รอยสักรูปปืน! แก๊งค์ค้ายา พ่อถูกฆ่า 10 ความจำอันขมขื่นของ สเตอร์ลิ่ง

รอยสักรูปปืน! แก๊งค์ค้ายา พ่อถูกฆ่า 10 ความจำอันขมขื่นของ สเตอร์ลิ่ง

ภาพรอยสักรูปปืน เอ็ม 16 ถูกเผยแพร่ไปทั่ว อินเตอร์เน็ต เขาถูกตัดสินว่าเป็นคนไม่ดี นิยมความรุนแรง จากภาพภายนอกที่เห็น แต่นั่นไม่ใช่ตัวตนของ สเตอร์ลิ่ง เลย

ภาพการซ้อมของ ราฮีม สเตอร์ลิ่ง ในแคมป์ทีมชาติอังกฤษ กลายเป็นประเด็นร้อนที่ถูกพูดถึงบนโลกโซเชี่ยล ซึ่งมันจะดูเป็นแค่ภาพซ้อมธรรมดาๆ เท่านั้น ถ้าไม่มีภาพรอยสักปืน เอ็ม16 อยู่บนน่องด้านขวาด้วย เขาถูกวิจารณ์ต่างๆ นานา โดยเฉพาะจากกลุ่มที่ต่อต้านการใช้ปืนที่นำไปสู่ความรุนแรง

“เขาเป็นนักเตะทีมชาติ เป็นตัวแทนของประเทศที่จะไปเล่นฟุตบอลโลก ควรจะเป็นตัวอย่างให้กับคนอื่นหรือเปล่า แต่รอยสักของเขากลับสื่อไปถึงความรุนแรงแบบนั้น” นั่นคือสิ่งที่สังคมตัดสินตัว สเตอร์ลิ่ง ทั้งๆ ที่ความจริงยังไม่เคยมีใครฟังเหตุผลจริงๆ จากปากเขาเลย ซึ่งสุดท้ายเขาก็ต้องพูด ทั้งๆ ที่มันไม่ใช่เรื่องความผิดที่เขาต้องมาชี้แจงต่อสาธารณะชนด้วยซ้ำ โดยบอกว่ามันเป็นเครื่องเตือนใจ ถึงพ่อที่โดนยิงตายตั้งแต่ 2 ขวบ เพื่อเป็นการบอกตัวเองว่าเขาจะไม่มีทางจับปืนตลอดชีวิต และสิ่งเดียวที่เขาจะใช้ “ยิง” คือขาขวาของเขาเท่านั้น

ตอนนี้เขาอายุ 23 ปี เป็นนักเตะระดับแถวหน้าของ พรีเมียร์ลีก เขาผ่านอะไรมาบ้างในวัยเด็ก มีความเป็นอยู่แบบไหนถึงได้มีชีวิตที่ขมขื่นแบบนั้น แล้วทำอย่างไรถึงก้าวมายังจุดนี้ได้ เราไปติดตามกัน

ไม่ใช่คนอังกฤษตั้งแต่เกิด – แม้จะเป็นทีมชาติอังกฤษ มีสัญชาติอังกฤษ แต่ สเตอร์ลิ่ง เกิดที่เมือง คิงส์ตัน ประเทศ จาไมก้า ก่อนจะย้ายตามแม่มาอาศัยที่กรุงลอนดอนตอนอายุได้ 5 ขวบ ซึ่งก่อนหน้านั้นเขาอาศัยอยู่กับญาติพี่น้องถึง 8 คน รวมแม่ของเขา นาดีน คล้าร์ก ด้วย อยู่อัดกันภายในบ้านหลังเดียวที่มีเพียง 3 ห้องนอนเท่านั้น

บ้านเกิดอยู่ในแหล่งที่ไม่น่าอยู่ – ย่านที่บ้านของ สเตอร์ลิ่ง ตั้งอยู่ชื่อว่า มาเวอร์ลีย์ เป็นชุมชนที่ไม่น่าอยู่เอาเสียเลย มีแต่คนพกปืนอยู่ทุกที่ เป็นแหล่งจับจองของบรรดา แก๊งสเตอร์ แย่งกันครองพื้นที่ แบ่งดินแดน แถมยังมีเรื่องของ ยาเสพติด และความรุนแรงอยู่ทุกหนทุกแห่ง เงินเป็นสิ่งที่ทุกคนต้องการ แต่ไม่มีใครที่มีเยอะเลยสักคน

วันที่บ้านขาดเสาหลักเพราะกระสุนปืนจากปีศาจ – พ่อของ สเตอร์ลิ่ง มีปัญหาทะเลาะเบาะแว้งรุนแรงกับพวกแก๊งค์แถวนั้น ตามประสาคนหนุ่ม ไม่วาจะเป็นย่านแถวๆ บ้าน หรือแถวถนนใกล้เคียง ข้อเท็จจริงไม่มีใครทราบว่าสุดท้ายโดนยิงเสียชีวิตได้ยังไง แต่ก็เชื่อว่าน่าจะเป็นประเด็นความขัดแย้งพวกนี้แหละที่ลั่นกระสุนมัจจุราชเปลี่ยนชีวิตให้เจ้าหนู ราฮีม ต้องกำพร้าตั้งแต่ 2 ขวบ ตอนนั้นพ่อเขาก็อายุยังไม่แตะเลข 3 เลยด้วยซ้ำ

สิ่งเยียวยาจิตใจให้คลายคิดถึงพ่อ – ความจริงตอนที่พ่อตาย สเตอร์ลิ่ง เองยังไม่เดียงสาด้วยซ้ำ แต่เมื่อโตขึ้นเขาก็ได้รู้ว่าตัวเองไม่มีบิดาเหมือนคนอื่น จนกระทั่ง 3 ขวบ เวย์น แม็ตติสัน ญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของเขาชวนให้เขาเล่นฟุตบอล และนั่นเป็นตัวปลุกไฟพรสวรรค์ในตัวเขาขึ้นมา

แม้จะรักฟุตบอลแค่ไหน แต่ใจก็ยังกลัวตาย – สเตอร์ลิ่ง น้อยมีฟุตบอลเป็นเพื่อนคลายเหงา วันๆ เอาแต่เตะลูกกลมๆ นี่ไม่ยอมเลิก ไม่ยอมเข้าบ้าน 7-8 ชั่วโมงก็ยังสนุกได้ไม่เหนื่อย แต่สิ่งเดียวที่จะทำให้เขาหยุดได้คือเสียง “ปืน” ที่ดังขึ้นจากละแวกใกล้เคียง เป็นสัญญาณบอกว่า ถ้าเอ็งไม่อยากตายอย่างหมาไม่มีใครเหลียวแลที่ข้างถนนนี้ เก็บลูกบอลเอาชีวิตรอดไปก่อนดีกว่า ซึ่งเขาไปเตะฟุตบอลทุกวัน และต้องวิ่งกลับมาบ้านด้วยเสียงปืนทุกวันเหมือนกัน

ย้ายบ้านเพราะความหวาดกลัว – การที่บ้านมีแต่เด็กๆ และขาดเสาหลักไปแล้ว แม่ของ สเตอร์ลิ่ง ที่เป็นผู้หญิงตัวคนเดียวต้องเจอกับความหวาดกลัวอย่างหนัก โดยเฉพาะบรรดาลูกๆ ที่ไม่รู้วันไหนจะถึงคิวที่ลูกกระสุนจะวิ่งมาเจาะหัวคนอันเป็นที่รักอีก หลังจากรวมเงินได้ก้อนหนึ่งก็ตัดสินใจพา ลูกชาย ลูกสาว และยายของ สเตอร์ลิ่ง ย้ายมาอยู่ที่ ลอนดอน ในที่สุด

คำบอกเล่าของยาย – ตอนนี้ยายไปอาศัยอยู่ที่ แคนาดา แล้ว เมื่อ 4 ปีก่อน ยายของเขาเคยบอกว่าตอนเด็กๆ ไม่มีปัญญาจะหาลูกบอลจริงๆ ให้เตะ สิ่งที่ทดแทนกันในตอนนั้นคือกล่องน้ำผลไม้ที่เอาไว้ให้เขาฝึกปรือทักษะเท่านั้น เขามักจะเล่นกับเด็กที่แก่กว่าตัวใหญ่กว่าอยู่เสมอ

ชีวิตที่อังกฤษไม่ง่ายแต่ก็ได้โอกาส – การมาอยู่อังกฤษก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ในฐานะครอบครัวอพยพ เขาอาศัยอยู่ในย่านชุมชนที่ห่างไกลจากคำว่าดีงามแถวๆ สนาม เวมบลีย์ แต่ที่นั่นเขาก็ได้เข้าโรงเรียน แม้จะไม่ใช่โรงเรียนที่ดีแต่ก็ได้รับการศึกษารวมถึงการได้เล่นฟุตบอลอย่างที่ใจต้องการ แบบที่เด็กในอังกฤษนิยมเล่นกัน และเมื่ออายุ 11 ปี เขาก็ได้เข้าศูนย์ฝึกเยาวชนของ ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส

เติบโตที่ ลิเวอร์พูล จนไปสู่แชมป์ลีกกับ เรือใบ – ตอนเขาอายุ 15 ปี ความพยายามยิ่งกว่าผลิดอกออกผล เมื่อแมวมองของ ลิเวอร์พูล สโมสรยักษ์ใหญ่ให้ความสนใจ และทุ่มเงินถึง 500,000 ปอนด์แลกกับการที่เขาจะย้ายไปร่วมทีมเยาวชน “หงส์แดง” ให้ได้ ก่อนจะก้าวขึ้นมาสู่ทีมชุดใหญ่ ย้ายไปอยู่กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ มีค่าตัว 44 ล้านปอนด์ และคว้าแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ในที่สุด

อีกหนึ่งรอยสักที่แขน – สเตอร์ลิ่ง มีอีกรอยสักสำคัญที่แขน เขาบอกว่ารอยสักนี้ทำเพื่อระลึกถึงแม่ “ขอบคุณ 9 เดือนที่แม่อุ้มท้องผม รวมถึงความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญมาตลอด แม่มักเป็นคนกำหนดชีวิตผม บางครังเธอก็เป็นฝันร้าย แต่ผมรักเธอ และเธอคือคนสำคัญที่สุดในชีวิต เธอเป็นคนแข็งแกร่งและคิดว่าเธอคือ เดอะ บอส ของทุกคน” เขาแบ่งเงินจากรายได้มหาศาลของเขาให้กับแม่ทุกสัปดาห์ และซื้อบ้านหลังใหญ่ให้พี่สาวที่หนีจาก จาไมก้า ด้วยกัน

บางครั้งเรามองแต่ภายนอกเราอาจดูเขาเป็นวัยรุ่น เล่นบอลดีบ้างไม่ดีบ้าง เรียกเขาเป็นไอ้กาก ดูไม่เป็นโล้เป็นพาย แต่เราไม่เคยรู้หรอกว่าเขาต้องผ่านอะไรมาบ้างในชีวิต

– เทพเฟี๊ยต –

RELATED NEWS