“เนลสัน โบนิญ่า” มือปืนค้างคาวไฟ

“เนลสัน โบนิญ่า” มือปืนค้างคาวไฟ

ธรรมชาติของมนุษย์มักมีเรื่องเหนือความคาดหมายเกินขึ้นอยู่เสมอ เฉกเช่นเดียวกับโลกฟุตบอลที่มักมีแข้งโนเนม สังกัดสโมสรเล็กเงินทุนไม่มากมาย แต่ชอบสร้างความแปลกใจให้แก่วงการฟุตบอลไทยช่วงขวบปีย้อนหลังอยู่ตลอด

ไทยลีก ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นสมรภูมิที่ห่ำหั่นการอย่างบ้าคลั่งดุเดือด ยิ่งในปี 2018 มีการตกชั้นถึง 5 ทีม แน่นอนว่าคงไม่มีทีมไหนอยากอยู่ร่วมวงสังคายนาในพื้นที่ตรงนี้เป็นแน่

อันดับหัวตารางไทยลีกครั้งที่ 22 ที่เปิดฉากขึ้นในเดือนแห่งความรัก ทีมที่คว้าชัย 3 เกมรวด พร้อมกับกวาดแต้มตุนในมือ 9 คะแนน คือ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์เก่า ,การท่าเรือ เอฟซี ทีมเงินถุงเงินถัง และ คลับลูกหนังเล็กๆ จากเมืองประวัติศาสตร์ชาติไทย อย่างสุโขทัย เอฟซี

แน่นอนว่าสิ่งที่ทำให้ 3 ทีมสร้างผลงานอันยอดเยี่ยม นอกจากการวางแผนใช้งานตัวผู้เล่นและแท็คติกในสนามแล้ว ปัจจัยหนึ่งที่มีผลไม่แพ้กันคือแข้งต่างชาติ

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ พลพรรคค้างคาวไฟ มีเกมรุกในแดนหน้าที่สุดแสนจะอันตรายและเลือดเย็น ทั้ง จอห์น บาจโจ้, เอ็นจิวา มาร์ติน 2 ตัวริมเส้นจากมาดากัสการ์ และที่ไม่พูดถึงไม่ได้คงเป็นหัวหอกดีกรีทีมชาติเอล ซัลวาดอร์ อย่าง เนลสัน โบนิญ่า สไตร์เกอร์วัย 27 ปี ผู้ที่กระหน่ำ 5 ประตูจากการลงสนามในเมืองไทย 3 เกมแรก

โบนิญ่า เป็นใครและทำไมหมอถึงสร้างผลงานในเดือนแรกได้ยอดเยี่ยม ทั้งที่ไม่มีประสบการณ์ในลีกแดนสยามมาก่อนเลยด้วยซ้ำไป

หากเช็คจุดเริ่มต้นหัวหอกผู้มาจากเอล ซัลวาดอร์ ประเทศที่อยู่ในทวีปอเมริกาเหนือ ดินแดนแคริเบียน ก็มีจุดเริ่มต้นเสมือนดาวเตะชื่อดังก้องโลกมากมายที่ฝึกฟุตบอลจากข้างถนน ด้วยเท้าเปล่า บริเวณชานเมืองหลวงของประเทศอย่าง ซาน ซัลวาดอร์

โบนิญ่า จึงมีสัญชาตญานการครอบครองบอล เอาตัวรอดในพื้นที่แคบๆ ได้ดี และติดตัวมาตั้งแต่เด็ก ก่อนจะไต่เต้าสู่การลงเล่นทีมดังที่สุดของเอล ซัลวาดอร์ อย่างอลิอันซ่า ซึ่งอยู่กับทีมเป็นเวลา 3 ปี

แต่เนื่องจากปัญหาเศรษฐกิจในประเทศที่ไม่สู้ดีเอาเสียเลย เขาจึงรับฟังเขาแนะนำของเอเยนต์ในการย้ายไปเล่นในลีกโรมาเนีย กับทีมวิโตรุล คอนสแตนต้า ที่มีจอร์จี้ ฮาจี้ เป็นทั้งเจ้าของและผู้จัดการทีม ซึ่งที่นั้นเอง ทำให้แข้งชาวซัลวาดอเรียน ได้เรียนรู้ชั้นเชิงลูกหนังอันยอดเยี่ยมจากตำนานแข้งดินแดนแดร็กูล่า ซึ่งเขาก็ตอบแทนความไว้วางใจด้วยการยิง 7 ประตู จากการลงสนาม 25 เกม ก่อนจะเลือกเปลี่ยนสโมสร ไปร่วมทีมซิร่า และอาเซอร์ไบจาน, นาซิอองนอล และโอลิเวเรนเซ 2 ทีมในโปรตุเกส

หลังหมดความท้าทายในลีกยุโรป ที่โม่แข้งมานาน 7 ปีครึ่ง หัวหอกดีกรีทีมชาติเอกวาดอร์ ได้รับข้อเสนอจากเขตพงษ์ กุลนาถศิริ ผู้จัดการทีมสุโขทัย ที่ตามเช็คฟอร์มโบนิญ่า อย่างละเอียด พร้อมทั้งแสดงความเชื่อมั่นที่จะเซ็นสัญญากับเขา ซึ่งสิ่งที่สโมสรแสดงความจริงใจให้แก่นักเตะโบนิญ่า มีเวลาน้อยมากในช่วงปรีซีซั่นกับสโมสรเพียงแค่ 1 เดือน ก่อนที่ลีกสูงสุดของสยามประเทศจะเปิดฉาก เขาฝึกซ้อมกับทีมอย่างหนัก เพื่อให้เข้ากับระบบของ ”โค้ชเบ๊” ไพโรจน์ บวรวัฒนดิลก และเพื่อนร่วมทีมให้ได้มากที่สุด

ซึ่งจากการที่เขา ไม่ใช่แข้งโปรไฟล์เลิศหรู และไม่มีประสบการณ์ในลีกไทย มันจึงทำให้กองหน้ารายนี้ปรับตัวได้รวดเร็วกว่าที่คาดคิด ใช้ทักษะที่ซ้อนเร้นมากมายออกมาได้เต็มที่ ทั้งการจบสกอร์ที่มีเล่ห์เหลี่ยมพร้อมเทคนิคที่แพรวพราว สัญชาตญานในการวิ่งหาพื้นที่เพื่อเปิดทางให้เพื่อนร่วมทีมเล่นได้ง่าย กลายเป็นจุดเด่นของหมอนี่ไปเลย หากนึกไม่ออกว่าสไตล์การเล่นของ โบนิญ่า เหมือนใคร ก็ให้นึกถึง หลุยส์ ซัวเรซ เอาไว้ ผลงาน 5 ประตู และ 2 แอสซิสต์ คือสิ่งที่บ่งบอกถึงความเป็นมือปืนที่คมคายในการซัลโวประตูคู่ต่อสู้

เมื่อผลงานร้อนแรงดังไฟเอ่อร์ จึงไม่แปลกที่มีข่าวหลุดออกมาถึงความสนใจจากทีมยักษ์ใหญ่ของประเทศไทย ที่แอบรอตีท้ายครัวทาบทามแบบหลับหลัง จนถูกหัวเรือใหญ่ของสุโขทัย ออกโรงเบรกผ่านสื่อเมื่อไม่กี่วันก่อน

อย่างไรก็ดี ทั้งหมดทั้งมวลนี้ โบนิญ่า คงไม่ใช่แข้งโนเนมอีกต่อไป เพราะชั้นเชิงลูกหนังมากมาย ที่แฝงไปด้วยความพิษสงค์ กำลังรอเวลาเล่นงานกองหลังไทยลีกทั้ง 17 สโมสร ตลอดฤดูกาล 2018

เอ็มเร่

RELATED NEWS