แผนประจำตัว “โค้ชโต่ย”+”โค้ชโชค” : ทัพช้างศึกจะมีหน้าตาแบบไหน

ก่อนที่ทัพช้างศึก โฉมใหม่ภายใต้การคุมทีมของ “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย จะลงสนามพบบาห์เรน ในศึกเอเชียน คัพ 2019 แมตช์ที่ 2 วันพฤหัสนี้ (10 ม.ค.62) แฟนที่แฟนบอลชาวไทยรอดูมากที่สุด ก็คือระบบแผนการเล่น หน้าตา 11 ตัวจริง มันจะเป็นอย่างไร 

ผมเองก็เป็นหนึ่งในนั้น และเชื่อว่าแฟนบอลชาวไทยส่วนมาก หรือแทบจะทุกคนก็รอดูอยู่เหมือนกัน อธิบายให้เข้าใจนะครับ รอดูแผนการเล่นว่าจะเป็นแบบไหน ไม่ใช่อยากให้เปลี่ยนว่าจะต้องเล่นแผนนู้น แผนนี้ แน่นอนว่าผมไม่ใช่โค้ช และผมก็ไม่ได้ติดใจอะไรกับเรื่องแผนการเล่น รวมถึงการจัดตัว ไม่ว่ามันจะออกมาแบบไหน ก็อยู่ที่การตัดสินใจของโค้ช

ซึ่งเราในฐานะแฟนบอลก็แค่รอดูผลงานจากสิ่งที่โค้ชเลือก เมื่อบอลจบ ผลมันออกมาเป็นแบบไหนก็ค่อยมาวิเคาระห์ วิจารณ์ ว่ากันไปตามนั้น ในหน้าที่ของผู้สื่อข่าว ที่ต้องเกริ่นไว้แบบนี้ เพราะเมื่อวานยังมีพวกที่ไม่เข้าใจโลก มากระแหนะกระแหนบอกให้ผมไปเป็นโค้ชเองเลย คืออยากให้เข้าใจว่าแต่ละคนก็มีหน้าที่ ทำหน้าที่ของตัวเอง ไม่ได้เก่งมาจากไหน แต่เราก็ว่ากันไปตามสิ่งที่เห็น ไม่ได้ด่าไม่มีเหตุผลแบบนี้

กลับมาที่เรื่องทีมชาติ ตอนนี้ “โค้ชโต่ย” และ “โค้ชโชค” สองโค้ชที่จะต้องช่วยกันทำงานหนักเพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอลไทยกลับมา ทั้งสองโค้ชมีเวลาอีก 2 วันในการฝึกซ้อม ก่อนที่จะนำลูกทีมพบทีมชาติบาห์เรน

แน่นอนว่าช่วงระยะเวลา 2-3 วันนี้ มันอาจจะไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้เร็วขนาดนั้น เพราะแข้งทีมชาติชุดนี้ก็อยู่กับลุงวัช ซ้อมกับลุงวัช มานานแรมปี แต่สิ่งที่แก้ได้เลยก็คือเรื่องสภาพจิตใจ ซึ่งจิตใจดี มันจะส่งผลมายังผลงานในสนามเอง โดยที่อาจจะไม่เกี่ยวก้องกับการฝึกซ้อม หรือผลงานนัดที่ผ่านมาเลยก็เป็นได้

ขอยกตัวอย่างแมนฯ ยู ที่เอาโซลชา มาคุมทีมแทน “มูรินโญ่” ก่อนหน้าที่กุนซือหน้าทารกจะคุมผีแดงลงเล่นเกมแรก เขามีเวลาคุมทีมซ้อม อยู่กับนักเตะแค่ 2 วัน หรือ 3 เท่าเหมือนกับเรานี่แหละ และแน่นอนมันทำอะไรไม่ได้มากหรอก นอกจากเรื่องของจิตวิทยา และผลของมันก็ออกมาอย่างที่เราเห็นกัน

แต่อย่างไรก็ดีเมื่อวานนี้ และวันนี้ ทั้งโค้ชโต่ย และโค้ชโชค ผู้ช่วยก็ออกมาพูดไปในทิศทางเดียวกันว่า เกมกับบาห์เรน เราจะต้องเปลี่ยนระบบการเล่น รวมทั้ง วิธีการเล่น การรุก การรับต่างๆ แม้เวลาจะน้อย แต่จะพยายามสร้างความเข้าใจให้เด็กมากที่สุด

ส่วนตัวผมก็เชื่อว่าเราจะได้เห็นการเล่นที่มันเปลี่ยนไป และทำได้ดีด้วย เพียงแต่ว่าเราจะชนะบาห์เรนได้ไหม อันนี้ไม่มีใครบอกได้ แต่เชื่อว่าเกมเราจะดีขึ้นแน่นอน เพราะถ้าเปลี่ยนแล้วไม่ดีขึ้น ก็เท่ากับว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่เป็นผล

อย่างที่บอกสิ่งที่คนสนใจมากที่สุดก็คือ เกมนี้ทีมชาติไทย จะมาในรูปแบบไหน ระบการเล่นจะเป็นอย่างไร จะเล่นรับหรือเล่นรุก คราวนี้เราลองมาดูสิว่า โค้ชทั้งสองคน โดยเฉพาะเฮดโค้ชอย่างพี่โต่ย มักจะใช้ระบบการเล่นแบบไหนสมัยคุมทีม

สำหรับ “โค้ชโต่ย” เอง ช่วงที่คุมไทยฮอนด้า เอาเท่าที่จำได้นะครับ ก็เหมือนจะยึด 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 เป็นหลัก ซึ่งสองระบบนี้มันก็คล้ายๆ กันนั่นแหละ ปรับแต่งได้ตามสถานการณ์ ขึ้นอยู่กับว่ากำลังรับหรือกำลังรุก

ส่วนโค้ชโชค เอาสมัยที่แกคุมทีมชาติไทยได้แชมป์ซีเกมส์ 2015 หลักๆ ก็คือแผน 4-3-3 หรือปรับเป็น 4-2-3-1 เช่นกัน ก็เท่ากับว่าโค้ชทั้งสองคนก็ถนัดในระบบ และมีแผนการเล่นที่ชอบเหมือนๆ กัน ดูจะไปในทิศทางเดียวกันได้

ดังนั้นผมอนุมานได้ว่าทีมชาติไทยของเราจะมาในระบบ 4-3-3 เพราะดูแล้ว เข้ากับศักยภาพของนักเตะที่มีอยู่มากที่สุด  

ซึ่ง 11 ตัวจริงที่คาด เอาเป็นว่าผมอยากเห็นก็แล้วกัน ก็จะออกมาประมาณนนี้

ตำแหน่งผู้รักษาประตู ผมคิดว่าหลังจาก ฉัตรชัย บุตรพรม เจอฝันร้ายไปในซูซูกิ คัพ รวมทั้งนัดเปิดสนามก็โดนไปถึง 4 ลูก ควรจะให้โอกาส ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน ที่มีประสบการณ์ในเวทีระดับเอเชียมากกว่าได้ลงเฝ้าเสาในเกมนี้

แผงหลังคู่เซ็นเตอร์คงเป็นชุดเดิม หรืออาจจะมี อดิศร พรหมรักษ์ ที่สอดแทรกเข้ามาได้เพราะรู้ฝีมือกันดีกับพี่โชค ส่วนแบ็กสองฝั่งด้านขวาอาจจะให้ มิก้า ลงมาเพื่อเน้นเกมรับ และใช้ความใหญ่ให้เป็นประโยชน์ ส่วนทางซ้าย อุ้ม น่าจะยังยึดตำแหน่งไว้ได้ เพราะด้านบน ศุภชัย ใจเด็ด ก็ถือว่าทำหน้าที่ได้ดีอยู่

แดนกลาง ธนบูรณ์ น่าจะได้กลับมาคุมเกมรับ โดยมี ฐิติพันธ์ เป็นตัวบ็อกซ์ทูบ็อกซ์ ทั้งบู๊ทั้งบุ๋นได้อยู่แล้ว โดยมี ชนาธิป สรงกระสินธ์ เป็นเพลย์เมกเกอร์สร้างสรรค์เกมรุกในตำแหน่งที่ตัวเองถนัด เพราะถ้าขึ้นไปอยู่ระนาบเดียวกับแดนหน้า ก็เดี่ยวจะเล่นไม่ออกอีก

แนวสามตัวบน ตามสไตล์ของโค้ชทั้งคู่จะใช้นักเตะกึงปีกที่มีความเร็ว อย่างตอนซีเกมส์ มี นูรูล,มี รุ่งรัฐ กับทยฮอนด้า มี ลิม่า มี ภีมวิชช์ ทองนิธิโรจน์ ก็คิดว่าทางขวามันไม่มีตัวจี๊ดนอกจาด โด ถ้าจะเอา ศศลักษณ์ ลงเลยก็คงยังไม่ใช่

ส่วนทางซ้ายอย่างที่บอก ศุภชัย ใจเด็ด ยังทำได้ดีอยู่ ควรจะให้ลงสนามต่อไป หรือถ้าจะเปลี่ยนก็อาจจะดัน อุ้ม ขึ้นมา แล้วเอา กรกช ลงมายืนแบ็กซ้ายแทน

ส่วนหน้าเป้า แน่นอนว่าต้องเป็น ธีรศิลป์ แดงดา กัปตันทีม

อย่างที่บอก จะแผนไหน ใครลงไม่สำคัญ ที่สุดก้คือผลงานที่ออกมาว่าทำได้ดีแค่ไหน และก็อย่างที่ย้ำทุกครั้ง ว่าไม่จำเป็นต้องชนะ แต่ถ้ามันชนะได้ก็ถือว่าสุดยอด ที่ยากเห็นที่สุดก็คือรูปแบบการเล่นนั่นแหละ ว่ามันจะดีกว่าเกมแรกหรือไม่

ยังไงก็เป็นกำลังใจให้ทีมงานสตาฟฟ์ทุกคน รวมทั้งนักเตะทีมช้างศึก ทำให้เต็มที่ เล่นให้ดี สู้เต็มที่ ถึงแพ้ก็ไม่มีใครว่า แต่ถ้าเล่นไม่ดี ผลงานยังเหมือนเดิม มันก็ต้องยอมรับเสียงวิจารณ์ได้ด้วยเหมือนกัน ไทยแลนด์ ปู้นๆๆๆๆ

 

มูซาชิ

RELATED NEWS