7 ตำนานแข้งช้างศึกผู้ไม่เคยสัมผัสถ้วยแชมป์ซูซูกิ คัพ

ไม่ได้เป็นเรื่องเหนือบากกว่าแรงแต่อย่างใดสำหรับทีมชาติไทย หลังผ่านเข้ารอบรองฯเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ ด้วยการเป็นแชมป์กลุ่มบี และเตรียมตัวพบกับมาเลเซีย คู่ปรับตลอดกาลในย่านอาเซียน ณ สังเวียนใหญ่ยักษ์ที่สุดแห่งหนึ่งในทวีปเอเชีย อย่างบูกิต จาลิล ในวันเสาร์ที่ 1 ธ.ค.นี้

ทีมจากลุ่มแม่น้ำเจ้าพระยาคงไม่มีเป้าหมายอื่นนอกเสียจากเก็บผลงานที่ดีกว่าคำว่าพ่ายแพ้กลับออกมา มิโลวาน ราเยวัช โค้ชเจ้าพ่อรับแน่นๆรอสวนกลับคงมีวิธีการรับมือทีมตัวแสบแห่งกัวลาลัมเปอร์ เพื่อกรุยทางเดินหน้าเข้าไปป้องกันแชมป์เป็นสมัยที่6

อาเซียน คัพ จะแข่งมาตั้งแต่ปี 1996 ณ เวลานี้เข้าสู่ปีที่ 22 ทีมไทยแบกศักดิ์ศรีชาติที่ครองแชมป์มากสุดในรายการนี้ มีนักบอลสัญชาติไทยที่มีดีกรีหยิบจับแชมป์มากมายในแดนสยาม แต่โชคชะตากลับเล่นตลกไร้โชคอดสัมผัสโทรฟี่ที่ยิ่งใหญ่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ขอบสนามคัดสรร 7 แข้งดังผู้ไม่เคยสัมผัสแชมป์อาเซียน คัพ เนื้อหาและข้อมูลพร้อมแล้ว เลื่อนเมาท์ไปอ่านเลยจ้า

 

1.ธีรเทพ วิโนทัย

ศูนย์หน้ากึ่งปีกผู้ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นความหวังวงการลูกหนังไทย หลังพรวดพราดแจ้งเกิดในบอลชายซีเกมส์ 2001 ที่มาเลเซีย ทั้งที่อายุตอนนั้น16 ปีเศษ

อย่างไรก็ดี “ซอ” โดดคำครหาว่าเป็นเด็กเส้นมาตลอด อาจเพราะเขาอาจเป็นลูกชายผู้สื่อข่าวกีฬาอาวุโส แต่นั้นไม่ใช้อุปสรรคฝีเท้า ความสามารถทักษะเบสิคการครอบครองบอลที่เป็นจุดเด่นของหมอนี่ ถีบตัวเองขึ้นมาเป็นนักเตะแถวหน้าลูกหนังไทยได้แบบสง่าผ่าเผยยาวนานกว่า 18 ปี เรื่องแชมป์กวาดมาแบบนับไม่ถ้วยซีเกมส์ 4 สมัย,ไทยลีก 1 ครั้ง

ทว่าเชื่อหรือไม่ว่า “ทีโน่” ฉายาที่แฟนบอลเบลเยียมตั้งให้ตอนไปเล่นบอลอาชีพในยุโรป ไม่เคยสัมผัสแชมป์อาเซียน คัพเลยแม้แต่ครั้งเดียว มันตลกคือปี 2007 เขาหลุดทีม, ส่วนปี 2008 ทีมจบรองแชมป์แพ้เวียดนาม, ปี2010 ทีมไทยจอดป้ายแค่รอบแรก

2.พิชิตพงษ์ เฉยฉิว

เพื่อนร่วมทีมของธีรเทพ วิโนทัย, สินทวีชัย หทัยรัตนกุล ชุดไปชิงแชมป์โลก 17 ปีที่นิวซีแลนด์ เมื่อปี1999

เขาคือกองกลางจอมทัพหมายเลข10 ของสโมสรธนาคารกรุงไทย ที่มีดีเด็ดเรื่องลูกตั้งเตะและการยิงไกลที่หวังผลได้ จนก้าวไปติดทีมชาติไทย แม้บทบาทในการรับใช้ชาตินั้น “แป๊ะ” ต้องปรับเปลี่ยนเนื่องจากไปทับกับดัสกร ทองเหลา

ถึงกระนั้นบทบาทตัวคุมจังหวะเกมในแดนกลางก็ทำได้ไม่ขาดตกบกพร่องแต่ประการใด

แม้จะสัมผัสแชมป์ไทยลีกมาถึง 5 สมัย, ซิวเหรียญทองซีเกมส์ 3 หน แต่ชายชื่อพิชิตพงษ์ เฉยฉิว เหมือนจะมีดวงที่ไม่สมพงษ์กับแชมป์อาเซียน คัพ 2007,2008, 2012 จบด้วยการเป็นพระรองทั้งหมด

3.สุรีย์ สุขะ

แบ็คขวาผู้ถูกเลือกให้เป็น 11 ผู้เล่นยอดเยี่ยมเอเชียน คัพ 2007 รอบแบ่งกลุ่ม ชายหนุ่มจากสกลนครผู้ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นแบ็คขวาเบอร์ต้นๆของเมืองไทย ความฟิตความแข็งแกร่ง ผลงานสนามโดดเด่นเรื่องการป้องกัน และเติมเกมบุก ซึ่งหาได้ยากสำหรับแข้งไทยยุคใหม่

ในช่วงที่บอลไทยซบเซา ต้องรับว่า“เปรม” โดดเด่นและขยับตัวเองให้เป็นที่รู้จักในหมู่แฟนบอลเพราะคลาสบอลที่สูงกว่าเพื่อนร่วมรุ่นหลายๆคน แถมประสบความสำเร็จมากมายหยิบเหรียญทองซีเกมส์ 1 สมัย คว้าแชมป์คิงส์ คัพ 1 สมัย, กวาดแชมป์ไทยลีก3สมัย, ลีก คัพ 2 สมัย, เอฟเอ คัพ 2 สมัย รวมถึงเคยไปเล่นในต่างแดนมาแล้วอีกตั้งหาก

แต่เดอะ เปรมอยู่ในอารมณ์เดียวกับพิชิตพงษ์ ทำได้แค่ผิดหวัง จบด้วยการเป็นรองแชมป์อาเซียน คัพ 2 ครั้ง ในปี 2007 และปี 2008

4.ณัฐพร พันธ์ฤทธิ์

ฮีโร่ผู้ยิงประตูโกลเด้นโกล ดับฝันเวียดนาม กลางสนามกีฬาแห่งชาติกรุงฮานอย ในบอลชายซีเกมส์ 2003 หลังจากนั้นชีวิตเขาก็ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป จากแบ็คซ้ายในวันวาน ด้วยรูปร่างที่สูงใหญ่ จึงถูกปรับให้มาประจำตำแหน่งเป็นเซ็นเตอร์แบ็คและเป็นตัวหลักให้ทีมชาติเรื่อยมา ตั้งแต่ปี2004-2012

“โอ็ต” ถือว่าเป็นแข้งพเนจรของวงการบอลไทย เพราะย้ายทีมไม่ต่ำกว่า10 ครั้ง สร้างเกียรติยศประดับชีวิตลูกหนังมากมายทั้งแชมป์ไทยลีก 3 สมัย, แชมป์ถ้วยพระราชทานก.2 สมัย, แชมป์คิงส์ คัพ 2สมัย, แชมป์ซีเกมส์ 2 สมัย

ทว่าชีวิตโอ็ตขาดอยู่แชมป์เดียวคืออาเซียน คัพ ที่เขาได้แค่เกือบและเป็นพระรองพร้อมๆกับพิชิตพงษ์ 3 ครั้ง 2007, 2012 โดนสิงคโปร์บุกมาหยิบแชมป์ไปต่อหน้าต่อตา, ปี2008 พลาดท่าให้เวียดนามในรอบชิง

5.ดัสกร ทองเหลา

เด็กระเบิดยุทธจักรบอลไทยจากหนองบัวลำพู ชายผู้หาญกล้าเล่นบอลตั้งแต่อายุ16 ปีกับสโมสรราชประชา ฝีเท้าที่เก่งกล้ากว่าคนทั่วไปจนถูกดึงตัวไปร่วมทีมบีอีซี เทโรศาสน ตั้งแต่อายุ17 ปี ก่อนจะย้ายไปโกยเงินที่เวียดนามกับฮองอันยาลาย ตามด้วยการย้ายมาเป็นผู้เล่นเมืองทอง ยูไนเต็ด

ดัสกร เป็นจอมทัพที่มีลูกตั้งเตะและการเล่นบอลที่ชาญฉลาด แม้ใครจะมองว่าเขาออกท่าทางเยอะ แต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าฝีเท้าในสนามสยบทุกคำวิจารณ์

“โก้” กวาดมาเกือบทุกแชมป์ในเมืองไทยทั้งไทยลีก 4 สมัย ถ้วยพระราชทาน ก.2 สมัย,ลีกคัพ 1 สมัย รวมถึงแชมป์ซีเกมส์ ที่ได้เหรียญทองไปถึง 3 ครั้ง แต่ก็ไร้ความสำเร็จกับทีมชาติในอาเซียน คัพ 3 ครั้ง เขาอยู่ในทีมที่เป็นได้แค่รองแชมป์ ปี2007, 2012 เสียท่าให้กับเล่ห์เหลี่ยมสิงคโปร์, 2008 ตกม้าตายให้แก่เวียดนาม เรียกว่าช้ำไปพร้อมๆกับพิชิตพงษ์ และ ณัฐพร

6.สุเชาว์ นุชนุ่ม

กัปตันทีมหมายเลข 8 ของบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แข้งจอมฟิตที่ในอดีตคืออดีตนักมวยเดินสายในชื่อ “กบน้อย ส.สกุลภัณฑ์” ก่อนที่ชีวิตฟุตบอลจะถูกขัดเกลาโดยสโมสรทีโอที ภายใต้การสอนของ สมฤทธิ์ อ่อนสมจิตร และ กุนซือผู้ล่วงลับ “โค้ชก๊อก” พงษ์พันธ์ วงษ์สุวรรณ จนก้าวไปติดทีมชาติไทยในเวลาอันรวดเร็ว

“กบ” เป็นนักบอลที่มีลูกยิงไกลที่ทรงพลัง ความแข็งแกร่งทางร่างกายเนื่องจากเป็นนักมวยเก่าทำให้ยืนระยะในสนามได้สบาย

ชีวิตฟุตบอล สุเชาว์ ประสบความสำเร็จอย่างเหนือความคาดหมาย ได้แชมป์ไทยลีก 5สมัย,เอฟเอ คัพ 4 สมัย, ลีก คัพ 5 สมัย, ดิวิชั่น 1 สมัย, โปรวิเชี่ยน ลีก 1 สมัย, คิงส์ คัพ 2 สมัย, ซีเกมส์ 1 สมัย

แม้จะมีแชมป์มากมายแค่ไหน แต่”กบไซเบอร์ส” กลับไร้วาสนาหยิบโทรฟี่อาเซียน คัพ มานอนกอด และทำได้แค่พระรอง ยืนดูผู้เล่นสิงคโปร์และเวียดนาม ฉลองแชมป์ต่อหน้าเมื่อปี2007 และปี2008

7.ศรายุทธ ชัยคำดี

กองหน้าร่างเล็ก ผู้ช่ำชองการสังหารประตูในกรอบเขตได้มีประสิทธิภาพคนหนึ่งของวงการ จนได้รับสมญานาม ว่า “โจ้ 5 หลา”

จากแข้งนอกสายตาในวันวานจนก้าวมาเป็นยอดดาวยิงไทยลีก 101 ประตู กับการท่าเรือ, โอสถสภา, บางกอกกล๊าส และศรีสะเกษ เอฟซี  รวมถึงเป็นนักบอลแดนสยามยุคแรกๆที่ไปโกยเงินดอลล่าร์ที่เวียดนามกลับบ้าน

แม้ว่าจะมีชื่อเสียงมากมายแค่ไหน แต่ ศรายุทธ ชัยคำดี อยู่ในข่ายอาภัพแชมป์ระดับเมเจอร์ก็ว่าได้ ถ้าไม่นับเหรียญทองซีเกมส์ 2003 ที่เวียดนาม และ โตโยต้า ลีก คัพ กับท่าเรือ เมื่อปี2010

เพราะ”โจ้” ปราศจากโทรฟี่แชมป์ไทยลีกตลอดชีวิตการค้าแข้งยาวนาน 17 ปี แถมอาเซียน คัพ ในปี 2007 ก้มหน้าก้มตารับรองแชมป์ปลอบใจหลังเป็นผู้แพ้ในเกมนัดชิงกับสิงคโปร์

เอ็มเร่

RELATED NEWS