นับถอยหลัง ซูซูกิ คัพ 2018! ส่องแม่ทัพ และขุนศึก ประจำทีม สาย A

เหลือเวลาอีก 4 วัน ศึกฟุตบอลระดับชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของภูมิภาคอาเซียน อย่าง “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018” ก็จะเริ่มขึ้น ซึ่งโอกาสนี้ทีมงานขอบสนามบอลไทย จึงอยากจะพาทกท่านไปทำความรู้จักกับ 10 ชาติ ในอาเซียน คัพ ครั้งนี้ ว่าทีมไหนเป็นอย่างไรกันบ้าง

ซึ่งตอนนี้ทั้ง 10 ทีมก็กำลังเก็บตัวฝึกซ้อมกันอย่างขมักเขม้นเช่นเดียวกับทีมชาติไทยของเราในฐานะแชมป์เก่า 2 สมัยติด และต้องการจะสร้างประวัติศาสตร์คว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกัน แต่มันก้คงไม่ง่ายอย่างที่คิด

สำหรับฟุตบอลซูซูกิ คัพ ครั้งนี้มีการเปลี่ยนแปลงเรื่องการจัดการแข่งขันรวมทั้งจำนวนทีม หากใครยังไม่ทราบลองย้อนกลับไปอ่านได้ที่ https://www.khobsanam.com/column/49217

เอาละคราวนี้เราลองมาทำความรู้จักกับ 10 ชาติใน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018” กันว่าแต่ละทีมมีใครเป็นแม่ทัพใหญ่คุมทีม และมีใครเป็นขุนศึกประจำทีมกันบ้าง วันนี้เราเริ่มกันที่กลุ่ม เอ ก่อน ที่มีทีมอย่าง เวียดนาม,มาเลเซีย,เมียนมา,กัมพูชา และ ลาว

เวียดนาม

ทีมชาติเวียดนามถือเป็นตัวเต็งอีกหนึ่งทีมในรายการนี้ พวกเขามาด้วยความมุ่งมั่นและต้องการจะคว้าแชมป์อาเซียน คัพ สมัยที่ 2 มาครองให้ได้ หลังต้องรอมานานกว่า 10 ปี โดยทีมชุดนี้คุมทัพโดย ปาร์ค ฮัง ซอ กุนซือชาวเกาหลีใต้ วัย 59 ปี ที่คุมทั้งชุดยู 23 และทีมชุดใหญ่ โดยผลงานของกุนซือแดนกิมจินั้นไม่ธรรมดา โดยเฉพาะกับทีมชุดยู 23 ที่ไปคว้ารองแชมป์เอเชีย เมื่อต้นปีที่ผ่านมา แถมทัวรืนาเม้นท์ล่าสุดก็พาเวียดนามจบอันดับที่ 4 ในเอเชี่ยนเกมส์ และซูซูกิ คัพ ครั้งนี้ก็จะเป็นการพิสูจน์ฝีมือของเขากับทีมชาติเวียดนามชุดใหญ่ ว่าจะทำได้ดีเหมือนคุมทีมชุดเล็กหรือไม่

ขณะที่ขุมกำลังหลักของนักเตะสกุลเหงียนครั้งนี้ก็เป็นการผสมผสานกันของผู้เล่นตัวเก๋ากับเด็กนรกที่มาจากยู 23 โดยทีมชุดนี้ที่เคยถูกเรียกว่าบารืซ่าอาเซียนนั่นเอง นำโดย เหงียน คอง เฟือง เพล์เมกเกอร์ตัวเก่งที่มีฉายาว่า “เมสซี่เวียดนาม” ส่วนตัวเก๋าที่เราคุ้นชื่อคุ้นหูกันดีก็คือ เหงียน วาน เกวียต กองหน้าตัวเก่งที่รับบทเป็นกัปตันทีมชาติเวียดนามในซูซูกิ คัพ ครั้งนี้

มาเลเซีย

เจ้าของแชมป์ 1 สมัย เมื่อปี 2010 และเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งเช่นกันสำหรับเสือเหลือง มาเลเซีย โดยเป้าหมายของพวกเขาครั้งนี้ก็คือต้องการเป็นแชมป์เช่นกัน ทีมชุดนี้คุมทัพโดย ตัน เชง โฮ ซึ่งเป้นชาวมาเลเซีย เคยคุมทีมเคดาห์ ก้าวขึ้นมาเป้นทีมชั้นนำของมาเลเซีย และก็เคยเป็นผู้ช่วยโค้ชทีมชาติมาเลเซีย อยู่หลายชุดเหมือนกัน เช่นเดียวกับทีมชาติชุดใหญ่ เขาก็ผันตัวเองมาจากการเป็นผู้ช่วยโค้ชมาก่อน และก็ได้คุมทัพเต็มตัวเมื่อปี 2017 ผลงานที่ผ่านมายังไม่มีอะไรเด่นชัดมากนัก นี่จึงเป็นรายการที่อาจจะชี้อนาคตของเขากับทีมชาติมาเลเซียก็เป็นได้

ส่วนนักเตะในทีมก็ดาวรุ่งดวงใหม่ที่ขึ้นมาติดทีมชาติชุดใหญ่หลายคน แต่ที่น่าจะเป็นตัวความหวังก้คงเป้นแข้งจอมเก๋า โดยเฉพาะ ซาควน อัดฮา อับดุล รัดซัค กองหน้าตัวเก่ง ซึ่งเป็นดาวซัลโวประจำทีม อีกคนเราคุ้นชื่อกันดีคือ นอร์ชารุล ดาวยิงตัวเก๋ากึกวัย 32 ปี ก็ยังติดทีมชุดนี้มาด้วย

เมียนมา

อีกหนึ่งทีมม้ามืดที่พร้อมจะสร้างเซอร์ไพรสืในซูซูกิ คัพ ครั้งนี้อย่างเมียนมา ที่พวกเขาพัฒนาทีมชาติของตัวเองให้ขึ้นมาสู้กับทีมชั้นนำในอาเซียนได้อย่างสูสี ปัจจุบันเมียนมาเพิ่งจะได้กุนซือคนใหม่คือ อองตวน เฮย์ ที่เข้ามารับงานเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมานี้เอง โดย เฮย์ เป้นกุนซือหนุ่มชาวเยอรมัน วัย 48 ปี สมัยเป้นนักเตะเคยเล่นให้กับทีมเบอรืมิ่งแฮม ซิตี้ ในพรีเมียร์ลีกอังกฤษ มาด้วย ส่วนผลงานการคุมทีมก้ผ่านงานมาอย่างโชกโชนในระดับทีมชาติก็เคยคุมทั้งแกมเบีย,เคนย่า,รวันด้า และก็มาคุมทีมชาติเมียนมา ในปัจจุบัน ซึ่งก็ต้องรอติดตามผลงานของกุนซือขากเมืองเบียร์หลายนี้จะพาทีมจากพุกามประเทศไปได้ไกลแค่ไหน

ขณะที่ขุมกำลังของทีมแน่นอนแฟนบอลไทยรู้จักกันดี นั่นคือ อ่อง ธู กองหน้าจากสโมสรโปลิศ เทโรฯ ที่จะเป็นตัวความหวังและเดอะแบกของทีม ส่วนอีกคนก็จะมาเป็นสมาชิกใหม่ของไทยลีกฤดูกาลหน้าอย่าง ซอว์ มิน ตุน ปราการหลังกัปตันทีมที่จะย้ายมาอยู่กับชลุบรี ในปี 2019

กัมพูชา

ทีมชาติกัมพูชาสร้างความฮือฮาไปทั่วฮาเซียนรวมทั้งเอเชีย ด้วยการดึงเอา เคสุเกะ ฮอนดะ อดีตกองกลางทีมชาติญี่ปุ่นเข้ามาคุมทัพลุยซูซูกิ คัพ ครั้งนี้ ซึ่งชื่อของ ฮอนดะ คงไม่ต้องพูดอะไรมาก เรื่องฝีเท้าสมัยเป้นนักฟุตบอลอาชีพไม่มีใครสงสัย เคยค้าแข้งกับสโมสรดังในยุโรปอย่างซีเอสเคเอ มอสโค,เอซีมิลาน โดยสโมสรล่าสุดคือ เมลเบิร์นวิกตอรี ในออสเตรเลีย นี่คือการมาจับงานโค้ชครั้งแรกของ ฮอนดะ จะคิดถูกหรือผิดต้องรอดูกัน

ส่วนนักเตะคนสำคัญคงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก จัน วัฒนากา หรือ “เมสซี่กัมพูชา” ใครเก่งแม่งเป้นเมสซี่หมด 555 กองหน้าวัย 24 ปี ซึ่งถือเป็นตัวความหวังของทีม ขณะที่อีกคนก็เด่นไม่แพ้กันคือ เธียร์รี จันทา บิน มิดฟิลด์ลูกครึ่งกัมพูชา-ฝรั่งเศส ที่เคยมาอยู่กับกระบี่ เอฟซี ในลีกบ้านเราล่าสุดย้ายไปอยู่กับ ตรังกานู ในลีกมาเลเซีย

ลาว

ปิดท้ายกันที่ทีมชาติลาว ซึ่งแน่นอนหลายคนอาจจะมองว่าลาวเป็นแค่ไม้ประดับ แต่พวกเขาก็ต้องการจะแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่ทีมแจกแต้มอย่างที่ทุกคนคิด โดยครั้งนี้ลาวมาแปลกไปดึงอดีตกุนซือทีมชาติสิงคโปร์อย่าง วาราดาราจู ซันดรามูรตี วัย 53 ปี ชาวสิงคโปร์มาคุมทัพ ซึ่งต้องรอดูลาวในมาดใหม่ว่าจะออกมาเป็นแบบไหน

ส่วนนักเตะตัวเก่งของลาวหนีไม่พ้น สุขพร วงศ์เชียงคำ เจ้าของฉายา “เมสซี่ลาว” เมสซี่อีกแล้ว ปัจจุบันเล่นอยู่กับศรีสะเกษ เอฟซี ในศึกไทยลีก 2 ของเรา และก็ทำผลงานได้ดี ในซูซูกิ คัพ ครั้งนี้จะเป็นดาวเด่นของทีมชาติลาวที่ทุกทีมจะประมาทไม่ได้

จบกันไปกับแม่ทัพและขุนศึกของ 5 ชาติในสาย เอ วันพรุ่งนี้มาตามต่อกับอีก 5 ทีมในสาย บี สวัสดีครับผม

ขอบสนามบอลไทย

RELATED NEWS