทย เลือกย้ายทีมมากมาย แต่พบว่าตนเองล้มเหลวในการยึดตัวจริง ในระยะเวลาเพียง3 เดือนเศษเมื่อผ่าน 15 เกมแรก ทีมงานขอบสนามขอคัดเลือก 5 แข้งแดนปลาแดก ที่เข้าข่ายย้ายผิดทีมประจำไทยลีก 2018

1.เอกลักษณ์ ทองกริต (บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด)

นี่คือดีลการย้ายทีมที่สร้างความงุนงงพอควร เมื่อบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่ช่วงหลังไม่มีนโยบายดึงผู้เล่นไทยอายุเกินเลข 3 มาร่วมทีม กับเปิดตัว เอกลักษณ์ ทองกริต แบ็คซ้ายจากราชบุรี มาร่วมทีมปราสาทสายฟ้า เพื่อแย่งชิงตำแหน่งวิงแบ็คฝั่งซ้ายร่วมกับ กรกช วิริยอุดมศิริ ผู้ครองสัมปทานเบอร์1

ทว่าเอาเข้าจริงแบ็คจอมเก๋าวัย 34 ปี ไม่เคยเข้าใกล้คำว่าตัวจริงเลย 1 เกมสำรองในไทยลีก และ อีก 1 สำรองในเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ ลีก จนยังคิดเล่นๆเลยว่า ย้ายมาตามฝันกับสโมสรใหญ่หรือมาผิดทีมกันแน่

2.พงศ์ปณต นาคนายม (โปลิศ เทโร)

เมื่อสก็อตต์ คูเปอร์ โยกมารับจ็อบกับโปลิศ เทโร เขาจึงหอบหิ้วลูกน้องเก่าในทีมอุบล ยูเอ็มที มาด้วยหลายราย รวมถึง พงศ์ปณต นาคนายม โดยมีเป้าหมายหลักคือยึดมือ1

แต่ว่าการมาของ นนท์ ม่วงงาม คู่แข่งดาวรุ่งดีกรีทีมชาติ21 ปี ทำให้ต้องหลีกทาง ทว่าเมื่อผ่าน 7 เกมแรกในลีก บอร์ดบริหารมังกรโล่เงิน เด้ง คูเปอร์ และทีมงานออกไป ทำให้มือกาววัยเฉียดเลข4 จึงมีสถานะไปตบยุงข้างสนามแทน

3.วรวุฒิ นามเวช (การท่าเรือ เอฟซี)

เซ็นเตอร์แบ็คดาวรุ่งจากจังหวัดภูเก็ต ผู้ลงเป็นตัวจริงในเกมนัดชิงฟุตบอลชายซีเกมส์ 2017 กับมาเลเซีย และหยิบเหรียญทองกลับแดนสยาม ไม่น่าเชื่อว่าไม่ถึง 1 ปี ชีวิตของวรวุฒิ จะแปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว

การท่าเรือ เอฟซี เสริมทัพวันสุดท้ายของตลาดซื้อขายเลกแรก ปิดดีลสลับขั้วแลกยืมตัวกับทางสิงห์เชียงราย ยูไนเต็ด  ระหว่างวรวุฒิ กับบายรัม เนบิญ่า

ไปๆมาๆชีวิตในถิ่นแพท สเตเดี้ยม วรวุฒิ กลับไม่เคยสร้างความประทับใจให้แก่กุนซือ จเด็จ มีลาภเลย และได้โอกาสเล่น 1 เกมในฐานะตัวสำรองเท่านั้น

4.สุรเชษฐ์ งามทิพย์ (ทรูแบ็งค็อก ยูไนเต็ด)

ดาวเตะจอมฟิต ตัดสินใจบอกลาการรับใช้ชัยนาท ฮอร์นบิล อันยาวนาน 6 ปี เพื่อซบอกแข้งเทพ ช่วงปลายปี 2017 พร้อมความหวังสอดแทรกเป็นตัวจริงในทีมใหญ่

แต่เจ้าดราฟฟ์ กลับพบตัวเองว่าเป็นได้แค่อะไหล่ในทีมดังย่านปทุมธานีเท่านั้น เมื่อได้โอกาสลงเล่นแบบจำกัดจำเขี่ย 2 นัดในไทยลีก และสังหาร 1 ประตูในเกมพบราชนาวี นี่คงเป็นเหตุผลเพียงพอว่า เขาย้ายมาผิดทีมจริงๆ

5.สิทธิโชค กันหนู (ทรูแบ็งค็อก ยูไนเต็ด)

ผู้เล่นอีกรายจากทีมแข้งเทพ มีชะตาไม่ต่างจากสุรเชษฐ์ คือย้ายมาพร้อมความคาดหวังมากมายแต่ไม่ได้ใกล้เคียงกับความจริง  “ไอซ์” มาสู่ชายคาทรู สเตเดี้ยม ในฐานะดีลแลกเปลี่ยนกับ ศศลักษณ์ ไหประโคน ที่ข้ามฝากไปอยู่กับบุรีรัมย์

เสื้อยูนิฟอร์มหมายเลข 23 กลับถูกมาโน่ โพลกิ้ง กุนซือใหญ่เรียกใช้งานเพียงแค่ 2 เกม ในฐานะสำรองเท่านั้น หัวหอกเด็กปั้นบุรีรัมย์ กลับเบียดตำแหน่งตัวจริงสู้ร็อบสัน และ วานเดอร์ คู่หูบราซิเลี่ยนได้เลย จนเกิดคำถามตามมาว่าเอ็งย้ายมาทีมมาทำไมวะน้อง?

 

RELATED NEWS