ไทม์ไลน์! เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของ โลเปเตกี กับราชันชุดขาว

ไทม์ไลน์! เส้นทางที่ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบของ โลเปเตกี กับราชันชุดขาว

ฆูเลน โลเปเตกี

ชะตาขาดเรียบร้อยหลังฟางเส้นสุดท้ายขาดผึง เมื่อ ฆูเลน โลเปเตกี พา ราชันชุดขาว บุกไปพ่ายยับเยินในศึก เอล กลาซิโก้ ต่อ บาร์เซโลน่า คู่ปรับตลอดกาลถึง 1-5 ชนิดที่ว่าเละเทะหาทางกลับเมืองหลวงไม่ถูกเลยทีเดียว

หลังจากนั้นเพียง 1 วัน เรอัล มาดริด ก็ไม่รอช้าประกาศปลด โลเปเตกี พร้อมตั้ง ซานติอาโก้ โซลารี่ ตำนานแข้ง เรอัล มาดริด ที่คุมชุด เบ อยู่ ขึ้นมารับตำแหน่งขัดตาทัพทันที วันนี้เราจะพาทุกท่านไปย้อนไทม์ไลน์เส้นทางของ โลเปเตกี กับ เรอัล มาดริด ในช่วงเวลา 4 เดือนกันสักนิด

6 มิถุนายน 2018
“ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด ประกาศอย่างเป็นทางการว่า ฆูเลน โลเปเตกี ที่ดำรงตำแหน่งเฮดโค้ชของทีมชาติสเปนอยู่ตอนนั้น จะมานั่งแท่นเป็นกุนซือใหญ่ให้กับ เรอัล มาดริด หลังจบศึกฟุตบอลโลก 2018

13 มิถุนายน 2018
การประกาศของ เรอัล มาดริด สร้างความไม่พอให้กับสหพันธ์ทีมชาติสเปน นั่นทำให้ หลุยส์ รูบิอาเลส ประธานสหพันธ์ฟุตบอลสเปน หรือ อาร์เอฟอีเอฟ ไม่พอใจอย่างมาก เนื่องจากไม่รู้เรื่องนี้มาก่อนเลย และตัดสินใจสั่งปลด โลเปเตกี แบบฟ้าผ่า ก่อนมหกรรมฟุตบอลโลกจะเริ่มในวันถัดไป และตั้ง เฟร์นานโด เอียร์โร คุม สเปน ลุยศึกฟุตบอลโลกแทน

14 มิถุนายน 2018
หลังจากโดนปลดจากตำแหน่งกุนซือทีมชาติสเปนได้เพียง 1 วัน เรอัล มาดริด ก็จัดการแถลงเปิดตัว ฆูเลน โลเปเตกี ทันที โดยตกลงเซ็นสัญญากัน 3 ปีด้วยกัน

15 สิงหาคม 2018
ความพ่ายแพ้อย่างเป็นทางการนัดแรกในศึก ยูฟ่า ซูเปอร์คัพ เมื่อ โลเปเตกี นำทีม เรอัล มาดริด แชมป์ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก พ่าย แอตเลติโก มาดริด แชมป์ ยูฟ่า ยูโรป้าลีก คู่ปรับร่วมเมือง ไป 2-4

4 ตุลาคม 2018
สื่ออย่าง มาร์ก้า เปิดเผยว่า ฆูเลน โลเปเตกี ผู้จัดการทีมคนที่ 14 ที่ได้เข้ามาทำงานที่ ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ในยุคของ เปเรซ ทำสถิติที่ห่วยแตกที่สุดในการออกสตาร์ทคุมทีม 10 เกมแรกซึ่งมาจากการชนะ 5 เสมอ 2 และแพ้ 3 นัด

6 ตุลาคม 2018
ชุดขาวเป้าสะอาด นิยามความเป็นราชันชุดขาดในตอนนี้ ความพ่ายแพ้ต่อ อลาเบส ในศึกลาลีกา ของ เรอัล มาดริด สร้างสถิติใหม่ที่ไม่น่าจดจำให้กับทีมชอง ฆูเลน โลเปเตกี ราชันชุดขาวจะไม่สามารถทำประตูใครได้เลยติดต่อกันถึง 4 นัดในทุกรายการ เริ่มจากการแพ้ให้กับ เซบีย่า สุดช็อค 3-0, เสมอกับ แอตเลติโก มาดริด 0-0, พ่าย ซีเอสเคเอ มอสโก 0-1 ในแชมเปี้ยนส์ลีก และโดนทีเด็ดทดเจ็บจาก อลาเบส พ่ายไป 0-1

20 ตุลาคม 2018
เรอัล มาดริด จัดการสร้างสถิติใหม่ขึ้นเรียบร้อย ยิงประตูไม่ได้ติดต่อกันยาวนานที่สุด 481 นาที ในเกมที่พบ เลบานเต้ เมื่อวันเสาร์ ยังดีที่ มาร์เซโล่ เป็นคนมาหยุดสถิติ ยิงได้ในเกมนี้ แม้ว่าแพ้ เลบานเต้ ไป 1-2 แต่ก็ดีที่สถิติยิงประตูไม่ได้ไม่ยาวนานไปกว่านี้

28 ตุลาคม 2018
ศึกสำคัญนัดชี้ชะตาตำแหน่งของ โลเปเตกี ศึก เอล กลาซิโก้ ที่หลายคนตั้งหน้าตั้งตารอคอย ซึ่งต้องบอกว่า เรอัล มาดริด ดูเหมือนจะทำได้ดีขึ้นหลังจากโดนนำไป 2-0 แต่ท้ายที่สุดพวกเขาก็พังยับเยิน โดน บาร์ซ่า ถลุงไป 5-1 ในถิ่นคัมป์นู ชนิดที่หาทางกลับเมืองหลวงไม่ถูกทีเดียว

29 ตุลาคม 2018
หลังจากความพ่ายแพ้ยับเยินในบิ๊กแมตช์นัดสำคัญที่มีศักดิ์ศรีค้ำคอ เรอัล มาดริด ก็สั่งปลด โลเปเตกี เซ่นผลงานห่วยทันที นั่นทำให้เขามีเวลาทำงานใน ซานติอาโก้ เบร์นาเบว ประมาณ 4 เดือนเท่านั้น และตกงานเป็นหนที่ 2 ในรอบ 5 เดือนอีกด้วย

ต้องบอกว่าแอบสงสารไม่น้อย ซึ่งไม่รู้ว่าใครผิดใครถูก แต่ดูท่าทางแล้วหากเจ้าตัวย้อนกลับไปได้คงไม่อยากรับปากคุม เรอัล มาดริด และเป็นไปได้ว่าเขาน่าจะยังนั่งแท่นกุนซือ กระทิงดุ ต่อจนถึงตอนนี้ด้วยซ้ำ เพราะเจ้าตัวเพิ่งต่อสัญญายาวกับสหพันธ์ฟุตบอลสเปน

– เปี๊ยกบางใหญ่ –

RELATED NEWS