“ไทย” VS “อินเดีย” ตัดสินชะตาเอเชียน คัพ ‘ไปต่อ หรือ กลับบ้าน’

คืนพรุ่งนี้ (6 ม.ค.62) แล้วสินะ ที่ทัพช้างศึก จะได้ลงไปโชว์ฝีเท้าในศึกฟุตบอลเอเชียน คัพ 2019 หลังจากรอคอยมานานกว่า 12 ปี โดยนัดเปิดสนามมีคิวพบกับทีมจากดินแดนภารตะ ซึ่งเป้าหมายของเราคือการเข้ารอบ เกมกับอินเดียนั้นสำคัญมาก

วันอาทิตย์ที่ 6 ม.ค.62 นี้ ถือเป็นวันที่แฟนบอลชาวไทยตั้งหน้าตั้งตารอคอย กับการลงสนามนัดแรกของทีมชาติไทย ในศึกเอเชียน คัพ 2019 นี่ถือเป็นเกมระดับนานาชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอเชีย และเป็นเกมใหญ่ที่สุดของนักเตะไทยหลายๆ คน

ทัพช้างศึกชุดนี้มีเพียง ธีรศิลป์ แดงดา กัปตันทีมคนเดียวที่เคยผ่านเวทีเอเชียน คัพ มาก่อน เมื่อปี 2007 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพร่วม นอกนั้นอีก 22 คน ยังไม่มีใครเคยลงเล่นรายการนี้มาก่อน เต็มที่ก็ฟุตบอลโลก รอบคัดเลือก รอบ 12 ทีมสุดท้าย ที่ดูจะเป็นรายการใหญ่สุดในชีวิต

เกมนัดเปิดสนามของทีมชาติไทย คู่ต่อกรณ์ของพวกเขาคือขุนพล “บลูไทเกอร์” ทีมชาติอินเดีย ที่มาจากอนุทวีป หรือกลุ่มประเทศในเอเชียใต้ ซึ่งแต่ก่อนทีมในภูมิภาคนี้แทบจะไม่มีโอกาสมาลงเล่นเอเชียน คัพ เลยก็ว่าได้ เช่นเดียวกับชาติในอาเซียนของเราเหมือนกัน ที่นานๆ จะมีทีมได้หลุดเข้าไปเล่น ถ้าไม่นับการเป็นเจ้าภาพร่วมเมื่อปี 2007 ที่มีถึง 4 ทีม

แต่ด้วยทางเอเอฟซี เล็งเห็นถึงจุดนี้ เพราะว่าไม่งั้นเอเชียน คัพ ก็จะมีแค่ทีมจากคาบสมุทรอาหรับ กับพวกเอเชียตะวันออกที่มีทีมอย่าง จีน,เกาหลี,ญี่ปุ่น อะไรพวกนี้ แล้วก็จะมีออสเตรเลีย ที่ขอย้ายทวีปมาเตะด้วยอีกทีม มันก็เลยไม่ค่อยมรความหลากหลาย และเป็นการชิงเจ้าเอเชียที่แท้จริง

จึงได้มีการเพิ่มจำนวนทีมจาก 16 ทีม มาเป็น 24 ทีม เพื่อเปิดโอกาสให้พวกบรรดาชาติเล็กๆ ในอาเซียน และ เอเชียใต้ มีโอกาสมาลงเล่นในรายการนี้ และนั่นก็เป็นที่มาทำให้ทั้งไทย และ อินเดีย ได้มีโอกาสโคจรมาเจอกันในวันพรุ่งนี้

และที่น่าสนใจยิ่งไปกว่านั้นก็คือ การลุ้นเข้ารอบน็อคเอ้าท์ของทุกชาติ ยังเปิดกว้างกว่าแต่ก่อนอีกด้วย เพราะนอกจากแชมป์และรองแชมป์จะได้เข้ารอบอัตโนมัติแล้ว ทีมอันดับสามของแต่ละกลุ่มยังมีลุ้นเข้ารอบอีกถึง 4 ทีม ใน 6 ทีม ดังนั้นหากเกมรอบแรกทีมไหนเก็บชัยชนะได้สักแมตช์เป็นอย่างน้อยโอกาสเข้ารอบสูงเลยทีเดียว

สำหรับทีมชาติไทย ของเรา อย่างที่ทราบกันดี ในฟุตบอลรายการนี้เราไม่เคยผ่านเข้าสู่รอบสองได้เลย ครั้งล่าสุดที่ลงเล่น ปี 2007 ที่เป็นเจ้าภาพ ก็พลาดท่าเกมสุดท้ายกับออสเตรเลีย ตกรอบไปผิวเฉียด แต่ครั้งนั้นถือว่าได้ใจแฟนบอล และเป็นแมตช์ที่สนามราชมังฯ เต็มไปด้วยสีเหลือง ไม่ใช่แฟนบอลจิงโจ้นะ แต่เป้นแฟนบอลช้างศึกที่เข้ามาเชียร์กันล้นสนาม

ในเอเชียน คัพ หนนี้ เราตั้งเป้าที่จะเข้าไปรอบสองให้ได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ซึ่งอย่างที่บอกว่าโอกาสมันเป็นไปได้สูงเลยทีเดียว ถ้ามีสัก 4 คะแนน นี่แทบจะการันตี หรือต่อให้มี 3 แต้ม โอกาสก็ยังสูงอยู่ดี นั่นหมายความว่าเราจะต้องพยายามเก็บชัยชนะให้ได้สักหนึ่งนัด และไปลุ้นอีกสองเกมที่เหลือเก็บได้อีกสักแต้มก็แบเบอร์

ดังนั้นเราต้องมาดูกันว่าไอ้ 3 แต้มที่เราต้องการนั้น มันจะมาจากเกมไหนได้บ้าง นัดแรกเจออินเดีย, นัดสองเจอบาห์เรน และนัดสุดท้ายเจอเจ้าภาพยูเออี จากโปรแกรมที่ว่าทุกคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า เกมแรกกับอินเดีย 6 ม.ค.นี้ แหละ ที่น่าจะเป็นเกมที่เบาสุด และทีมชาติไทย มีโอกาสชนะมากที่สุด ส่วนอีกสองเกมกับบาห์เรน และ ยูเออี บอกเลยว่าเหนื่อย

ซึ่งถ้าเป็นเมื่อก่อน คงไม่มีปัญหาสำหรับการเจอกับอินเดีย แต่บอกเลยว่าอินเดีย ชุดนี้ไม่ธรรมดา ฟุตบอลอินเดีย พัฒนาขึ้นมาเยอะมากๆ เยอะจนแรงกิ้งฟีฟ่าของพวกเขาแซงหน้าเราไปแล้ว อยู่ที่อันดับ 97 ส่วนไทยอยู่ที่ 118 ห่างกันตั้ง 20 อันดับ

ดังนั้นเราจะประมาทอินเดีย ไม่ได้เลย และเมื่อเหลือบไปดูผลงานการอุ่นเครื่องของทั้งไทยและอินเดีย ที่เจอคู่แข่งทีมเดียวกันก็คือ โอมาน ไทยเราแพ้โอมาน 0-2 ส่วนอินเดีย เสมอกับ โอมาน 0-0 โอเคละว่าแค่ผลอุ่นเครื่อง มันเอามาวัดอะไรไม่ได้ สุดท้ายก็อยู่ที่ผลการแข่งขันในวันอาทิตย์น้อยู่ดี

ตอนนี้แฟนบอลทุกคนคิดอย่างเดียวว่าเราชนะอินเดีย ได้แน่นอน เพื่อลุ้นเข้ารอบ แต่อย่าลืมว่าอินเดีย เขาก็หวังเข้ารอบเหมือนกัน และเกมที่พวกเขาหวังจะเก็บชัยชนะให้ได้ ก็คือเกมกับทีมชาติไทยนี่แหละ เท่ากับว่าต่างฝ่ายต่างต้องการจะได้ 3 แต้มสำคัญในเกมนี้ เพื่อตั๋วในรอบ 16 ทีมสุดท้าย มันจึงเป็นเกมที่จะตัดสินชะตากรรม หรืออนาคตของทั้งสองทีมในเอเชียน คัพ ครั้งนี้เลยก็ว่าได้

ปกติแล้วเกมชี้ชะตาของทัวร์นาเม้นท์ต่างๆ มักจะอยู่ที่เกมสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม แต่ไม่ใช่กับทีมชาติไทย และ อินเดีย ในศึกชิงแชมป์เอเชีย หนนี้ เกมชี้ชะตาของพวกเขาคือเกมแรกนัดเปิดสนาม สามแต้มของเกมนี้มีผลต่อการเข้ารอบ

หากทีมไหนแพ้ บอกเลยว่าเตรียมเก็บกระเป๋ากลับบ้านได้เลย หรือถ้าได้แค่เสมอ ก็ต้องไปลุ้นกับอีกสองเกม ซึ่งเท่าที่พอลุ้นได้ก็คือเกมกับบาห์เรน แต่ถ้าไทย กับ อินเดีย ต่างฝ่ายต่างไม่ชนะกันในเกมนี้ ให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือ (หากไทยเอาชนะในเกมแรกไม่ได้) ผมว่ามันก็เหนื่อยที่เราจะไปหวังเอาชนะบาห์เรน และยูเออี อินเดียก็เช่นกัน ถ้าไม่ชนะไทย จะไปลุ้นชนะอีกสองทีมมันก็ยาก

ซึ่งถ้าไม่มีใครได้สามแต้มในเกมแรก เผลอๆ อาจจะต้องตกรอบไปทั้งคู่ เพราะแต้มอาจจะไม่พอไปเบียดลุ้นอันดับสามที่ดีที่สุดกับกลุ่มอื่นๆ ซึ่งก็ต้องรอดูกันตรงจุดนี้

แต่จะอย่างไรก็ตามในฐานะแฟนบอลไทย เราก็เชียร์เต็มที่ และหวังว่าจะเก็บ 3 แต้มแรกได้ตามเป้า และมีโอกาสเข้ารอบสองต่อไป แต่ถ้าเกมวันพรุ่งนี้ไม่ชนะ ก็ตัวใครตัวมันละครับเจ้านายยยยยย!!

 

มูซาชิ

RELATED NEWS