5 แข้งนอกสายตา ผู้ถูกเจียระไนโดยกว่างโซ้งมหาภัย

ตามธรรมชาติมนุษย์ส่วนใหญ่ชอบจดจำเรื่องราวหวือหวา ของบุคคลมีชื่อเสียง แต่กลับมองข้ามสิ่งเล็กๆของคนประเภทฟันเฟืองที่เปรียบเสมือนกองหนุน คนที่ซัพพอร์ตคอยอยู่เบื้องหลัง

ถ้าหากหยิบยกมาเปรียบเปรยให้เห็นภาพที่ชัดเจนในแวดวงลูกหนัง มดงานตัวเล็กๆเหล่านี้ คือแข้งนอกสายตา ชื่อเสียงไม่โด่งดัง แต่มักจะใช้ฝีตีนพิสูจน์ความสามารถให้เป็นที่ประจักษ์

สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด คือทีมที่มักจะเสาะแสว่งหานำพ่อค้าแข่งประเภท นอกคอก มาปัดฝุ่นเจียระไนให้ใหม่เอี่ยมอ่องกว่าเดิม ขอบสนามที่นำเสนอ 5 แข้งที่เฉิดฉายภายใต้สีเสื้อ “กว่างโซ้งมหาภัย”

1.รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก

เด็กหนุ่มชาวโคราช ผู้ผ่านการฝึกฝีเท้ากับสโมสรเพื่อนตำรวจ แต่เมื่อไร้วี่แววจะขึ้นสู่ทีมชุดใหญ่ “ปรินซ์” จึงหอบหิ้วรองเท้าแพ็คกระเป๋าขึ้นเมืองเหนือเพื่อไปหาโอกาสลงเล่นบอลอาชีพกับ ลำพูน วอริเออร์ เขาใช้เวลาเล่นลีกภูมิภาค 1 ซีซั่น ก่อนถูกดึงไปร่วมทีมเชียงใหม่ เอฟซี  เขาอยู่ที่เวียงพิงค์ 2 ซีซั่น ด้วยที่ผลงานที่เริ่มเข้าตาในระหว่างอุ่นเครื่องอยู่บ่อยครั้งกับเชียงราย ยูไนเต็ด

รุ่งรัฐ จึงไม่รอช้าที่จะขอขยับสถานะตัวเองจากแข้งดิวิชั่น 1 ไปสู่ระดับไทยลีกกับทีมกว่างโซ้งมหาภัย ในปี 2015 การโลดเล่นบนลีกสูงสุดของแดนสยาม ของเด็กหนุ่มรายนี้ออกตัวได้ร้อนแรงของเขาแข้ง ที่ธีระศักดิ์ โพธิ์อ้น (โค้ชเชียงรายในเวลานั้น)เลือกส่งลงสนามอย่างต่อเนื่อง จุดเด่นอยู่ที่ความเร็วกระชากบอลเลี้ยงกินตัวคู่แข่งที่ยอดเยี่ยม ทำให้คู่ต่อสู้จับทางได้ยากลำบาก จนถูกเรียกติดทีมชาติไทย ชุดเหรียญทองซีเกมส์ 2015 ณ สิงคโปร์ ตามด้วยการรับใช้ชาติชุดใหญ่

แม้ทุกวันนี้ “ปรินซ์” จะไม่ได้เฉิดฉายในสีเสื้อของเชียงราย ยูไนเต็ด แต่ระยะเวลาร่วมๆ 18 เดือน ผลงาน 4 ประตู จากการลงเล่น 51 เกม ก็เพียงพอจะทำให้แข้งรายนี้คือ 1 เพชรเม็ดงามชั้นดีที่ผ่านการส่งออกโดยทีมจากแดนล้านนา

2.พิธิวัต สุขจิตธรรมกุล

เด็กฝึกหัดจีเอ็มจี ในอำเภอบ้านบีง ชลบุรี ที่ถูกดึงตัวเข้าสู่สโมสรเมืองทอง ยูไนเต็ด พร้อมกับการไปเก็บเกี่ยวประสบการณ์ลูกหนังที่แอตเลติโก มาดริด แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่มีพื้นที่ให้แจ้งเกิดกับกิเลนผยอง จึงต้องออกไปท่องโลกกว้างครั้งใหม่กับบีอีซี เทโรศาสน เมื่อปี 2016 เขาแจ้งเกิดในบทบาทกองกลางสมัยใหม่ที่เล่นได้ทั้งเกมรุกและรับ จนผลงานไปเข้าตาบอร์ดบริหารเชียงราย และได้ย้ายสำมะโนครัวมายังดินแดนล้านนา

“เต้” คือห้องเครื่องรูปร่าง แต่กึ๋นฟุตบอลในตัวเขาในโคตรล้นเหลือ เต็มไปด้วยพลังงานพร้อมจะทำลายล้างเกมรุกคู่ต่อสู้ฝั่งตรงข้ามไม่ให้เล็ดลอดมาถึงหน้าเขตโทษทีมกว่างโซ้งมหาภัย ผลงาน 48 เกมนับเฉพาะไทยลีกกับทีมกว่างโซ้ง ทำได้ 2 ประตู สลัดภาพแข้งจอมยืมมาเป็นตัวหลัก

บางทีอาจจะเรียกได้ว่านี่คือแข้งที่ทีมดังแดนล้านนา ซื้อตัวมาร่วมทีมได้คุ้มค่านับตั้งแต่ก็ตั้งสโมสรมานับตั้งแต่ปี 2009 ก็เป็นได้

3.อาทิตย์ สุนทรพิธ

อดีตดาวที่ถูกจับตามองมากที่สุดของเมืองไทย แต่กลายเป็นนักเตะที่ไม่มีสโมสรไหนต้องการหลังถูกแยกทางกับ ชัยนาท ฮอร์นบิล ในกลางปี 2015 สุดท้าย สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ที่มีแข้งรุ่นพี่ที่เคยร่วมงานกันที่ ชลบุรี เอฟซี อย่าง ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น ยื่นโอกาสให้กับเขาอีกครั้งหนึ่ง

อาทิตย์ สุนทรพิธ ใช้เวลาเรียกความฟิตเกือบ 1 เดือนเต็มสำหรับให้ร่างกายกลับมาพร้อมสำหรับการเล่นบนลีกสูงสุด ก่อนที่เขาจะก้าวยึดตัวหลักของทีมในแผงแดนกลางที่กลายเป็นนักเตะที่โชว์ฟอร์มได้โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งของ เชียงราย ในฤดูกาลดังกล่าว และที่น่าทึ่งก็คือเขาลงสนามเต็ม 90 นาที ยาวนานกว่า 15 จนหลายคนแปลกใจว่าแข้งที่หมดสภาพไปแล้วอย่างเขาทำได้อย่างไร

หลังจบฤดูกาล 2016 สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ปรับขนาดทีมใหญ่ขึ้น ด้วยการเสริมนักเตะระดับแถวหน้าของเมืองไทยมาเต็มทีม ทำให้ อาทิตย์​ สุนทรพิธ ถูกปล่อยออกจากทีม และไปร่วมงานกับ “โค้ชโจ” ธีรศักดิ์ โพธิ์อ้น ที่ พีทีที ระยอง

4.รัฐพล อัฐวงศ์

อีกหนึ่งตำนานของ “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด ย้ายมาจาก แพร่ ยูไนเต็ด มาร่วมทีมตั้งแต่สมัยเล่นอยู่ดิวิชั่น 1 อดีตครูอัตราจ้างที่เล่นฟุตบอลเดินสายควบคู่ไปด้วยก่อนจะได้เซ็นสัญญากับ แพร่ ยูไนเต็ด ไม่เป็นที่สนใจสักเท่าไหร่ รวมไปถึงการมาอยู่กับ เชียงราย ที่ช่วงแรกเขาก็คือนักเตะที่ไม่ค่อยถูกพูดถึง

แต่ด้วยความขยันและการวิ่งสู้ฟัดแบบเกินร้อยในสนาม ทำให้เขาเป็นที่โปรดปรานของ “เตโก้” สเตฟาโน่ คูร์กูร่า ก่อนจะกลายเป็นตัวหลักของ เชียราย ในเวลาต่อมา ที่สำคัญก็กลายเป็นนักเตะที่แฟนบอลกว่างโซ้งฯ ชื่นชอบมากที่สุดจากความทุ่มเทของเขาในยามวาดลวยลายในผื่นหญ้า

5.อภิศร ภูมิชาติ

เด็กหนุ่มจากพิจิตร ที่ฝึกฟุตบอลมาพร้อมๆกับชนาธิป สรงกระสินธ์ ในวัยเยาว์ ก่อนที่เส้นทางชีวิตจะแยกย้ายกันไปเติบโตในเส้นทางของตัวเอง เขาคือเด็กดีกรีจากโรงเรียนอัสสัมชัญ ธนบุรี ก่อนจะเข้าสู่อะคาเดมี่บางกอกกล๊าส แต่ชะตาชีวิตคล้าย รุ่งรัฐ เบียดขึ้นทีมชุดใหญ่ไม่ได้ จนต้องตระเวนพเนจรไปเล่นหลายสโมสร เช่นบีบีซียู,อาร์มี่ ยูไนเต็ด และเชียงใหม่ เอฟซี

ก่อนเริ่มซีซั่น 2018 เชียงราย ประสบปัญหาผู้เล่นคาดแคลน จึงดึง  อภิศร ภูมิชาติ มาเป็นอะไหล่ฉุกเฉินในผู้เล่นแดนกลาง ทว่าเมื่อถึงเวลาจริง “กัน” กลับเอาชนะใจ อเล็กซานเดร กาม่า หย่อนลงสนามเป็นตัวจริงถึง 12 เกม ในตำแหน่งมิดฟิลด์ตัวกลางคุมจังหวะร่วมกับอี ยองแร ห้องเครื่องแดนโสมได้แบบไร้ปัญหา จนกลายเป็นว่าจากแข้งธรรมดาชื่อเสียงไม่ดังในหมู่แฟนบอล ปัจจุบันเขาคือคนที่ทีมขาดไม่ได้เสียแล้ว

เอ็มเร่

 

RELATED NEWS