แจ้งไม่เกิด! 9 ดาว(เคย)รุ่งไปไม่สุดกิเลนผยอง

เอสซีจี เมืองทอง มหาอำนาจวงการลูกหนังยุคโมเดิร์น ทีมที่มีครบสมบูรณ์แบบเพียบพร้อมในความเป็นมืออาชีพ ตั้งระบบการจัดการทั้งในสนามและนอกสนาม รังเหย้า, สนามซ้อมที่อยู่ในระดับคุณภาพ, เงินทุนมหาศาล,ผู้เล่นระดับทีมชาติ รวมถึงแข้งนอกเกรดพรีเมี่ยม และทีมเยาวชนทุกรุ่นทุกระดับ

กิเลนผยอง มีองค์ประกอบที่รอบด้านพร้อม เพียงแต่ไม่บ่อยครั้งที่ความครบเครื่องจะการันตีความสำเร็จเสมอไป เมืองทอง มีดาวรุ่งมากมายคุณภาพ แต่บางครั้งเด็กที่ถูกบ่มเพาะกระดูกยังไม่พร้อมจะสวมยูนิฟอร์ม หนทางการไปเล่นในแบบยืมตัวเป็นทางออกที่ดีสุดเพื่อหาเวทีลับฝีเท้ามากกว่าจะไปตบยุ่งข้างสนาม

ลิสต์รายนี้ด้านล่างนี้คือดาวรุ่งที่ว่ากันว่าเมืองทอง หวังจะให้ไปอนาคตของทีม แต่แจ้งไม่เกิดเสียที ส่วนจะมีใครบ้างเนื้อหาอย่างด้านล่างครับเชิญอ่านได้เลย

1.วรนาถ ทองเครือ

ห้องเครื่องทักษะดี เป็นผลผลิตจีเอ็มจี ที่จังหวัดชลบุรี รุ่นแรก และเด็กเยาวชนชุดนั้นได้สัญญากับเมืองทองทั้งหมด “โก้” ถูกดึงขึ้นมาซ้อมกับทีมชุดใหญ่เมืองทอง ขณะที่อายุ17 ปี เมื่อปี2010 เขาต้องดิ้นรนหาตำแหน่งตัวจริงภายในทีม แต่เมื่อรู้ว่าสู้ไม่ได้

การย้ายทีมแบบยืมตัวคือช้อยส์เดียวของ วรนาถ สุพรรณบุรี เอฟซี, นครราชสีมา เอฟซี, นครนายก เอฟซี, บางกอก เอฟซี นี่คือสโมสรชั่วคราวของ”โก้”

หลังหมดสัญญากับกิเลนผยอง “โค้ชอั๋น” สุรพงษ์ คงเทพ อดีตโค้ชเยาวชนเมืองทอง เป็นคนชักชวนให้ วรนาถไปเล่นที่สโมสรพัทยา ยูไนเต็ด เพื่อเรียกความเชื่อมั่นฟื้นฟูความมั่นใจกลับมา 42 เกมบนเวทีลีกสูงสุด และ 4 ประตู ภายใต้สีเสื้อโลมาสีน้ำเงิน เหมือนเขาจะกลับมาอยู่เส้นทางที่สวยหรูในวงการฟุตบอลอีกครั้ง

2.อดิศักดิ์ กลิ่นโกสุม

“น็อต” เด็กหนุ่มจากลพบุรี ถือเป็นแข้งพรสรรค์สูงคนหนึ่ง เนื่องจากโด่งดังมากับการติดทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปีเมื่อปี2011 จนได้โอกาสเข้าเป็นเยาวชนเมืองทอง ก่อนจะได้โอกาสลงเล่นแต่น้อยนิดเกินไป จนต้องออกไปหาโอกาสใหม่กับการท่าเรือ และชัยนาท ฮอร์นบิล,ราชบุรี มิตรผล และอุบล ยูเอ็มที แต่ไม่เคยเป็นตัวหลักได้เลย

ประกอบกับอาการบาดเจ็บบริเวณหัวเข่าที่เข้ามารบเร้าชีวิต อดิศักดิ์ ยิ่งทำให้ดาวเคยรุ่งรายนี้ชื่อเสียงเริ่มหายไปจากวงการลูกหนังไทย

โชคยังดีที่อดีตดาวเคยรุ่งได้รับความช่วยเหลือจาก”เจ” ชนาธิป ช่วยเหลือถ่ายโฆษณาการกุศลให้โรงพยาบาลสมิติเวชศรีนครินทร์ เพื่อแลกเปลี่ยนกับการผ่าตัดหัวเข่า จนหายพร้อมจะกลับมาเล่นฟุตบอลอีกครั้ง

ปัจจุบันเขาได้โอกาสจากสโมสรสิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ส่งชื่อลงแข่งไทยลีก เลก 2 พร้อมเสื้อหมายเลข 45

3.วีระวุฒิ กาเหย็ม

แบ็คซ้ายจากสงขลา เพื่อนร่วมรุ่นจีเอ็มจี กับ วรนาถ ทองเครือ และอดิศักดิ์ กลิ่นโกสุม เขาคือคนที่เบียดแย่งตำแหน่งแบ็คซ้ายจากปิยะชาติ ถามะพันธ์ จนหลุดออกจากแผนการทำทีมเมืองทอง เมื่อปี 2011

“ดล” เก่งและเชี่ยวชาญการเติบเกมบุกเป็นชีวิตจิตใจ ทว่าภายหลังจากอาการบาดเจ็บจากการรับใช้ชาติในซีเกมส์ 2011 ที่อินโดนีเซีย เหมือนกราฟชีวิตจะไม่เหมือนเดิม แม้จะอยู่ในทีมชุดแชมป์ไทยลีก 2012 แต่เหมือนความมั่นใจเดิมๆหายไป

ปี 2015 วีระวุฒิ ถูกพีทีที ระยอง ยืมตัว ตามด้วยการย้ายไปให้เล่นบีอีซี เทโร ในปีถัดมา จากนั้นก็โยกไปเล่นให้อุดรธานี ก่อนที่จะถูกราโดวาน เคอร์ซิซ ดึงตัวกลับมาเป็นอะไหล่ให้ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ในตำแหน่งแบ็คซ้าย

4.ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์

ดาวรุ่งที่เติบโตมากับการสนับสนุนจากครอบครัวในการเล่นฟุตบอล จนกลายเป็นแข้งฝีเท้าเบอร์ต้นของโรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี

“มิกกี้” มีความเร็วและทักษะการไปกับลูกบอลได้ดี จนได้โอกาสครั้งสำคัญได้รับสัญญาจากเมืองทอง ตั้งแต่อายุ17ปี พร้อมกับถูกตั้งความคาดหวังไว้สูงด้วยเช่นกันว่าจะขยับขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่กิเลนผยองในอนาคต

ปฐมพล ถูกสก็อตต์ คูเปอร์ ดันเข้าทีมชุดใหญ่เมื่อปี 2014 แต่สุดท้ายมีโอกาสเล่นแบบน้อยนิด เพียงแค่ 6 เกม จนโดนปล่อยยืมตัวไปให้นครนายก,สมุทรสงคราม,อาร์มี่ ยูไนเต็ด, สมุทรสงคราม และพัทยา

กระทั่งปี 2017 “มิกกี้” ได้โอกาสครั้งสำคัญย้ายไปใช้ฝีเกือกกับเชียงราย ทว่าบทบาทก็ไม่โดดเด่นอะไรมากมาย และถูกสโมสรแจ้งว่าไม่อยู่ในแผนการทำทีมเลก 2 ไทยลีก 2018 และต้องคัมแบ็คกลับเมืองหลวง มาสวมยูนิฟอร์มโปลิศ เทโรช่วงคราว

5.กษิดิ์เดช เวทยาวงศ์

“น้าฉ่วย” สมชาย ช่วยบุญชุม เคยนิยามดาวรุ่งรายนี้ว่า”เก่งและอนาคตไกลแน่นอน” เนื่องจากเคยร่วมงานกันในการคัดเลือก ยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย เมื่อปลายปี 2011

“โจ๋” คือกองกลางตัวรุกที่เทคนิคเยี่ยมยอด สมบูรณ์แบบในเรื่องของเทคนิคการเลี้ยงบอลที่คล่องตัวสูง จนโดนเมืองทอง จีบไปร่วมทีม และเป็น 1 ใน23 นักเตะเยาวชนกิเลนผยองที่ถูกส่งไปฝึกฝีเท้ากับแอตเลติโก มาดริด

ชีวิตเหมือนกำลังไปได้สวยเมื่อกลับเมืองไทย ได้โอกาสลงเล่นกับเมืองทอง อย่างต่อเนื่องในช่วงรอยต่อไทยลีก กลางฤดูกาล 2014 จนสิ้นสุดฤดูกาล 2015

กระทั่งการมาของกลุ่มก๊วนนักเตะจากบีอีซี เทโรศาสน ในฤดูกาล 2016 ทำให้ กษิดิ์เดช ไม่มีที่ยืนในถิ่นเอสซีจี สเตเดี้ยม และถูกปล่อยไปให้โคราช, เทโร, พัทยา, อุดรธานี ยืมตัว

ก่อนที่กษิดิ์เดช จะตัดสินใจขั้นเด็ดขาด แยกทางกับเมืองทอง และย้ายไปร่วมทีมสุพรรณบุรี เอฟซี เลก2 ไทยลีก 2018

6.ปฏิภาณ ปิ่นเสริมสูตรศรี

ดาวรุ่งเคยพุ่งแรงของวงการฟุตบอลไทย เมื่อประมาน 4 ปีก่อน เด็กหนุ่มจากนครปฐม คือผลผลิตของอัสสัมชัญ ธนบุรี แถมมีดีกรีประสบความสำเร็จมากมายในระดับบอลนักเรียนฟุตบอล 18 ปี กรมพลศึกษา, แชมป์กีฬา 7 สี, แชมป์ ฟุตบอลเยาวชน ชิงชนะเลิศ แห่งประเทศ รุ่นอายุ ไม่เกิน 19 ปี รวมไปถึง เคยคว้ารางวัล นักเตะเยาวชนยอดเยี่ยมฟุตบอลสยาม โกลเด้นบอล มาแล้ว

“ฟลุ๊ค” โด่งดังสุดขีดจากฟุตบอลยู-19 ชิงแชมป์เอเชีย 2014 ที่เมียนมา เมื่อซัดแฮตทริกพาไทยชนะเยเมน ไปแบบเร้าใจ3-2 เข้ารอบแบ่งกลุ่ม ก่อนจะแพ้อุซเบกิสถาน ในรอบ8 ทีม ชวดโอกาสไปเยาวชนโลกที่นิวซีแลนด์ เมื่อปี 2015

ชื่อเสียงในครั้งนั้นทำให้ถูกเมืองทอง ดันขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ และยังเคยถูกเรียกไปซ้อมกับทีมชาติชุดใหญ่อีกตั้งหาก เรียกว่าโปรไฟล์โคตรหรู ก่อนที่ทุกสิ่งทุกอย่างจะคล่อยๆหายไป “ฟลุ๊ค” แย่งชิงเบียดสู้รุ่นพี่ในกิเลนผยองไม่ได้ จนสุดท้ายมีชะตาไม่ต่างจากแข้งรายอื่นโดนยืมตัวไปเล่นให้หลายสโมสร เช่นบีอีซี เทโรศาสน,พัทยา, นครปฐม

สุดท้ายโดนชลบุรี คว้าไปร่วมทีมหลังหมดสัญญากับกิเลนผยอง ทว่าก็ไม่อาจต่อกรกับสตาร์ดังฉลามชลได้สุดท้ายถูกปล่อยไปให้ ตรัง เอฟซี ทีมในไทยลีก 3 โซนล่าง ยืมตัวไปใช้งาน

7.เสกสิทธิ์ ศรีใส

เจ้าของฉายา “นิวดัสกร 2” ผู้ได้สัญญาอาชีพกับกิเลนผยอง ตั้งแต่ยังเรียนไม่จบมัธยมปลายที่อัสสัมชัญธนบุรี จับคู่กับคุมเกมกับสารัช อยู่เย็น จนกลายเป็นคู่ซี้ทั้งในสนามและนอกสนาม แต่ชะตาชีวิตหลังจากนั้นสวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

แม้“ฮาล์ฟ” จะมีชั้นเชิงทักษะการครอบครองบอล และจังหวะสร้างเกมดีเยี่ยมแค่ไหน แต่ชีวิตในระดับบอลนักเรียนกับลูกหนังอาชีพ ระยะห่างมันไม่เหมือนกัน

“ฮาล์ฟ” เผชิญความยากลำบากในชีวิตการต่อสู้ภายใต้สีเสื้อเมืองทอง เมื่อมีบทบาทเป็นเพียงสำรอง รอเปลี่ยนตัวลงมาเล่นท้ายเกม จนต้องย้ายสำมะโนครัวชั่วคราวกับ 4 สโมสรทั้งราชประชา, ภูเก็ต,เจดับบลิว,ทีโอที,โปลิศ เทโร ก่อนจะมาลงเอยปักหลักเป็นตัวจริง ณ อุดรธานีในระดับไทยลีก จับคู่กับดัสกร ทองเหลา ไอดอลและต้นแบบของเสกสิทธิ์นั้นเอง

8.กิตติศักดิ์ โฮชิน

กองหน้าที่เล่นในตำแหน่งริมเส้นทางฝั่งขวาได้โดดเด่นสมัยระดับบอลนักเรียนกับ”เจ้าสัวน้อย” อัสสัมชัญ ธนบุรี และเติบโตมาพร้อมๆกับกษิดิ์เดช เวทยาวงศ์ และ ปฐมพล เจริญรัตนาภิรมย์ 2 ดาวเตะรุ่นราวคราวเดียวกัน ก่อนจะได้รับสัญญาเป็นนักเตะอาชีพพร้อมกันๆ

“ทอมมี่” ได้รับการคาดหวังจากเมืองทอง เอาไว้มาก จนถึงขั้นได้โอกาสไปฝึกฟุตบอลกับแอตเลติโก มาดริดมาแล้ว แต่วันเวลาก็ได้ตัดสินว่า เขายังดีไม่พอกับทีมชุดใหญ่ “กิเลนผยอง” และต้องผจญภัยกับเพื่อแสว่งหาโอกาสลงเล่นฟุตบอล กับหลายสโมสรเช่น นครนายก,พัทยา ยูไนเต็ด แต่ก็ไม่เปรี้ยงสักที

ปัจจุบัน กิตติศักดิ์ โฮชิน รับบทเป็นผู้ใหญ่และกัปตันให้แก่บางกอก เอฟซี ทีมในระดับไทยลีก 3

9.อนุศักดิ์ เหล่าแสงไทย

“ศักดิ์ดาบสอง” หัวหอกร่างเล็กผู้สังหารประตูแบบถล่มทลายให้ระดับบอลนักเรียน จนนำพาอัสสัมชัญธนบุรี กวาดแชมป์มากมายเป็นกอบเป็นกำ จนถูกกวักมือเข้าฉายคาสู่เมืองทอง ยูไนเต็ด ทว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายในการไปเบียดแย่งชิงตำแหน่งตัวจริงในถิ่นกิเลนผยอง ที่อุดมไปด้วยแนวรุกเกรดจากต่างชาติและผู้เล่นทีมชาติไทย

อนุศักดิ์ จึงมีสถานะไม่ต่างพ่อค้าแข้งรายอื่นในลิสต์แห่งนี้ โดยปล่อยยืมตัว ไปถึง 7 ครั้ง ทั้งแอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล, การท่าเรือ, นครนายก, อยุธยา, ภูเก็ต, ศุลกากร และพัทยา แต่ไม่เคยปักหลักเป็นตัวหลักทีมไหนได้เลย  จนกลายเป็นแข้งไร้สังกัด

อย่างไรก็ดีบียู เดฟโฟ่ กลับเป็นทีมที่ให้โอกาส  “ศักดิ์ดาบสอง” อีกครั้ง และอดีตดาวเคยรุ่งก็ไม่ทำให้ผิดหวัง ซัลโวไปถึง 23 ประตู ในไทยลีก 3 โซนล่าง ด้วยโปรไฟล์ดังกล่าวทำให้ชัยนาท ฮอร์นบิล ดึงอนุศักดิ์ไปร่วมชายคาเขาพลอง สเตเดี้ยม

เอ็มมิเลียโน่

RELATED NEWS

Khobsanam Popup