5 ข้อดีของการไร้ 4 สตาร์ “ช้างศึก” ในซูซูกิคัพ

วันพรุ่งนี้ ทีมชาติไทย ของเราก็ได้ฤกษ์ทำศึกรอบรองชนะเลิศ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018” กับ ทีมชาติมาเลเซีย ที่สนาม บูกิต จาลีล แล้ว ซึ่งสนามแห่งนี้เราในฐานะแชมป์เก่าเคยผ่านมันมาแล้วเมื่อ 4 ปีที่แล้ว โดยครั้งนั้นมีเพียง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ กับ อดิศักดิ์ ไกรษร เท่านั้นที่เล่นอยู่ในทีมชุดนี้

ซึ่งการไร้สตาร์ในทีมชุดนี้ของเรากก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีที่ เจ ชนาธิป, อุ้ม ธีราทร, มุ้ย ธีรศิลป์ และ ตอง กวินทร์ ไม่ได้มาร่วมเล่นใน “อาเซียนคัพ” ครั้งนี้ ทำให้เราได้เห็นทีมชาติไทยในแบบใหม่พอสมควร ทั้งคนใหม่ๆ แผนใหม่ๆ และอะไรใหม่ๆ อีกหลายๆ อย่าง

วันนี้ทีมงานขอบสนามบอลไทยขอเปิดเหตุผลสำคัญๆ 5 ข้อที่ทำทำให้เห็นว่าการไม่มี “สตาร์” สำหรับช้างศึกใน ซูซูกิ คัพ ครั้งนี้มันดีอย่างไรบ้าง

 

1. ทีมชาติไทยได้แบ็กซ้ายที่เก่งลูกนิ่งไม่แพ้อุ้ม

ข้อนี้เห็นกันโคตรชัดว่าลูกนิ่งด้วยเท้าซ้ายของ มิ้ง กรกช คืออาวุธลับของทีมชาติในยามคับขันที่แท้ทรู ซึ่งเราก็ได้เห็นกันแล้วในรอบแบ่งกลุ่มที่ผ่านมา ซึ่งถ้า “บุญจัง” ยังอยู่ เราก็คงคิดว่ามีแต่อุ้มที่เปิดเตะมุมเข้าได้ หรือบอลโค้งๆ แบบนี้อุ้มน่าจะทำได้คนเดียว แต่ตอนนี้ต้องเปลี่ยนใหม่ว่า “กรกช” ก็ทำได้เช่นกัน เพราะผลงานมันมีให้เห็นกันชัดเจนโดยเฉพาะเกมกับ อินโดนีเซีย

 

2. ทีมชาติไทยได้โคตรมิดฟิลด์คนใหม่

อีกหนึ่งเรื่องดีกับการไม่มี เจ ชนาธิป ทำให้ สรรวัชญ์ สรรวัชญ์ ได้รับโอกาสนี้ และด้วยปัจจัยหลายๆ อย่างทั้ง รูปแบบการเล่น , การยกระดับของแคมป์เอง และที่สำคัญคือความมั่นใจในตัวเอง ทำให้ตอนนี้ “แคมป์” กำลังเล่นได้อย่างยอดเยี่ยม ลูกล่อ ลูกชน ลูกจ่าย ลูกบู๋ ลูกบุ๋น มีหมด ซึ่งความครบเครื่องแบบนี้ทำให้เขาคือมิดฟิลด์เบอร์ 1 ทีมชาติไทยในอาเซียนคัพครั้งนี้ไปแล้ว ไม่เชื่อลองถามโค้ชมิโลดูได้

 

3. ทีมชาติไทยแจ้งเกิดดาวดวงใหม่

เชื่อสิถ้าในอาเซียนคัพครั้งนี้มี มุ้ย ธีรศิลป์ โอกาสของ ศุภชัย ใจเด็ด ก็คงจะน้อยลงตามลำดับ เพราะนอกจากจะเป็นรอง “มุ้ย” แล้วน้องยังเป็นรอง “AK9” อีกด้วย แต่พอไม่มีพี่มุ้ย ทำให้โอกาสในการลงสนามมันเปิดกว้างมากขึ้น และในที่สุด “ใจเด็ด” ก็คว้าโอกาสที่มีนี้ได้อย่างยอดเยี่ยม และตอบแทนความไว้ใจของโค้ชมิโลด้วยการยิง 3 ประตูจาก 4 เกมแรกในรอบแบ่งกลุ่ม จนตอนนี้น่าจะเป็น 11 ตัวจริงในทีมชุดแรกเรียบร้อยแล้ว

 

4. โอกาสของของโกล์หน้าใหม่ๆ

เรื่องนี้คือเรื่องที่หลายคนค่อนข้างเป็นห่วง เพราะที่ผ่านๆ มาเราใช้ “ตอง กวินทร์” มาตลอด และพอครั้งนี้ไม่มีตอง เสียงแตกทันทีว่าใครจะเป็นมือหนึ่งให้เรา ซึ่งมีทั้งเชียร์ “แชมป์ ศิวรักษ์” และ “บอย ฉัตรชัย” อาจจะด้วยเพราะความชอบส่วนตัว หรือ ยังมองไม่ออกว่าคู่นี้ใครดีกว่ากัน ทำให้หลายคนยังเลือกไม่ได้ รวมไปถึงตัวของ “โค้ชราเยวัช” ด้วย และพอลงสนามจริงๆ ต่างฝ่ายต่างมีข้อผิดพลาดให้เห็นพอๆ กัน แต่สุดท้ายผมมั่นใจว่าตอนนี้ โค้ชมิโล น่าจะเลือกได้แล้วว่าจะให้ บอย เป็นมือหนึ่งของทีมชุดนี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมากๆ ที่เขาตัดสินใจได้ เนื่องจากตำแหน่งนี้ไม่ควรเปลี่ยนบ่อยๆ แต่สุดท้ายแล้วจะ “บอยหรือแชมป์” มันคือเรื่องที่ดีทั้งหมดกับตำแหน่งนี้

 

5. นี่คือทีมชาติไทยของราเยวัชที่แท้ทรู

มันเหมือนเป็นการบังคับไปในตัวว่า ราเยวัช ต้องใช้ผู้เล่นคนอื่นในการสร้างทีมของตัวเอง ซึ่งมันคือเรื่องที่ดี เพราะหากดูตัวผู้เล่นชุดนี้ของโค้ชมันเหมือนเป็นชุดที่เขาสร้างมาเอง และไม่ได้อิงจากโค้ชคนก่อนหน้านี้ และเมื่อยิงไม่มี เจ , อุ้ม , มุ้ย และ ตอง ยิ่งทำให้ภาพการเปลี่ยนแปลงทีมเยอะขึ้น เพราะที่ผ่านมา 4 คนที่ว่าต้องมาเป็นเบอร์แรกๆ แต่พอไม่มีพวกเขา พร้อมๆ กับเด็กในยุคของพี่โก้ก็ค่อยๆ หายไป ทำให้ทีมในชุด ซูซูกิ คัพ 2018 นี้ คือทีมของ ราเยวัช ที่แท้ทรู เลือกเอง ใช้เอง นักเลงพอแน่นอนครับ

 

 

บทความโดย : บอลกูรู (เจษดาพร ศรีสรง)

RELATED NEWS