ว่ากันด้วย!! เรื่องเดิมๆ ของทีมชาติไทย

เรื่องเดิมๆ ที่ทีมชาติไทยแพ้ให้กับทีมชาติจีน ผมขอจั่วหัวด้วยคำประมาณนี้ เพราะหลังจากจบเกมที่เราเปิดบ้านพ่ายอาตี๋ 0 – 2 เมื่อวานนี้เรื่องเดิมๆ ที่ทีมชาติไทยเคยบอกว่าจะเปลี่ยนหลังการเปลี่ยนแปลงจาก “โค้ชซิโก้” มาถึง “โค้ชราเยวัช” มันกลับเข้ามาในหัวเฉยเลย

ทั้งเรื่องจองตัวผู้เล่นหน้าเดิมๆ , ปัญหาจบสกอร์แบบเดิมๆ หรือแม้กระทั่งตัวสำรองแบบเดิมๆ ซึ่งทุกอย่างมันอยู่ในเกมเมื่อวานทั้งหมด …..

วันนี้เลยอยากชำแหละเป็น 5 เรื่องเดิมๆ ของทีมชาติไทยที่เกิดขึ้นอีกครั้ง หลังจากเกมที่แพ้ทีมชาติจีนเมื่อวานนี้ จะมีเรื่องอะไรบ้างลองมาดูกันครับ

1.รูปแบบเดิมที่พอจะคาดเดาได้

เมื่อวานที่ผ่านมาการจัดตัวผู้เล่นของ มิโลวาน ราเยวัช กุนซือใหญ่ทีมชาติไทย ก็ยังคงเป็นลักษณะคล้ายๆ เดิมตลอด ถ้าเราจะไล่เรียงกันก็นำมาโดย กวินทร์ , พรรษา , ฐิติพันธ์ , มงคล , ชนาธิป และ ธีรศิลป์ ซึ่งข้อนี้มันก็เพราเขาเรียกตัวเดิมๆ เข้ามาเยอะ ซึ่งต่างจากจีนถ้าได้ฟังจากบทสัมฯ ของ ลิปปี้ กุนซือชาวอิตาเลี่ยนที่เลือกใช้ผู้เล่นหน้าใหม่เพื่อดูฟอร์มว่าเป็นอย่างไร แต่กลับกันเราใช้เกมกระชับมิตรแบบนี้กับผู้เล่นหน้าเดิมๆ อีกครั้ง

2. ตัวใหม่ได้เป็นแค่ตัวประกอบ

ข้อนี้คิดว่าหลายคนน่าจะข้องใจพอสมควรว่าทำไมในเกมแบบนี้เราไม่ลองใช้ตัวใหม่ๆ ที่เพิ่งถูกเรียกเข้ามาบ้างอาทิ ตำแหน่งแรกเลย “นายด่าน” น่าจะลองใช้ “ฉัตรชัย” หรือ “ศิวรักษ์” ดูบ้างเพราะหากเมื่อไหร่ “กวินทร์” ล้มหมอนนอนเสื่อขึ้นมาแล้วให้โกล์ใหม่ลงไปเล่นเลยบางทีมันจับจังหวะไม่ถูก หรืออย่างในรายของ สุมัญญา ปุริสาย ทั้งที่เป็นนักเตะไทยที่เล่นได้อย่างโดดเด่นที่สุดในตำแหน่งกองกลางกลับไม่ได้มีโอกาสลงสนามแม้แต่วินาทีเดียว หรือ กรกช กับการเป็นเจ้าพ่อแบ็กซ้ายคนใหม่ของไทยลีกในเวลานี้ก็ได้แค่นั่งดูเพื่อนๆ วิ่งเล่นในสนามเท่านั้น ซึ่งเท่ากับว่าตัวใหม่ๆ ที่ ราเยวัช เรียกใช้จริงๆ มีแค่ สารัช กับ ศศลักษณ์ เท่านั้น

3. ปัญหาการจบสกอร์ที่แก้ไม่ตก

เรื่องนี้เป็นปัญหาที่แฟนบอลไทยทั่วทั้งประเทศเห็นพ้องต้องกันว่า “ทีมชาติไทยของเรากำลังอยู่ในยุควิกฤติกองหน้าไทยแล้ว” เพราะจากเกมเมื่อวานนี้พอ ธีรศิลป์ แดงดา ไม่สามารถคลายพิษสงออกมาได้ทำให้เกมรุกของเราดูด้อยศักยภาพไปเลย เพราะไม่ว่าจะเป็น มงคล หรือ ชนาธิป ที่ไม่ได้ช่วยเรื่องยิงอยู่แล้ว เพราะทั้งสองคนไม่ได้เป็นตัวจบสกอร์หลักทำให้เราปิดประตูเรื่องการยิงไปในตัว รวมไปถึงการจบสกอร์จากแถวสองที่เคยทำได้ดีตอนนี้เราแทบไม่ได้เห็นมันเลยด้วยซ้ำ

4. ตัวสำรองที่ยังไม่มีความหวือหวา

มาถึงเรื่องของการเปลี่ยนตัวสำรองลงมากันบ้างอย่าง นูรูล ก็ได้แค่หวือหวาแต่ยังช่วยทีมได้ไม่เยอะมาก ส่วน สิโรจน์ การลงสนามของเขาไม่ได้ทำให้ไทยได้ประโยชน์กับจุดนี้มากนัก เพราะเขาไม่ตอบโจทย์การเป็นกองหน้าของทีมชาติไทยไปแล้ว ส่วนอีก 4 คนดูเหมือนจะมีแค่ ศศลักษณ์ คนเดียวที่สร้างความประทับใจให้โค้ชได้ ซึ่งเรื่องนี้คือเรื่องนี้คือเรื่องเดิมที่เราปรับให้ดีขึ้นไม่ได้สักที เพราะตัวสำรองเรามีแค่นี้??? หรือเพราะโค้ชเลือกใช้แค่นี้??? หรือเพราะตัวดีๆไม่ได้ถูกเรียกเข้ามา??? อันนี้ก็แล้วจะคิดนะครับ

5. คำพูดจากคนในสมาคมฯ

ผมเดาล่วงหน้าตั้งแต่แรกแล้วว่าถ้าเราแพ้ในเกมนี้ ต้องมีใครสักคนในสมาคมออกมาพูดอะไรทำนองนี้ว่า เราซ้อมกันน้อย, มีเวลาเตรียมทีมน้อย ทำให้ทุกอย่างออกมาแบบนี้ สุดท้ายแล้วก็เป็น “โค้ชเฮง” วิทยา เลาหกุล ปธ.พัฒนาเทคนิคของทีมชาติเป็นคนออกมาพูดว่าภาพรวมมันเป็นเพราะแบบนั้น ซึ่งมันเป็นเรื่องเดิมๆ ที่เราเจอกันมาตลอดกับการเก็บตัวด้วยระยะเวลาขนาดนี้ และมันก็เป็นตามเวลาสากลที่เขาให้เก็บตัวกันแค่นี้ เพราะนี่ไม่ใช่ฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ที่ต้องมีเวลาเก็บตัวนานๆ ผมเลยอยากจะรู้ว่า “ต้องใช้เวลาเก็บตัวนานแค่ไหนเราถึงจะดีขึ้น ???” และผมก็เชื่อว่าหลายๆ คนอยากจะถามกลับไปยังสมาคมเช่นกัน ….

 

บทความโดย : บอลกูรู (เจษดาพร ศรีสรง)

RELATED NEWS