อองรี ระวังไว้! รวม 5 แข้งดังที่ไปไม่รอดกับอาชีพกุนซือ

อองรี ระวังไว้! รวม 5 แข้งดังที่ไปไม่รอดกับอาชีพกุนซือ

เพิ่งได้งานไม่นาน อาจจะต้องเตรียมหางานใหม่ซะแล้ว สำหรับ เธียร์รี่ อองรี ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งให้เป็นกุนซือใหญ่ของ อาแอส โมนาโก เมื่อเดือนที่แล้ว หลังทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ ในการเปิดซิงเป็นเฮดโค้ชแบบเต็มตัว พกสถิติคุมไป 6 นัด เสมอ 2 แพ้ 4

เห็นได้ชัดว่าความเทพสมัยเป็นนักเตะ ไม่ได้การันตีว่าจะคุมทีมได้รอด และ อองรี เองก็ไม่ใช่อดีตนักเตะคนแรกที่เผชิญกับมรสุมอันเลวร้ายแบบนี้ และนี่คือ 5 อดีตแข้งดังที่ผันตัวมาเป็นกุนซือแล้วพังพินาศ

1.โทนี่ อดัมส์

โทนี่ อดัมส์

อดีตแนวรับระดับตำนานของสโมสร อาร์เซน่อล วัย 52 ปี ลงเล่นให้ทัพ “ไอ้ปืนใหญ่” เพียงสโมสรเดียวมากถึง 669 นัด รับใช้ทีมชาติอังกฤษ ไปอีก 66 นัด แขวนสตั๊ดไปเมื่อปี 2002 เริ่มรับงานกุนซือที่แรก เมื่อเดือน พฤศจิกายน 2003 กับสโมสร วีคอมม์ ภารกิจคือพาทีมอยู่รอดในลีกวันให้ได้ แต่ทำไม่สำเร็จ จบฤดูกาล 2003/04 ด้วยการเป็นบ๊วย ตกชั้นไปเล่นลีกทู อยู่คุมต่อได้จนถึง พฤศจิกายน 2004 ก็ขอลาออก ด้วยสถิติคุม 53 นัด ชนะ 12 เสมอ 21 แพ้ 20 นัด

แต่ด้วยชื่อเสียงที่สั่งสมมาสมัยเป็นนักเตะ ทำให้ยังพอจะขายได้บ้าง แม้ผลงานกับ วีคอมม์ จะห่วยแตกก็ตามที ปี 2006 อดัมส์ รับหน้าที่เป็นมือขวาให้ แฮร์รี่ เร้ดแนปป์ ซึ่งตอนนั้นคุม พอร์ทสมัธ อยู่ ก่อนจะถูกดันให้เป็นกุนซือใหญ่แทนที่จ่าแฮร์รี่ ที่ย้ายไปคุม สเปอร์ส เมื่อตุลาคม 2008 แต่ผลงานการเป็นเฮดโค้ชก็ยังเละเทะไม่มีชิ้นดี 22 นัด ชนะ 4 เสมอ 7 แพ้ 11 คุมได้ 4 เดือนก็โดนไล่ออก

ว่างเว้นงานกุนซือไปเกือบ 10 ปี เมษายน 2017 กรานาด้า ใน ลา ลีกา สเปน ไม่รู้นึกอะไรอยู่ จู่ๆ ก็ติดต่อทาบทาม อดัมส์ ไปคุมทีม ผลปรากฏว่าพังยับเยินเหมือนเดิม คุม 7 นัด แพ้แม่งทั้ง 7 นัด กรานาด้า ตกชั้นลงไปเล่นใน เซกุนด้า ส่วน อดัมส์ ก็โดนไล่ออก แถมยังโดนล้อเรื่องการแต่งตัว ใส่เสื้อกั๊กเหมือนบริกรอีกด้วย

2.แกรี่ เนวิลล์

แกรี่ เนวิลล์

หนึ่งในแข้งระดับตำนานยุค “คลาสออฟ 92” ที่เล่นให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เพียงสโมสรเดียวมายาวนานเกือบ 20 ปี ติดทีมชาติอังกฤษไปมากถึง 85 นัด ตอนสมัยเป็นนักเตะฝีเท้าถือว่าจัดจ้าน ตอนเลิกเล่นก็ผันตัวมาเป็นนักวิจารณ์ฝีปากก็ไม่ธรรมดา แซะ ด่า ตำหนิ แนะนำ เขาไปทั่ว จนกระทั่งในที่สุดก็ได้รับโอกาสให้พิสูจน์ฝีมือกับตำแหน่งผู้จัดการทีม

ธันวาคม 2015 บาเลนเซีย สโมสรดังใน ลา ลีกา สเปน มอบโอกาสทองให้ เนวิลล์ ได้พิสูจน์ใมือในการเป็นโค้ชว่าจะเจ๋งเหมือนตอนวิจารณ์ชาวบ้านหรือไม่ ผลปรากฏว่า ไม่เลย!! เปิดซิงด้วยการแพ้ ลียง ในแชมเปี้ยนส์ ลีก 2-0 ก่อนสุดท้ายจะจบเป็นอันดับ 3 ของกลุ่ม ร่วงลงมาเล่น ยูโรปา ลีก ก็ยังตกรอบอีก แมยังมีเกมที่น่าอับอายอย่างการแพ้ บาร์เซโลน่า 7-0 อีกด้วย

สุดท้ายบอร์ดบริหารก็ทนไม่ไหว แกรี่ โดนไล่ออกไปปลายเดือนมีนาคม 2016 ซึ่งตอนนั้น “ไอ้ค้างคาว” อยู่อันดับ 14 มีคะแนนเหนือโซนตกชั้นแค่ 6 แต้ม สรุปผลงานคุมไป 28 นัด ชนะ 10 เสมอ 7 แพ้ 11 และจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีทีมไหนกล้าจ้างพี่แกไปคุมทีมอีกเลย

3.อลัน เชียร์เรอร์

เรื่องฝีตีนสมัยเป็นนักเตะ ไม่มีใครกล้าเถียงอยู่แล้ว จะบอกว่าเป็นกองหน้าเบอร์ต้นๆ ของโลกในยุคนั้นเลยก็ยังได้ ยิงกระจุยกระจาย คมกริบ โหม่งดี เลี้ยงบอลได้ ท่าดีใจเป็นเอกลักษณ์ยกมือวิ่ง เอาหละ หยุดพรรณนาเรื่องความเทพสมัยเป็นนักเตะ และกลับมาที่เรื่องของเรา ความห่วยแตกในการคุมทีมดีกว่า

ต้องบอกว่าการได้มาคุมทีม นิวคาสเซิ่ล ต้นสังกัดเก่าสมัยเป็นนักเตะของ เชียร์เรอร์ ถือว่าเป็นการตะกระไดพลอยโจรเหมือนกันนะ เรื่องเริ่มจาก โจ คินเนียร์ กุนซือในตอนนั้นมีปัญหาเรื่องสุขภาพ โรคหัวใจ เลยให้ คริส ฮิวจ์ตั้น มารักษาการแทน ทว่าผลงานดันไม่ดี แพ้มัน 4 นัดรวด หวยก็เลยมาออกที่ เชียร์เรอร์ เพราะแฟนๆ เชียร์ ในฐานะที่เป็นแข้งระดับตำนานของ “สาลิกาดง” ก็คงจะพาทีมหนีรอดตกชั้นได้ ทว่าไม่ใช่เลย

คุมไป 8 นัด ชนะ 1 เสมอ 2 แพ้ 5 นิวคาสเซิ่ล ตกชั้นลงไปเล่นใน เดอะ แชมเปี้ยนชิพ และ เชียร์เรอร์ ก็ไม่ได้รับสัญญาถาวร จนป่านนี้ ผ่านมาจะ 10 ปี แล้วกับการคุมทีมที่แรกและที่เดียวของ “ฮ็อตชอท” ยังไม่มีทีมไหนกล้าทาบทามไปดาวเตะระดับตำนานรายนี้ไปคุมทีมอีกเลย

4.ชิโร่ แฟร์ราร่า

อดีตดาวเตะของ นาโปลี, ยูเวนตุส และ ทีมชาติอิตาลี ปัจจุบันอายุ 51 ปี เริ่มต้นเส้นทางงานโค้ช ด้วยการเป็นหนึ่งในสต้าฟฟ์โค้ชทีมชาติอิตาลีในปี 2005 หลังประกาศแขวนสตั๊ด ชื่อเสียงด้านงานโค้ชโด่งดังเพราะได้แชมป์โลกกับอิตาลี เมื่อปี 2006 มาประดับบารมี

ปลายฤดูกาล 2008/09 ชิโร่ แฟร์ราร่า ถูกทาบทามให้มาเป็นกุนซือรักษาการของทัพ “ไอ้ม้าลาย” ทีมเก่า แทนที่ของ เคลาดิโอ รานิเอรี่ ที่ทำผลงานได้ไม่ดีจนโดนปลด เป้าหมายคือพาทีมจบรองจ่าฝูงเหนือกว่า เอซี มิลาน คู่อริให้ได้ ซึ่งเจ้าตัวก็ทำได้สำเร็จ แถมผลงานดีซะด้วย พาทีมเก็ชัยได้ 2 นัดซ้อน จบฤดูกาลเป็นรองจ่าฝูงตามเป้า เลยได้สัญญาถาวร

ทว่าฤดูกาล 2009/10 หลังได้รับงานเต็มตัวสัญญาถาวร 2 เกมที่ทำได้ดีเมื่อฤดูกาลที่แล้วเหมือนภาพลวงหลอกตา เพราะ แฟร์ราร่า ทำทีมได้แย่มาก ตกรอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ตกรอบบอลถ้วย โคปปา อิตาเลีย ผลงานในลีกก็ไม่เอาไหน จนสุดท้ายบอร์ดบริหารก็อยู่ไม่ไหว ต้องปลดพ้นตำแหน่ง ทั้งที่ยังไม่จบฤดูกาล ด้วยสถิติการคุมทีม 30 นัด ชนะ 15 เสมอ 5 แพ้ 10 อาจจะไม่ได้ดูแย่อะไร แต่แค่นี้สำหรับทีมใหญ่อย่าง “ไอ้ม้าลาย” ถือว่าสอบตก

ปี 2012 ได้รับโอกาสให้คุม ซามพ์โดเรีย คุมไปได้ 15 นัด ชนะ 5 เสมอ 3 แพ้ 7 ก็โดนไล่ออก ปี 2016 ไปคุม อู่ฮั่น ซอลล์ ในลีกจีน 16 นัด ชนะ 8 เสมอ 1 แพ้ 7 ก็โดนไล่ออกอีกตามเคย จนตอนนี้ไม่รู้ว่าจะยังมีทีมไหนกล้าจ้างอดีตหนึ่งในสต้าฟฟ์โค้ชชุดแชมป์โลกเมื่อปี 2006 อีกรึป่าว?

5.ร็อบบี้ ฟาวเลอร์

กลางปี 2011 ข่าวที่โด่งดังที่สุดในวงการลูกหนังบ้านเราคงหนีไม่พ้น การย้ายมาร่วมทีม เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด แบบเซอร์ไพร้ส์สุดๆ ของ อดีตกองหน้า ลิเวอร์พูล คนดังอย่าง ร็อบบี้ ฟาวเลอร์ แม้ตอนที่ย้ายมาอายุจะปาเข้าไป 36 ปีแล้ว แต่ชื่อเสียงยังขายได้ ทำให้มีแฟนๆ ยอมควักกระเป๋าซื้อบัตรเข้าไปชมเกมเวลาที่ “กิเลนผยอง” ลงเตะ แม้ผลงานจะไม่ได้ดีอะไรมากนัก แต่แฟนๆ ก็ประทับใจในความเป็นกันเองของ ฟาวเลอร์

จนกระทั่งเมื่อ เมืองทอง แยกทางกับ เฮนริเก้ คาลิสโต้ กุนซือในตอนนั้น ก็ยังงงๆ อยู่ว่าจะเอาใครมาแทนดีว้า เอ้ออ มี ฟาวเลอร์ อยู่ในทีมนี่หว่าแม้จะไม่มีประสบการณ์แต่ลองดูก็ได้ไม่เสียหาย โดยให้รับหน้าที่เป็นทั้งนักเตะและโค้ช มี มิลอส ยอซิช เป็นมือขวา ประเดิมเกมแรกด้วยการส่งตัวเองลงเล่นเป็นตัวจริง บุกไปชนะ สมุทรสงคราม เอฟซี 3-1 แต่สุดท้ายจบฤดูกาลทำได้แค่พาทีมจบอันดับ 3 ไม่ได้สิทธิ์ไปเล่นถ้วยเอเชียเลย แถมการจบที่ 3 สำหรับ เมืองทอง ตอนนั้นถือว่าน่าผิดหวังมาก เพราะก่อนหน้านี้พวกเขาคือแชมป์ 2 ปีซ้อน

สรุป “เดอะ ก็อด” คุม เมืองทอง ไป 15 นัด ชนะ 7 เสมอ 4 แพ้ 4 และจวบจนทุกวันนี้ก็ยังไม่มีทีมไหนทาบทามเขาไปคุมทีมอีกเลย

ชิน ชินพัฒน์

RELATED NEWS