5 แข้งดังผันตัวมาเป็นโค้ชที่เคยมาโชว์ฝีเท้าแดนสยาม

ประเทศไทยนับเป็นสวรรค์ใครต่อใครหลายๆคนที่อยากลงหลักปักหมุดหมายมาใช้ชีวิตในบั้นปลาย โดยเฉพาะในรายของกลุ่มชาวต่างชาติ ซึ่งก็คงเป็นเพราะหลายเสียงมองว่าปลอดภัย สวยงามกว่าบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง

เหตุผลที่ว่ามาในข้างต้นจึงทำให้พ่อค้าแข้งมากหน้าหลายตาชาวต่างชาติ เริ่มทยอยมาโกยเงินในไทยลีกแบบชนิดไม่ขาดสาย รวมไปถึงแข้งดังชื่อก้องโลกทั้งอดีตและปัจจุบันที่มาท่องเที่ยวผจญภัยแทบทุกปี

นอกจากแดนสยามจะเป็นแหล่งท่องเที่ยงชั้นดีให้แก่ชาวต่างชาติ แถมยังมีโอกาสต้อนรับสโมสรชั้นนำจากทั่วทุกมุมโลก รวมถึงนักเตะและโค้ชชื่อดังมากมายมาแล้ว ชนิดนับไม่ถ้วน

ขอบสนามเฟ้นหา 5 แข้งระดับท็อปที่หอบหิ้วสตั๊ดมายลโฉมในเมืองไทย และในเวลาต่อมาก็ขยับขยายสถานะตนเองขึ้นมาเป็นกุนซือจับงานคุมทีมฟุตบอลในปัจจุบัน

1.นิโก้ โควัช (ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น 1997)

เฮดโค้ชคนปัจจุบันของทีม”เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิค ที่กำลังสร้างผลงานสวยหรูในการทำทีมออกสตาร์ทซีซั่นใหม่ได้ไฉไลเป็นบ้า ชัยชนะ 4 จาก 5 นัดแรก ครองจ่าฝูงบุนเดสลีกาได้อย่างสง่าผ่าเผย แม้หลายฝ่ายจะสบประมาทว่า โควัช ผู้พี่จะไม่ใช่ของจริงก็ตามที แต่ต้องยอมรับว่าชื่อเสียงที่สะสมมาสมัยเป็นผู้เล่นช่วยให้บุรุษชาวโครแอต ทำงานในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่าได้แบบไร้ปัญหา

ยิ่งพอเห็นภาพ นิโก้ โควัช ในเวลานี้ทำให้นึกย้อนกลับไปเมื่อประมาณ 21 ปีที่แล้ว 1997 (พ.ศ.2540) ตอนที่คริสตอฟ ดอม เทรนเนอร์”นายห้างขายยา” ไบเออร์ 04 เลเวอร์คูเซ่น เดินทางมาเล่นเกมนัดอุ่นเครื่องที่จังหวัดเชียงใหม่ กับสโมสรธนาคารกสิกรไทย ซึ่งผลสรุปในเกมนั้นทีมจากเยอรมนี อัดขุนพลรวงข้าวไปแบบไม่ไหวหน้า 7-0

2.ซีเนอดีน ซีดาน (เรอัล มาดริด 2003,2005)

อดีตดาวเตะค่าตัวแพงสุดในโลกเมื่อปี 2001 หลังย้ายจากยูเวนตุสมาร่วมทีมเรอัล มาดริด สนนราคาอยู่ที่ 46.6 ล้านยูโร “ซิซู” ฉายแสงช่วยทีมราชันชุดขาว ได้แชมป์ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก และ ลาลีกา อย่างละ 1 สมัย เมื่อตอนเป็นผู้เล่น และในเวลาต่อมาก็ก้าวขึ้นมาเป็นยอดโค้ชช่วยอดีตต้นสังกัดเก่า ซิวแชมป์ถ้วยใหญ่ของยุโรป ได้ 3 สมัย ตามด้วย1  แชมป์ลาลีกา และเลือกก้าวลงจากตำแหน่งเมื่อซัมเมอร์ปี 2018 และเวลานี้กำลังรองานกับสโมสรใหม่ที่ใช่สำหรับชายชาวเฟรนซ์แมน

ตอนเป็นผู้เล่น ซีดาน เคยมาทัวร์แดนสยามกับเรอัล มาดริด 2 ครั้ง ในปี 2003 และ 2005 และแข้งผู้คว้าแชมป์โลกและยูโร ก็ไม่ทำให้แฟนบอลไทยในสนามราชมังคลากีฬาสถานผิดหวัง วาดลวดลายและฝีเท้าออกมาหมดแม็กซ์ทั้ง 2 เกม

สำหรับผลการแข่งขันปี 2003 ราชันชุดขาวชนะทีมชาติไทย 2-1 ส่วนในปี 2005 โลส บลังโกส ชนะไทยชุดซีเกมส์ 3-0 โดยที่ซีดาน ทำประตูได้จากลูกจุดโทษด้วย

3.ปาทริค วิเอร่า (อาร์เซน่อล 1999)  

แข้งชาวเฟรนซ์แมนผู้มีดีกรีแชมป์โลกปี 1998 และเป็นผู้เล่นระดับตำนานของสโมสรอาร์เซน่อล กองกลางฮาร์ดแมนที่เล่นได้ดุดันทุกจังหวะในการเข้าปะทะกับคู่ต่อสู้ จนช่วย “เดอะ กันเนอร์ส คว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก 3 สมัย  และนั้นคือช่วงเวลาที่เยี่ยมสุดในชีวิตของชายที่มีเลือดเนื้อเชื้อสายเซเนกัล

หลังอำลาสนามวิเอร่า คลุกคลีกับการทำงานกับทีมเยาวชนของแมนฯซิตี้ ยาวนานถึง 5 ปี และโยกไปรับงานคุมทีมนิวยอร์ก ซิตี้ ทีมในเครือข่ายเรือใบสีฟ้า ในเมเจอร์ลีกอีก 2 ปี และมาสัมผัสประสบการณ์ลูกหนังในยุโรปกับนีซ ในลีกเอิงของฝรั่งเศส ซีซั่นล่าสุด โดยผลงานอยู่ในเกณฑ์ไม่ได้มีหรือแย่เกินไปอยู่กลางตาราง

วิเอร่า เคยมาโชว์ฝีเท้าในเมืองไทย กับอาร์เซน่อล เมื่อปี 1999 พ.ศ.2542 หลังจบพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 1998-99 ที่พวกเขาชวดป้องกันแชมป์ลีก ไปแบบน่าเสียดาย โดยเกมที่โคจรมาพบกับทีมชาติไทย ทีมปืนใหญ่พ่ายแพ้ไปแบบประทับใจคนดูรอบสนามด้วยสกอร์ 3-4

4.แพทริค ไคลเวิร์ต (บาร์เซโลน่า 2002)

หัวหอกชาวดัตซ์ผู้ที่สังหารประตูชัยช่วยให้อาแจ๊กซ์ อัมสเตอร์ดัม เฉือนชนะเอซี มิลาน  1-0 ในรอบชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ปี1995 ก่อนที่เวลาต่อมาจะย้ายมาเป็นกองหน้าระดับตำนานของบาร์เซโลน่า จับคู่ผลิตสกอร์กับริวัลโด้ ในถิ่นคัมป์นู ซึ่งห้วงเวลานั้นคือไทม์ไลน์ที่ดีสุดของชายที่ชื่อ แพทริค ไคลเวิร์ต ในชีวิตลูกหนังอาชีพ หลังจากนั้นเขาก็ประสบปัญหาอาการบาดเจ็บและแขวนสตั๊ดไปแบบเงียบๆ

ปี 2002 หลังฮอลแลนด์ล้มเหลวตกรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก ส่งผลให้กลุ่มแก๊งค์นักเตะดัตซ์ในทีมบาร์ซ่า ว่างเว้นไม่ได้ทำอะไรและนั้นทำให้ ไคลเวิร์ต, แฟร้งค์ เดอ บัวร์, ฟิลิป โคคู,  มิเชล ไรซีเกอร์ เดินทางมายังประเทศไทยเพื่อวาดลวดลายเตะบอลนัดพิเศษกับบีอีซี เทโรศาสน ออลสตาร์ ซึ่งเกมนัดนั้นเสมอกัน 0-0 ก่อนที่ทีมน้ำเงินเลือดหมู จะเฉือนชนะการดวลลูกโทษ 4-3

ส่วนปัจจุบัน ไคลเวิร์ต รับบาทเป็นผู้ช่วยคลาเรนซ์ ซีดอร์ฟ ในการทำทีมชาติแคเมอรูน

5.มิเกล อาร์เตต้า (เอฟเวอร์ตัน 2005)

กองกลางตัวคุมเกมจากซาน เซบาสเตียน ในแคว้นส์บาสก์ ผู้ไม่อาจก้าวขึ้นไปสู่ทีมชุดใหญ่ของบาร์เซโลน่าได้ และต้องไปหาโอกาสใหม่กับเปแอสเช, เรนเจอร์ส และเรอัล โซเซียดัด ก่อนจะมาปลักหลักลงเอยเป็นตัวหลักกับเอฟเวอร์ตัน ในระหว่างปี 2005-2011 จนสถาปนาเป็นกองกลางชั้นนำของพรีเมียร์ลีก และย้ายไปเป็นลูกทีมอาร์แซน เวนเกอร์ ที่อาร์เซน่อล ในช่วงบั้นปลายชีวิตการค้าแข้ง

หลังการย้ายมาทำงานของพรีเมียร์ลีกของ โจเซฟ เป็ป กวาร์ดิโอล่า ยอดโค้ชชาวคาตาลัน อาร์เตต้า จึงไม่รอช้าย้ายไปเป็นลูกมือในทีมแมนฯซิตี้ และเลือกที่จะเมินขอเสนอจากสวอนซี ซิตี้ ที่ต้องการให้มาคุมทีม รวมถึงและสเปอร์ ที่ต้องการให้ไปร่วมงานกับเมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ อดีตเพื่อนซี้ในทีมเปแอสเช

ทั้งนี้เมื่อปี 2005 อาร์เตต้า ก็เคยมาโชว์เพลงแข้งในเมืองไทย 1 หน กับเอฟเวอร์ตัน ในทัวร์นาเมนต์พรีเมียร์ลีก เอเชียน โทรฟี่ แต่ผลการแข่งขันของทีมท็อฟฟี่สีน้ำเงินนั้นแป็กเหลือเกิน ปราชัยทีมชาติไทยชุดซีเกมส์ ในการดวลจุดโทษ 4-3 แถมยังจบอันดับ 4 พ่ายจุดโทษแมนฯซิตี้ อีกด้วย

เอ็มมิเลียโน่

 

RELATED NEWS