ชิงความเป็นหนึ่ง! 5 ไคลแม็กซ์ก่อนนัดชิงเอเชียน เกมส์ โสมขาว VS ซามูไร

ชิงความเป็นหนึ่ง! 5 ไคลแม็กซ์ก่อนนัดชิงเอเชียน เกมส์ โสมขาว VS ซามูไร

มหกรรมกีฬาที่ยิ่งใหญ่ในภูมิภาคเอเชียกำลังถึงคราวเดินหน้ามาถึงโค้งสุดท้าย หลายอีเวนท์ชนิดกีฬาก็ได้ชิงชัยเสร็จสิ้นไปแล้ว เหลือบางประเภทกีฬาที่จะตัดสินในวันท้ายๆก่อนพิธีปิดการแข่งขัน และหนึ่งในนั้นมีกีฬายอดฮิตอย่างฟุตบอล 

แม้ในความเป็นจริงทีมชาติไทย ของเราจะไม่มีลุ้นในรอบชิง เพราะตกรอบไปตั้งแต่ไก่โห่ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านัดชิงเหรียญทองเป็นเกมที่สมศักดิ์ศรี 2 ยักษ์ใหญ่ในภูมิภาคเอเชีย โคจรมาเจอกัน เกาหลีใต้และญี่ปุ่น ต่างมีความหลังในชิงฟุตบอลมาช้านาน

ขอบสนามคัดสรร 5 ประเด็นเจ๋งว่าทำไมเราควรดู คู่ชิงฟุตบอลชายเอเชียน เกมส์ 2018

1.ความเป็น 1 ในเอเชีย

แม้ในความเป็นจริงทัวร์นาเมนต์หมายเลข 1 ของทวีปด้านลูกหนังคือเอเชียน คัพ ในขณะที่เอเชียน เกมส์ กลายเป็นเพียงเวทีหาประสบการณ์โดยที่กำหนดผู้เล่นอายุไม่เกิน 23 ปี ได้มีโอกาสไปโชว์ฝีเท้า แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านี่คือรายการที่หลายๆชาติตั้งความหวังถึงเหรียญทอง แม้จะได้อยู่ในปฏิทินฟีฟ่าเดย์ หรือแม้แต้มสะสมจากแรงกิ้งฟีฟ่า

ซึ่งการที่เกาหลีใต้และญี่ปุ่น คู่รักคู่แค้นที่ห่ำหั่นกันมายาวนานในเชิงลูกหนัง ต่างทะลุมาถึงรอบชิงชนะเลิศแบบไม่ได้นัดหมาย แน่นอนว่าพวกเขาไม่มีตัวเลือกอื่นนอกจากการกระชากเหรียญทองกลับบ้านเกิดเมืองนอน พร้อมทั้งประกาศศักดาความเต้ยลูกหนังเอเชีย

2.แข้งโสมขาวมาเพื่อแชมป์เพื่อรอดพ้นการเกณฑ์ทหาร

ทันทีที่มีการเปิดโผรายชื่อผู้เล่น ซน ฮึง มิน อยู่ในทีมชุดลุยเอเชียน เกมส์ 2018 ที่อินโดนีเซีย พร้อมด้วยดาวรุ่งที่ฝีเท้าแจ๋มสุดในรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี เรารู้ดีว่า”หลีใต้” ชุดนี้มาเพื่อป้องกันเหรียญทองอีก 1 สมัย แต่สิ่งหนึ่งที่จะเป็นผลตอบแทนที่สำคัญไม่แพ้กันคือการปลดล็อครอดพ้นจากการไม่ต้องไปเข้ากรมเกณฑ์ทหารรับใช้ชาติ

เมื่อมีเงื่อนไขเดียวคือแชมป์ แข้งพลังโสมที่มักขึ้นชื่อลือชาในเรื่องพลังงานความฟิตที่บ้าระห่ำ จึงเดินหน้าสู้ตายทุกนัด อาจมี 1 เกมที่ปราชัยต่อมาเลเซีย 1-2 ในรอบแบ่งกลุ่ม  แต่ภาพรวมทุกนัดที่เกิดขึ้นในบอลชายเอเชียน เกมส์หนนี้ เกาหลีใต้มาสู้แบบทุบหม้อข้าว พวกเขาปราบอิหร่าน 2-0 รอบ16 ทีม, พลิกนรกกลับมาแซงชนะอุซเบกิสถาน แบบสุดมันส์ ในรอบ 8 ปี ช่วงการต่อเวลาพิเศษ 4-3  และดับซ่าทีมฟอร์มแรงอย่างเวียดนาม ในรอบรองฯ 3-1

เรียกว่าเวลานี้โมเมนตัมกำลังเข้าที่เข้าทางเกาหลีใต้ แต่พวกเขาจะบรรลุเป้าหมายหรือไม่นั้น ญี่ปุ่น ชุดยู-21 จะเป็นผู้ให้คำตอบ

3.ซามูไรหวังล้างแค้นโสมขาว

นอกจากเป็นเกมศักดิ์ศรีเพื่อชิงความเป็น 1 ในด้านลูกหนังของทวีปแล้ว เกมรอบชิงเหรียญทองหนนี้ ยังมีความหลังที่น่าสนใจไม่แพ้กัน เนื่องจากเอเชียน เกมส์ 2014 (เมื่อ4ปีก่อน) เกาหลีใต้ อาศัยความเป็นเจ้าภาพทำแสบใส่ญี่ปุ่น ในรอบ 8 ทีมสุดท้าย รูปเกมที่สู้กันสูสี  กระทั่งนาที88 โสมขาวมาได้ลูกจุดโทษ และเป็นจาง ฮยุน ซู ยิงเข้าไป เป็นประตูชัยส่งซามูไร บลูส์ ตกรอบไปอย่างน่าเสียดาย

การมาเจอกันในรอบชิงเอเชียน เกมส์ 2018 ในหนนี้ ญี่ปุ่น ย่อมมีความแค้นที่ต้องการคิดบัญชีใส่ลูกหลานโชซอนฝั่งใต้แน่นอน

4.วัดคุณภาพทีมก่อนไปลุยรอบคัดเลือกปรีโอลิมปิก

ทัวร์นาเมนต์เอเชียน เกมส์ ฟุตบอลนั้นเปรียบเสมือนการลองทีมชุดอายุต่ำกว่า 23 ปีของหลายๆชาติ และในระยะหลัง ญี่ปุ่น มักจะชอบใช้งานผู้เล่นอายุไม่ต่ำกว่า 21 ปีมาลงแข่ง ว่ากันง่ายๆคือนำเด็กมาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ด้วยการแบกอายุมาแข่งขัน

ส่วนทีมเกาหลีใต้แข่งบางส่วนมีการผสมผสานผู้เล่นอายุไม่เกิน 23 อยู่พอควร การชิงเหรียญทองบอลชายเอเชียน เกมส์ 2018 เปรียบเสมือนการวัดคุณภาพทีมไปในตัวว่าฝ่ายไหนเหนือกว่ากัน ก่อนที่รอบคัดเลือกฟุตบอลปรีโอลิมปิก จะมีขึ้นในช่วงมีนาคม ปี 2019

5.การวัดฝีมือของโค้ชทั้ง 2 ชาติ

เกาหลีใต้ ชุด23 ปี ฝ่าด่านมาถึงรอบชิง โดยฝีมือของ คิม ฮัค บอม กุนซือมือเก๋าผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของสโมสรซองนัม อิลวา (ซองนัม เอฟซี) ในชื่อปัจจุบัน เขาเลือกใช้ทักษะคุณภาพผู้เล่น ผสมผสานกับวิธีการขึ้นเกมจากริมเส้น และวิงแบ็คโจมตีคู่แข่งเป็นจุดเด่นในการทำทีมชุดนี้ และเขาได้พิสูจน์กึ๋นในเกมที่พาทีมพลิกกลับมาล้มอุซเบกิสถาน 4-3 ในรอบ 8 ทีม

ด้านฮาจิเมะ โมริยาสุ กุนซือทีมซามูไร ที่มาทัวร์นาเมนต์นี้แบบไร้แรงกดดัน เนื่องจากเป็นเด็กอายุต่ำกว่า 21 ปีแต่กลับหักปากกาเซียน นำทีมมาถึงรอบชิง เขาใช้วีธีการสร้างทีมเน้นระบบทีมเวิร์ค เน้นวิธีการเล่นแบบเพรสซิ่งช่วงชิงบอลจากคู่ต่อสู้ ไม่เน้นทำเกมบุกใส่คู่ต่อสู้แบบพร่ําเพรื่อ ซึ่งรูปแบบนี้เขาเคยประสบความสำเร็จกับซานเฟรซเซ่ ฮิโรชิมามาก่อน

เอ็มเร่

RELATED NEWS