10 สัญญาสุดประหลาดในโลกลูกหนัง

 การซื้อขายย้ายตัวในโลกฟุตบอลนั้นเป็นเรื่องปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นทุกซีซั่น ซีซั่นละเป็นร้อยเป็นพันคน ที่มีการจรดปากกาทำสัญญากับสโมสร ในจำนวนนั้นจะมีการทำข้อตกลงแปลกๆ กันอยู่บ้างก็คงไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจ

ไม่กี่วันก่อน คีเลียน เอ็มบัปเป้ นักเตะที่ ปารีส แซงต์-แชร์แมง ยืมตัวมาจาก โมนาโก บรรลุเงื่อนไขที่จะเซ็นสัญญาถาวรกับทีมได้แล้ว โดยเงื่อไขที่ว่านั้นคือการที่ “เปแอสเช” การันตีว่าจะไม่ตกชั้นในซีซั่นนี้ ซึ่งถ้าคิดจากศักยภาพมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้ว ตอนนี้เหลือแค่จ่ายเงิน 166 ล้านยูโร เรื่องก็จะจบ

ย้อนกลับไปที่เงื่อนไขในสัญญา มันประหลาดไหมล่ะครับ บอกเลยว่านี่ไม่ใช่คนแรก เราขออาสาพาไปดู 10 สัญญาสุดประหลาดในโลกลูกหนังกัน

 

รอล์ฟ-คริสเทล จี-เมียน นักเตะชาวคองโก ที่ไม่ได้โด่งดังอะไร ตอนนั้นย้ายจาก คาร์ลสรูห์ ไปอยู่กับ แฟร้งค์เฟิร์ต ในปี 1999 ตอนนั้นเขายืนยันกับสโมสรว่า จะยอมเซ็นสัญญากับทีม “อินทรีแดง-ดำ” ในตอนนั้นก็ต่อเมื่อ ทีมจะต้องยอมออกเงินให้เมียเขา ไปเรียนทำอาหารด้วย โอ้ พระเจ้า มันไม่ห่วงค่าเหนื่อย สวัสดิการ โบนัส อะไรเลย ห่วงแต่ว่าเมียจะได้เรียนทำกับข้าวรึเปล่าเนี่ยนะ เป็นพ่อบ้านที่ดีจริงๆ

 

การย้ายจาก เอซี มิลาน ไปอยู่ ปารีส แซงต์-แชร์กแมง ของ ติอาโก้ ซิลวา เป็นเรื่องฮือฮาสุดๆ ในวงการฟุตบอลเวลานั้น เพราะเป็นนักเตะชุดแรกที่ “เปแอสเช” ที่เพิ่งกลายเป็นเศรษฐี กว้านซื้อไปร่วมทีม ตอนนั้นไม่ใช่แค่ค่าตัว หรือค่าเหนื่อย

การไปอยู่ ฝรั่งเศส ของเขาจำเป็นต้องรักษาภาพลักษณ์อันดีของสโมสรไว้ด้วย ทีมให้เขาเซ็นสัญญาว่า จะไม่ว่าร้ายทุกๆ ส่วนของทีม ไม่ว่าแฟนบอล ทีมงาน เพื่อนร่วมทีม ผู้บริหาร หรือแม้แต่วิจารณ์เรื่องศาสนา ออกสื่อหรือในที่สาธารณะเป็นอันขาด ทุกวันนี้พี่แกเลยสงบเสงี่ยมเจียมตัวอย่างที่เห็นนั่นแหละ

 

การเซ็นสัญญาของทีมเล็กๆ อย่าง ซันเดอร์แลนด์ ไม่น่าจะมีอะไรสอดไส้ให้แปลกประหลาด แต่เมื่อครั้งที่ สเตฟาน ชวาร์ซ (Stefan Schwarz) ย้ายจาก บาเลนเซีย มาร่วมทีมเมื่อปี 1999 พี่แกดันถูกอกถูกใจโครงการพาคนออกสู่อวกาศซะอย่างงั้น

คงประมาณความฝันวัยเด็กละมั้ง แล้วดูจะเอาจริงเอาจังขนาดนี้ว่า ถ้าขายตั๋วเมื่อไหร่ กูซื้อเลยนะ ทีม “แมวดำ” ก็เลยระบุในสัญญาไปว่า ตลอดเวลาที่ยังมีสัญญากับทีม คุณมึงห้ามออกนอกโลกไปเป็นอันขาด

 

หลายคนงง เพราะแกะไม่ได้ออกลูกเป็นไข่ ใช่ครับอย่างที่คุณคิดนั่นแหละ ลูกอัณฑะของแกะนั่นล่ะครับ เรื่องเกิดขึ้นตอนที่ สเปนเซอร์ พริออร์ (Spencer Prior) ย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ไปอยู่กับ คาร์ดิฟฟ์ เมื่อปี 2001 ประธานสโมสรในตอนนั้นคือ แซม ฮัมมัม ชาว เลบานอน ระบุในสัญญาด้วยว่าตอนเซ็นเขาจะต้องลองกินอาหารหรูของ เลบานอน 1 ชนิด นั่นคือ “อัณฑะแกะ” โดยอนุญาตให้โรยเกลือ โรยผักชี บีบมะนาว ได้ตามสะดวก ถามว่าไม่กินเหรอ กินสิครับ อยากได้งาน ปั๊ดโธ่

 

เชื่อว่าคนที่ติดตามฟุตบอลน่าจะเคยได้ยินเรื่องนี้มาบ้าง โดยเฉพาะแฟนบอล อาร์เซน่อล ตำนานของพวกเขาอย่าง เดนนิส เบิร์กแคมป์ ก็มีสัญญาแปลกๆ อยู่ด้วย แม้ว่าจะมีทักษะเลิศล้ำ เก่งกาจ บนสนามแค่ไหน แต่ถ้าเมื่อไหร่เท้าไม่แตะพื้น ต้องนั่งเครื่องบิน แกจะบ้าคลั่งเลยทันที

เขาเป็นโรคกลัวเครื่องบิน ก่อนจรดปากการ่วมทีมเขาต้องการให้ระบุในสัญญาเลยว่า เขาจะไม่เดินทางด้วยเครื่องบินไปกับทีม ไม่ว่าที่ไหนก็ตาม เวลาจะเดินทางไปเล่น แชมเปี้ยนส์ ลีก ที ถ้าไม่นั่งรถไฟ ก็นั่งเรือ ถ้าทำไม่ได้ ก็ไม่ไปมันซะเลย ใช้ชีวิตลำบากสุดๆ

 

ใครๆ ก็รู้กิตติศัพท์นักเตะบราซิล เป็นจอมท่องราตรีตัวยง แน่นอนว่า โรนัลดินโญ่ คือหนึ่งในนั้น ชีวิตปาร์ตี้เป็นส่วนหนึ่งที่เขาสลัดไม่ขาด ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน แต่การเล่นในยุโรปกับ บาร์เซโลน่า หรือ เอซี มิลาน เขาต้องอึดอัดกับกฎระเบียบของทีม แม้จะมีแวบๆ ไปบ้างแต่ก็ไม่อิสระ

ดังนั้นการกลับไปเล่นที่บ้านเกิด เขาต้องการความผ่อนคลายบ้าง เมื่อเขาเซ็นสัญญากับ ฟลาเมงโก้ เขาระบุในสัญญาด้วยว่าทีมต้องยอมปล่อยให้เขาออกท่องราตรีได้สัปดาห์ละ 2 ครั้ง ซึ่งทีมก็โอเค ไม่มีปัญหาใดๆ

 

ตอนนี้ เนย์มาร์ อาจย้ายไปอยู่กับ “เปแอสเช” ด้วยค่าตัวสถิติโลก 222 ล้านยูโรไปแล้ว แต่หลายคนก็ไม่เคยรู้เลยว่าสมัยที่เขามาร่วมทีม บาร์เซโลน่า เมื่อปี 2013 ด้วยความที่ บาร์เซโลน่า อยากได้ตัวเขามาก พี่แกก็เลยบีบให้ทีมยอมเซ็นข้อแม้ไว้ว่า ต้องยอมให้เพื่อนที่บราซิล มาเยี่ยม มาเที่ยวที่ บาร์เซโลน่า ในทุกๆ 2 เดือน

ซึ่งทีมต้องออกค่าใช้จ่ายให้ด้วย โอ้โห “บาร์ซ่า” ก็หน้ามืดเซ็นด้วยนะครับ แต่ก็ยังมีข้อแม้อยู่ว่า เนย์มาร์ ห้ามงอแงเรื่องตำแหน่งหากโค้ชส่งลงสนาม เล่นต้องไหนก็ต้องเล่น ไม่งั้นโดนลดค่าจ้างเหลือแค่ 2 ล้านตลอดสัญญา ถึงว่ามันไม่เคยแย่งตำแหน่งใครเลย

 

คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายจาก แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด มาอยู่กับ เรอัล มาดริด เมื่อปี 2009 ด้วยค่าตัวถึง 80 ล้านปอนด์ ค่าตัวที่สูงที่สุดในโลกเวลานั้น แน่นอนว่า “ราชันชุดขาว” ก็พยายามขายภาพลักษณ์ของเขาไปด้วย ทุกอย่างต้องเวอร์วังอลังการไปเสียหมด ทำให้ตอนนั้นค่าฉีกสัญญาของเขาสูงมากถึง 1 พันล้านยูโร ในแบบที่คงไม่มีใครกล้าบ้าบิ่นพอมาฉีกสัญญาเขา เพื่อรักษาดาวเตะทีมชาติโปรตุเกสรายนี้ไว้อยู่กับทีมในอีกนานเท่านาน แม้ว่าตอนนี้เขาในวัย 32 ปี จะมีข่าวย้ายทีมอยู่ทุกรอบตลาด แต่ทุกครั้งก็ถูกมองเป็นข่าวไร้สาระไปเสียหมด

 

หัวข้อสัญญาไม่ต้องบอกก็คงรู้แล้วมั้งว่าใครเซ็น ใช่ครับ หลุยส์ ซัวเรซ เมื่อครั้งย้ายจาก ลิเวอร์พูล ไปอยู่กับ บาร์เซโลน่า หลังจบฟุตบอลโลก 2014 ตอนนั้นเขาโดนแบน 4 เดือน เพราะไปกัด จอร์โจ้ คิเอลลินี่ ในเกมกับทีมชาติ อิตาลี ซึ่ง “เจ้าบุญทุ่ม” ที่จ่ายค่าตัวถึง 82 ล้านยูโร จำเป็นต้องปลดความเสี่ยงทุกอย่าง ไม่ให้เหตุการณ์แบบนั้นเกิดขึ้นอีก ด้วยการสอดไส้สัญญาไว้ด้วยว่า ห้ามก่อคดี “กัด” ใครอีกเป็นอันขาด ซึ่งก็ถือว่าได้ผล เพราะจนตอนนี้

 

หมอนี่คือหนึ่งในนักเตะที่มีปัญหามากที่สุดอย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ว่าจะย้ายไปไหน ต้องมีเรื่องเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน ย้อนกลับไปตอนที่ ลิเวอร์พูล ไม่รู้จะหากองหน้าที่ไหนมาร่วมทีม แล้วมี มาริโอ บาโลเตลลี่ เป็นตัวเลือก เบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือในเวลานั้นก็หน้ามืดไปเอามา

แต่ก็ยังดีที่ยังไหวตัววางเงื่อนไขไว้ในสัญญาให้เซ็นว่า สัญญานะ ว่าจะเป็นเด็กดีตอนอยู่ ลิเวอร์พูล ใช่ครับ ตอนนั้น “น้องโอ้” สงบเสงี่ยมมาก ไม่มีปัญหาอะไรเลย แต่ดูเหมือนมันอึดอัดอะไรไม่รู้ เล่นไม่ออกเลย

– เทพเฟี๊ยต –

RELATED NEWS